โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ก.ล.ต. เข้มยกระดับคุมคริปโตต่อเนื่อง ผลวิจัยพบ Bitkub ถูกใช้เป็นเครื่องมือฟอกเงิน

ฐานเศรษฐกิจ

อัพเดต 08 ก.ค. 2568 เวลา 23.10 น. • เผยแพร่ 08 ก.ค. 2568 เวลา 23.30 น.

จากผลงานวิจัยศึกษาการใช้เงินคริปโตเคอร์เรนซี (cryptocurrency) เพื่อสนับสนุนองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ โดยเฉพาะการหลอกลวงรูปแบบ "Pig Butchering" (หลอกลวงผ่านความสัมพันธ์ออนไลน์) และการค้ามนุษย์ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ผ่านการวิเคราะห์ธุรกรรมคริปโตจากเหยื่อที่ตกเป็นเป้า

โดย Bitkub ถูกกล่าวถึงว่าเป็นหนึ่งใน exchange ที่มีเงินไหลเข้าสู่บัญชีของผู้ต้องสงสัย (scammer deposit addresses) จำนวนมาก โดยเฉพาะธุรกรรมขนาดใหญ่ (มากกว่า \$100,000) ซึ่งหมายถึง Bitkub อาจมีมาตรการ KYC ที่ไม่เข้มงวดเท่ากับ exchange ในประเทศตะวันตก เช่น Coinbase หรือ Crypto.com และอาจอยู่นอกเขตอำนาจศาลของสหรัฐฯ

ส่งผลให้เกิดความกังวลใจว่า การตรวจสอบธุรกรรมและการระบุตัวตนผู้ใช้ของ exchange ในเอเชียยังไม่เข้มงวดเพียงพอหรือไม่ ทำให้องค์กรอาชญากรรมสามารถย้ายเงินได้ง่ายเกิดไป จำเป็นต้องมีการเพิ่มมาตรการป้องกันและติดตามธุรกรรมคริปโตอย่างเข้มงวดมากขึ้น เพื่อป้องกันการนำคริปโตไปใช้สนับสนุนอาชญากรรม

นายเอนก อยู่ยืน รองเลขาธิการ และโฆษก สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ หรือ ก.ล.ต. เปิดเผยกับ "ฐานเศรษฐกิจ" ว่าจากการสอบถามเรื่องการมาตรการตรวจสอบการฟอกเงิน ผ่าน exchange ไทยนั้น ก.ล.ต. มีการกำหนดให้ผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลต้องทำความรู้จักกับลูกค้า (KYC) เพื่อระบุตัวตนที่แท้จริงของลูกค้าหรือผู้รับประโยชน์ที่แท้จริง

รวมทั้งจะต้องปฏิบัติให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ของสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ซึ่ง ก.ล.ต. ได้เข้าไปตรวจสอบผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลตามกระบวนการให้มีการดำเนินการเป็นไปตามหลักเกณฑ์ดังกล่าว และหลักเกณฑ์ในเรื่องมาตรการจัดการบัญชีม้า

นอกจากนี้ ก.ล.ต. ก็ให้ความร่วมมือกับตำรวจในการให้ข้อมูลกรณีที่มีความเกี่ยวข้องกับผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล รวมทั้งได้ร่วมประชุมกับคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ซึ่งประกอบด้วย

  • ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.)
  • สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.)
  • กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม สมาคมธนาคารไทย (TBA)
  • และสมาคมผู้ประกอบธุรกิจ สินทรัพย์ดิจิทัลไทย (TDO)

เพื่อติดตามและกำหนดแนวทางในการดำเนินงานให้ผู้ประกอบธุรกิจมีมาตรฐาน ในการจัดการด้านการฟอกเงินได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลภายใต้กำกับดูแลของ ก.ล.ต. (เช่น ศูนย์ซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัล) เป็น สถาบันการเงิน ตาม พ.ร.บ. ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินฯ ก.ล.ต. จึงกำหนดให้ผู้ประกอบธุรกิจฯ มีหน้าที่ทำ KYC และโดยที่ธุรกรรมการซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลมีความเสี่ยงสูง

"ดังนั้น การทำ KYC เพื่อรับลูกค้าเข้ามาเปิดบัญชีซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัล จึงเข้มที่สุดตามมาตรฐานของ ปปง. ทั้งนี้ การทำ KYC ของลูกค้าและการตรวจสอบธุรกรรมที่ต้องสงสัยของลูกค้าเป็นมาตรการสำคัญที่จะช่วยในการป้องกันไม่ให้กลุ่มมิจฉาชีพสามารถทำธุรกรรมซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัล และใช้สินทรัพย์ดิจิทัลเป็นช่องทางถ่ายเททรัพย์สินจากการกระทำความผิด"

ที่ผ่านมา ก.ล.ต. ได้มีการประสานความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐและเอกชน เพื่อยกระดับการป้องกันการใช้สินทรัพย์ดิจิทัลเป็นช่องทางในการฟอกเงิน โดย ก.ล.ต. ได้ร่วมกับ TDO เพื่อจัดทำมาตรการจัดการบัญชีม้า (industry standard) เช่น การคัดกรอง ระงับ และจำกัดการให้บริการแก่ลูกค้าที่เป็นบัญชีม้าตามรายชื่อที่ได้รับจากภาคธนาคาร

รวมถึงมาตรการจำกัดวงเงินการถอนทรัพย์สินและการหน่วงการถอนทรัพย์สินตามความเสี่ยงของลูกค้า ซึ่งผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลมีหน้าที่ปฏิบัติตามมาตรการดังกล่าว โดย ก.ล.ต. ได้มีการติดตามผลการดำเนินมาตรการการจัดการบัญชีม้าของผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล และมีการเข้าตรวจผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลอย่างต่อเนื่องตามความเสี่ยงของผู้ประกอบธุรกิจ ซึ่งช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการป้องกันการฟอกเงินผ่านสินทรัพย์ดิจิทัลได้

นอกจากนี้ ก.ล.ต. ได้ประสานงานกับ ปปง. เกี่ยวกับการแชร์รายชื่อม้าดำให้แก่ผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล และประสานงานกับ TDO รวมทั้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เกี่ยวกับการเชื่อมต่อระบบ Central Fraud Registry (CFR) เพื่อให้เกิดการแชร์ข้อมูลบัญชีม้าระหว่างภาคธนาคารและผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล

ตลอดจนอยู่ระหว่างจัดทำร่างประกาศในการกำหนดมาตรฐานการป้องกันอาชญากรรมทางเทคโนโลยีของผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล เพื่อรองรับข้อกำหนดเกี่ยวกับการร่วมรับผิดชอบแก่ผู้เสียหาย (Shared Responsibility) ตาม พ.ร.ก. อาชญากรรมทางเทคโนโลยี (ฉบับที่ 2)

กดปุ่ม smart detection ดักความเสี่ยง

สำหรับคำถามเรื่อง smart detection เข้ามามีส่วนช่วยมากน้อยแค่ไหนนั้น ก.ล.ต. จะนำข้อมูลที่ผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลนำส่งต่อ ก.ล.ต. มาใช้ในการวิเคราะห์ติดตามการทำธุรกรรมต่างๆ ของลูกค้าและผู้ประกอบธุรกิจ รวมถึงการปฏิบัติเป็นไปตามหลักเกณฑ์ด้าน KYC และการจัดการบัญชีม้าของผู้ประกอบธุรกิจ ซึ่งเครื่องมือ smart detection จะช่วยในการวิเคราะห์ข้อมูลและติดตามธุรกรรมดังกล่าว

ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 2 กรกฎาคม 2568 ทาง ก.ล.ต. ได้รายงานเกี่ยวกับปรับปรุงหลักเกณฑ์เกี่ยวกับการกำหนดให้ผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลเก็บรวบรวมและเปิดเผยข้อมูลต่อ ก.ล.ต. เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการติดตามความเสี่ยงของตลาดสินทรัพย์ดิจิทัล

และการกำกับดูแลผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล ผ่านเครื่องมือ smart detection เพื่อให้สอดคล้องกับบริบทและลักษณะธุรกิจที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว โดยมีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2568 เป็นต้นไป

โดยในช่วงเดือนเมษายน 2568 ที่ผ่านมา ก.ล.ต. ได้เปิดรับฟังความคิดเห็นจากผู้เกี่ยวข้องและผู้สนใจ เกี่ยวกับการปรับปรุงหลักเกณฑ์เกี่ยวกับการกำหนดให้ผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลเก็บรวบรวมและเปิดเผยข้อมูลต่อ ก.ล.ต. รวมถึง ก.ล.ต. ได้ปรับปรุงระบบการนำส่งข้อมูลเกี่ยวกับการประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล

ปรับปรุงชุดข้อมูลและการเปิดเผยข้อมูลของผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล ให้มีความเหมาะสมสอดคล้องกับบริบทและลักษณะธุรกิจที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็วยิ่งขึ้น เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการติดตามความเสี่ยงของตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลและการกำกับดูแลผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล ผ่านเครื่องมือในการติดตาม (smart detection)

รวมถึงการปฏิบัติตามกฎเกณฑ์ ตลอดจนความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องในภาพรวม ซึ่งสอดคล้องกับการเป็นองค์กรที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูลเป็นหลัก (data-driven organization) ของ ก.ล.ต. โดยผู้แสดงความเห็นส่วนใหญ่เห็นด้วยกับหลักการดังกล่าว

ก.ล.ต. จึงออกประกาศ* เพื่อปรับปรุงหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง โดยมีสาระสำคัญ ดังนี้

  • ปรับปรุงให้ ก.ล.ต. เป็นผู้กำหนดชุดข้อมูลที่ผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลจะต้องเก็บรวบรวมและเปิดเผยต่อ ก.ล.ต. ภายใต้กรอบวัตถุประสงค์ที่คณะกรรมการ ก.ล.ต. กำหนด เพื่อให้เกิดความยืดหยุ่นในการกำหนดชุดข้อมูล
  • ปรับปรุงรายละเอียดชุดข้อมูลที่ผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลต้องเก็บรวบรวมและเปิดเผยต่อ ก.ล.ต. เพื่อให้สอดคล้องกับบริบทในการกำกับดูแลและการติดตามความเสี่ยงของธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว
  • ปรับปรุงหลักเกณฑ์การเปิดเผยข้อมูลของผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลให้มีความเหมาะสมและสอดคล้องกับทางปฏิบัติ โดยยังคงสามารถติดตามความเสี่ยงได้อย่างเท่าทัน เช่น ปรับปรุงกรอบเวลาในการเก็บรวบรวมและเปิดเผยข้อมูลต่อ ก.ล.ต. เป็นต้น

หมายเหตุ:

  • ธปท. ได้มีการนิยามการจัดระดับบัญชีม้า แบ่งออกเป็น 3 สี ตามความเสี่ยง
  • ม้าดำ คือ ผู้ที่อยู่ในรายชื่อผู้ที่กระทำความผิดตามพระราชกำหนดมาตรการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี พ.ศ. 2566 ของ ปปง.
  • ม้าเทา คือ ผู้ที่ถูกแจ้งความหรือแจ้งธนาคารว่าอยู่ในเส้นทางเงินและมีผู้ที่ได้รับความเสียหาย
  • ม้าน้ำตาล คือ คนที่ธนาคารเห็นว่าบัญชีธนาคารมีพฤติกรรมผิดปกติที่อาจเข้าข่ายเป็นบัญชีม้า และต้องเฝ้าระวัง
ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...