โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

บันเทิง

เปิดอีกมุมของหนุ่มอารมณ์ดี พี่ฮง Bangkokboy เป็นอินโทรเวิร์ต-เบิร์นเอาต์ แต่พร้อมเติบโต

MATICHON ONLINE

อัพเดต 30 มิ.ย. 2568 เวลา 06.05 น. • เผยแพร่ 28 มิ.ย. 2568 เวลา 05.38 น.

เปิดอีกมุมของหนุ่มอารมณ์ดี พี่ฮง Bangkokboy เป็นอินโทรเวิร์ต-เบิร์นเอาต์ แต่พร้อมเติบโต

“แฟนคลับผมชอบแซวว่าสวดมนต์ให้ฟังหน่อย” พี่ฮง Bangkokboy หรือ อิลฮงมิน แร๊ปเปอร์-ยูทูบเบอร์ชาวเกาหลีใต้ชื่อดัง ได้เผยถึงที่มาของเพลง‘สาธุ 99’ ที่ได้ปล่อยออกมาให้แฟนๆ ได้ฟังกันโดยล่าสุดเจ้าตัวได้เปิดใจกับ มติชน เล่าถึงความเป็นหนุ่มเกาหลีหัวใจไทยแบบร้อยเปอร์เซ็นต์ให้ฟังว่า

“บทสวดมนต์ ผมฝึกตั้งแต่อยู่มัธยมที่ไทย เพราะทุกเช้าต้องร้องเพลงชาติ หลังจากเพลงชาติก็ต้องสวดมนต์ด้วยก็เลยมาจากนั้น”

ส่วนที่มาของชื่อเพลง สาธุ 99 ที่มาก็มาจากแฟนคลับเช่นเคย “คนไทยชอบพูดว่า สาธุ..อยากได้หวยค่ะ สาธุ.. ก็เลยมาจากสาธุอันนั้น ก็เลยทำเป็นเพลงดีกว่า”

ซึ่งเพลงนี้ก็ลงมือแต่งเอง โดยมีเพื่อนชาวเกาหลีทำบีทให้ แม้ว่าจะไม่ใช่เพลงไทยเพลงแรก แต่กระนั้นก็เป็นเพลงแรกที่มาสายตลกขบขัน ฟังสนุกๆ

“เมื่อก่อนผมเขียนเพลงเป็นภาษาเกาหลี ส่วนมากคนไทยไม่ค่อยฮา แล้วก็แปลเนื้อเพลงผม เมื่อก่อนจะเป็นแนวจริงจัง ความรัก สายแร็ปเปอร์มากๆ แต่ว่ามันไม่ค่อยสนุกแล้วครับ”

“ก็อยากทำเพลงที่มันสนุกๆ แล้วก็ฟังง่ายๆ เฮฮามากกว่า เป็นครั้งแรกที่ผมยอมรับว่าตัวเองเหมาะกับการทำเพลงตลก ก็เลยทำเพลงนี้ขึ้นมา”

แม้ สาธุ 99 จะมีความยาวเพลงไม่ถึง 2 นาที แต่กลับถูกแชร์และคัฟเวอร์กันเต็มโซเชียล ฮง ก็เผยว่า “ตอนนั้นผมสมาธิสั้น คิดอะไรไม่ค่อยออก ก็เลยปล่อยแบบนี้ไปก่อน แต่เพลงต่อไปจะยาวแน่นอน” เขากล่าวพร้อมรอยยิ้ม

นอกจากงานเพลงแล้ว พี่ฮง ชื่อที่ผู้ติดตามในยูทูบเบอร์เรียกอย่างชิดใกล้นั้น ก็ยังมีคอนเทนต์ท่องเที่ยวที่แม้ว่าเจ้าตัวจะออกปากว่าตนเองเป็น ‘อินโทรเวิร์ต’ ชอบอยู่บ้านมากกว่า แต่กระนั้นก็ชาเลนจ์ตัวเองด้วยการออกจากเซฟโซนแล้วไปเที่ยวทั่วไทยแบบครบ 77 จังหวัดเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

“ผมเป็นคนที่ชอบอยู่บ้านแล้วก็ไม่ค่อยมีเพื่อน ชอบอ่านหนังสือ ชอบดูอะนิเมะ ติดบ้าน” จนกระทั่งวันนึง เกิดคำถามกับตัวเองว่า “ฉันรักเมืองไทยจริงๆ ไหม?”

“เพราะว่าเวลาไปสัมภาษณ์ ถ้าถูกถามว่ารักเมืองไทยใช่ไหม ผมบอกตลอดว่า รักเมืองไทย แต่อยู่ดีๆ ก็รู้สึกว่าตัวเองไม่ค่อยมีความรู้เกี่ยวกับเมืองไทย อาหารไทย ไม่เคยไปต่างจังหวัด เพราะรู้สึกกลัว ไม่อยากออกจากเซฟโซนตัวเอง ก็ลองออกจากบ้านดีกว่า เลยทำเป็นคลิปออกมา”

กับการท้าทายตัวเองในครั้งนี้ ฮง บอกว่า ‘ยากมาก’ ด้วยความเป็นซูเปอร์เอ็กซ์โทรเวิร์ต แต่เมื่อผ่านช่วงเวลานั้นมาได้ “ตอนนี้ดีขึ้นแล้ว พอมีประสบการณ์มันคอนโทรลได้ แต่เมื่อ 5 ปีที่ผ่านมาคือ ยากมาก”

และหากวันนี้เจอคำถามเดิมว่า รักเมืองไทยไหม? ก็ตอบได้อย่างเต็มปากแล้วว่า “รักมากครับ ถ้าไม่รักเมืองไทย ครบ 77 จังหวัดไม่ได้ ตอนนั้นคือไปทุกอาทิตย์”

“เมืองไทยเป็นเมืองที่มีน้ำใจ อบอุ่น ไม่เครียด ไม่รีบ อันนี้คือสำหรับคนต่างชาติที่อยู่เมืองไทย แต่สำหรับผมรู้สึกว่าทำให้ผมรู้สึกอดทนในชีวิตผมมากกว่า กว่าจะเที่ยว 77 จังหวัด รู้สึกว่าผมเป็นคนได้เยอะที่สุด มีความสุขมากที่สำเร็จภารกิจนี้”

นอกจากนั้น “ทำให้ผมรู้ตัวเองมากขึ้นว่าชอบอะไร ไม่ชอบอะไร บางทีคนอินโทรเวิร์ตเขาไม่กล้าบอกความคิดเห็นแบบตรงๆ ชอบพูดอ้อม มันทำให้ผมพูดตรงมากขึ้น ถ้าไม่ชอบก็ไม่ชอบ ถ้าชอบก็ชอบ แล้วผมเชื่อตัวเองมากขึ้น”

แม้ว่าจะประสบความสำเร็จขนาดนี้ แต่พี่ฮงเล่าว่า การเป็นครีเอเตอร์ไม่ง่ายเลย และแนะนำหากใครจะเริ่มทำ อยากให้ทำด้วยความตั้งใจและใช้เวลากับมันอย่างน้อยสัก 1 ปี ก่อนจะตัดสินใจว่าจะเดินหน้าหรือล้มเลิก

“ก็อยากจะบอกว่าถ้าอยากทำครีเอเตอร์หรือยูทูปเบอร์ก็ลองทำดู มันยากมาก แต่อยากให้ลองสัก 1 ปี แต่ถ้าทำเกิน 1 ปีแล้วไม่ค่อยมีผลอาจจะกลับไปทำงานดีกว่า มันเหนื่อยมากจริงๆ อาจจะมีอาชีพเสริม มีงานหลักและทำครีเอเตอร์เป็นอีกงานนึง”

ก่อนจะอธิบายต่อพร้อมยกตัวอย่างถึงยูทูบเบอร์ระดับโลก อย่าง มิสเตอร์บีสต์ ว่า “เขาก็พูดตลอดว่า ถ้าคุณทำคลิปมาไม่เกิน 100 คลิป คุณไม่มีสิทธิ์ที่จะถามผมได้ คือประมาณว่าลองให้ครบปีก่อนแล้วค่อยมาว่ากัน”

ส่วนตัวแม้ว่าจะผ่านช่วงเวลาที่ยากลำบากนั้นมาแล้ว แต่ก็ยังตั้งเป้าหมายให้ตัวเองในการต้องเพิ่มยอดผู้ติดตามในทุกๆ เดือน พร้อมแชร์ว่าตนเองก็เคยผ่านช่วงที่ ‘หมดไฟ’ หรือเบิร์นเอาต์อย่างหนัก

“ตอนนั้นผมขี้เกียจ เล่นแต่เกม ไม่ออกจากบ้าน ดูแต่ซีรีส์ หนัง เล่นเกม ก็ให้มันผ่านไปก่อน แล้วค่อยยืนใหม่”

“ถ้าช่วงเบิร์นเอาต์ก็พยายามจะเอ็นจอย ทำสิ่งที่ไม่ค่อยทำ แบบไปเจอเพื่อนบ้าง แล้วก็ไปเจอคุณพ่อคุณแม่บ้าง ปกติไม่ค่อยเจอ ก็ไปคลับบ้าง ดื่มบ้าง”

ดังนั้นเลยมองไปที่ข้อดีหลังผ่านช่วงหมดไฟไปว่า “ผมจะอัปเกรดตลอด”

“สำหรับผมเบิร์นเอาต์เป็นเหมือนของขวัญแล้ว ถ้าผ่านไปได้ตัวเองน่าจะเติบโตขึ้นกว่านี้แน่นอน ทุกโมเมนต์หลังจากเบิร์นเอาต์ผมโตขึ้น”

ณ วันนี้พี่ฮงกลายเป็นคนที่มีแฟนคลับรักและติดตามมากอีกคนหนึ่งในโลกออนไลน์ และดูเป็นคนตลกสนุกสนานอยู่เสมอนั้น เจ้าตัวก็ว่า “ผมว่าคนตลกหลายคนก็เป็นอินโทรเวิร์ต และหลายคนก็เป็นโรคซึมเศร้าเหมือนกัน”

“ผมรู้วิธีการที่จะไม่แสดงออก น่าจะร้องไห้หลังบ้าน”

พร้อมทั้งบอกแบบขำๆ ว่า ถ้าวันไหนรู้สึกเหนื่อยก็เพียงแค่เปิดสมุดบัญชีธนาคารก็ทำให้รู้ว่าต้องกลับตั้งใจทำงานมากขึ้น ซึ่งก็เป็นส่วนนึงที่ทำให้ได้เห็นผลงานของเขาแบบเต็มๆ

โดย พี่ฮง ยังได้เผยว่าหลังจากนี้ยังมีผลงานการแสดงให้ได้ติดตามด้วย “ผมเล่นซีรีส์ให้ GMM25 เรื่อง Break Up Service แล้วก็มีหนังไทยที่เล่นเป็นพระเอกชาวเกาหลี ถ่ายที่ไทยและเกาหลีด้วยอันนี้ถ่ายจบแล้ว และมีหนังสิงคโปร์ด้วย”

“งานแสดงผมชอบมาก รู้สึกว่าอยากเรียนการแสดงต่อ เหมือนคล้ายๆ กับแต่งเพลง แต่ยากกว่าทำเพลง รู้สึกสนุกครับ”

ก่อนจะทิ้งท้ายว่า “ฝากเพลงสาธุ 99 ขอให้ทุกคนรวยนะครับ ฟังได้ทุกแพลตฟอร์ม เดี๋ยวจะมีหลายเพลงที่ต้องปล่อยอีกมากมาย รวมถึงงานแสดงของผมด้วยมีใช้ชมภายในปีนี้แน่นอนครับ”

เรียกว่าพร้อมสร้างพื้นที่ความสุขให้กับคนไทยแบบเต็มที่

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : เปิดอีกมุมของหนุ่มอารมณ์ดี พี่ฮง Bangkokboy เป็นอินโทรเวิร์ต-เบิร์นเอาต์ แต่พร้อมเติบโต

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...