โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

‘ไทยพาณิชย์’ เปิดกลยุทธ์รุกโต 3 ธุรกิจ ลดต้นทุน - เพิ่มรายได้ค่าฟี

กรุงเทพธุรกิจ

อัพเดต 18 ก.ค. 2568 เวลา 00.54 น. • เผยแพร่ 18 ก.ค. 2568 เวลา 02.12 น.

นายกฤษณ์ จันทโนทก ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารไทยพาณิชย์ กล่าวว่า มองว่าเศรษฐกิจไทยใน 18 เดือนจากนี้ จะยังคงเผชิญความท้าทายต่อเนื่อง จาก 3 โจทย์ใหญ่ คือ ทั้งการเจรจาภาษีทรัมป์ เศรษฐกิจไทยที่มีแนวโน้มเติบโตต่ำลงปีนี้ไม่เกิน 1.5% และหนี้ครัวเรือนสูงใกล้ 70%

ดังนั้น บนความเสี่ยงที่เศรษฐกิจไทยที่ต้องเผชิญแบงก์ก็ต้องปรับตัว และเข้าไปช่วยลูกค้าทุกภาคส่วน ในมุมของธนาคารพาณิชย์เองมี 3 ด้านหลักที่ต้องให้ความสำคัญ 1.การปรับตัว โดยการบริหารความมั่นคงของธนาคารอย่างรอบคอบ ไม่ทำอะไรเสี่ยงเกินตัว ช่วยลูกค้าให้รอดมากที่สุด

2.มุ่งทำความเก่งที่มีอยู่ให้มากขึ้น ดังนั้นแต่ละแบงก์จะกลับมาดูว่าธุรกิจหลักอะไรที่เรามีความเชี่ยวชาญจะหันมาทำมากขึ้น

3.ลดต้นทุนอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นสิ่งที่ไทยพาณิชย์มีการนำร่องทำมาโดยตลอด

ส่งผลให้ปัจจุบันอัตราส่วนต้นทุนต่อรายได้ (Cost to Income Ratio หรือ CIR) ของธนาคารลงมาอยู่ที่ 36.8% ได้ในไตรมาส 1 ปี 2568 และสามารถรักษาอัตราผลตอบแทนจากส่วนของผู้ถือหุ้น (ROE)อยู่ที่ระดับ 11.7 % โดยเป้าหมายสำคัญของ ไทยพาณิชย์ คือ รักษาระดับ ROE ให้เกินระดับ 2 หลักได้อย่างต่อเนื่อง

นอกจากนี้ ในด้านกลยุทธ์ครึ่งปีหลังภายใต้เศรษฐกิจที่เผชิญความท้าทาย สิ่งที่ไทยพาณิชย์ต้องทำคือ

1.ทำให้บ้านเราเข้มแข็งขึ้น ด้วยการเติบโต 3 ธุรกิจหลัก คือ ธุรกิจสินเชื่อขนาดใหญ่ ธุรกิจเวลธ์ แมเนจเม้นท์ รวมถึงประกัน และธุรกิจค่าธรรมเนียมต่างๆ ทั้ง 3 ธุรกิจหลักเชื่อว่ายังสามารถเติบโตต่อได้ภายใต้สถานการณ์ดังกล่าว

“ในครึ่งปีหลังตัวที่จะขับเคลื่อนธนาคารเป็นหลัก จะมาจาก สินเชื่อรายใหญ่ สินเชื่อบ้าน เวลธ์ รวมถึงค่าธรรมเนียมต่างๆ ที่เรายังเชื่อว่าสามารถเติบโตได้ ในส่วนพนักงานเน้นให้กระชับพื้นที่มากขึ้น มุ่งเน้นการทำงานหลัก ไม่ทำหลายอย่าง แต่เลือกทำบางอย่างให้ดีที่สุด และเราจะเป็นธนาคารที่จะตอบโจทย์ลูกค้าวางแผนธุรกิจ และตอบโจทย์ในระยะยาว การวางแผนทางการเงิน และความมั่งคั่ง"

ด้านที่ 2. ทำให้องค์กรมีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้น โดยการตั้งเป้ารายได้จากดิจิทัล หรือ Digital Revenue 25% , และตั้งเป้าเพิ่มอัตราการบริการผ่านช่องทางออนไลน์มากขึ้น ด้วยการปรับจากช่องทางออฟไลน์เป็นออนไลน์เพิ่มขึ้น ควบคู่กับแผนในการลดขนาดองค์กร และเพิ่มประสิทธิภาพองค์กร เพื่อให้ทนต่อแรงกระแทกที่จะเกิดขึ้น ใน 6-18 เดือนข้างหน้า ภายใต้การประเมินว่าเศรษฐกิจไทยจะมีความผันผวน และท้าทายมากยิ่งขึ้น ดังนั้นวันนี้สิ่งที่เราคือ การเร่งผลักดันการทำธุรกรรมต่างๆ ให้เป็นที่ยอมรับ และสามารถให้บริการอย่างกว้างขวางได้ บนSCB EASY

"จำนวนสาขายังคงมีโอกาสทยอยลดลงตามความเหมาะสมจากปัจจุบันที่มีอยู่ 800 สาขา เพราะลูกค้าใช้บริการผ่านสาขาลดลง ดังนั้นถ้าทำได้ จำนวนสาขาก็อาจไม่ต้องมี ถึง 800 สาขา อาจจะมี 450 สาขาก็เพียงพอ อันนี้แค่ยกตัวอย่าง เพราะมองว่า 450 สาขา ก็ถือว่าเพียงพอที่จะทำให้เราทำ wealth management แล้ว ดังนั้นโจทย์ของผมแทนที่จะเป็นการหารายได้ทางดิจิทัล แต่จะเป็นการย้ายบริการจากออฟไลน์สู่ดิจิทัลให้มากขึ้น แต่ไม่มีวันที่ไทยพาณิชย์จะไม่มีสาขา ซึ่งปฏิเสธไม่ได้ว่าจุดนี้คงทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงมากขึ้น"

สุดท้าย ด้านที่ 3. ที่เราต้องกลับมาดูแลแนวทางในการบริหารโครงการของธนาคาร ยึดหลัก 80 : 20 โดยสิ่งที่สำคัญ 20% และ 80% ต้องติดตามใกล้ชิด บริการติดตามข้อมูลทุกเดือนพร้อมปรับตัว เป็นสิ่งที่เราได้สื่อสารกับพนักงานทุกคนมาแล้วตลอดครึ่งปีที่ผ่านมา

พิสูจน์อักษร….สุรีย์ ศิลาวงษ์

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...