รัฐบาลเตือนภัยโรคติดเชื้อไวรัสซิกา “3 เก็บ ป้องกัน 3 โรค”
รัฐบาลเตือนภัยโรคติดเชื้อไวรัสซิกา ย้ำ มีความเสี่ยงต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ สามารถติดจากแม่สู่ทารกในครรภ์ได้ แนะป้องกันตนเอง ขอความร่วมมือชุมชนร่วมดำเนินมาตรการ "3 เก็บ ป้องกัน 3 โรค"
นายอนุกูล พฤกษานุศักดิ์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลมีความห่วงใยต่อสถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสซิกา กำลังพบการแพร่ระบาดในบางพื้นที่ของประเทศไทย โดยโรคนี้มียุงลาย เป็นพาหะนำโรคเช่นเดียวกับโรคไข้เลือดออก และไข้ปวดข้อยุงลาย ที่สำคัญสามารถติดต่อจากแม่สู่ทารกในครรภ์ได้ ซึ่งอาจก่อให้เกิดความผิดปกติร้ายแรง เช่น ศีรษะเล็ก การได้ยินผิดปกติหรือพัฒนาการล่าช้าเป็นต้น หญิงตั้งครรภ์เป็นกลุ่มเสี่ยงที่ต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ
หากมีอาการไข้ ผื่นแดง เยื่อบุตาอักเสบ ปวดกล้ามเนื้อ ปวดข้อ อ่อนเพลีย หรือปวดศีรษะ ไม่ควรซื้อยารับประทานเอง โดยเฉพาะยาลดไข้ในกลุ่ม NSAIDs เช่น ไอบูโพรเฟน ไดโคลฟีแนค แอสไพริน หรือยาชุดต่าง ๆ ควรรีบพบแพทย์ทันที
ทั้งนี้ สำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 9 นครราชสีมา รายงานสถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสซิการะหว่างวันที่ 7 มกราคม - 5 กรกฎาคม 2568 พบผู้ป่วยสะสมจำนวน 7 ราย ไม่มีผู้เสียชีวิต แยกเป็นรายจังหวัด ดังนี้ จังหวัดนครราชสีมา มีผู้ป่วยสะสมจำนวน 2 ราย จังหวัดบุรีรัมย์ มีผู้ป่วยสะสมจำนวน 2 ราย จังหวัดชัยภูมิ มีผู้ป่วยสะสม จำนวน 2 ราย และจังหวัดสุรินทร์ มีผู้ป่วยสะสมจำนวน 1 ราย กลุ่มอายุ ที่ป่วยสูงสุดคือ กลุ่มอายุ 5 - 9 ปี รองลงมาคือ กลุ่มอายุรองลงมาคือ กลุ่มอายุ 20 - 29 ปี และกลุ่มอายุ 40 - 49 ปี ตามลำดับ
ย้ำเตือนหญิงตั้งครรภ์หมั่นดูแลตัวเอง หลีกเลี่ยงการถูกยุงกัด หากติดเชื้อไวรัสซิกา ต้องอยู่ในการดูแลของแพทย์อย่างใกล้ชิด สำหรับชุมชนขอให้ร่วมกันดำเนินมาตรการ "3 เก็บ ป้องกัน 3 โรค" ได้แก่
1. เก็บบ้าน ให้สะอาด ไม่ให้ยุงเกาะพัก
2. เก็บขยะ ไม่ให้เป็นแหล่งเพาะพันธุ์ยุง
3. เก็บน้ำ ปิดภาชนะเก็บน้ำให้มิดชิดไม่ให้ยุงวางไข่ ทั้งนี้ หากประชาชนพบผู้ป่วยในครอบครัว ขอให้สังเกตอาการและรีบนำส่ง สถานพยาบาล เพื่อได้รับการรักษาที่ถูกต้องรวดเร็ว จะช่วยลดโอกาสการเสียชีวิตได้ รัฐบาลขอความร่วมมือจากทุกภาคส่วนในการป้องกันและควบคุมการระบาดของโรคไวรัสซิกาอย่างจริงจังเพื่อความปลอดภัยของหญิงตั้งครรภ์และประชาชนโดยรวม
ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่
Facebook: https://www.facebook.com/innnews.co.th
Twitter : https://twitter.com/innnews
Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN
TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news
LINE Official Account : @innnews