โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

คาร์บอนเครดิตจับต้องได้! จระเข้ลุยต่อป่าชายเลน 62.5 ไร่-จ่อขึ้นทะเบียน T-VER

เดลินิวส์

อัพเดต 21 มิ.ย. 2568 เวลา 16.26 น. • เผยแพร่ 21 มิ.ย. 2568 เวลา 09.26 น. • เดลินิวส์
จระเข้ฟื้นฟูป่าชายเลน เตรียมขึ้นทะเบียน T-VER หวังสร้างคาร์บอนเครดิตจับต้องได้จริง!

บริษัท จระเข้ คอร์ปอเรชั่น จำกัด ตอกย้ำความมุ่งมั่นด้านสิ่งแวดล้อม สานต่อโครงการ‘Jorakay Green Earth: พาหัวใจสีเขียวไปร่วมปลูกป่า’ เข้าสู่ปีที่ 2 ในจังหวัดตรัง โดยเน้นการฟื้นฟูและดูแลป่าชายเลนบนพื้นที่กว่า 62.5 ไร่ เป็นระยะเวลา 10 ปี พร้อมเตรียมยื่นขึ้นทะเบียน T-VER เพื่อรับรองคาร์บอนเครดิตตามมาตรฐานระดับประเทศ

โครงการดังกล่าวสอดรับกับเป้าหมายของบริษัทในการมุ่งสู่ Carbon Neutrality ภายในปี 2050 และบรรลุ Net Zero ภายในปี 2065 โดยจระเข้ได้เริ่มปลูกป่าชายเลนในพื้นที่ดังกล่าวตั้งแต่ปี 2567 และในปีนี้ได้เข้าสู่กระบวนการประเมินผลและจัดเตรียมเอกสารข้อเสนอเพื่อขึ้นทะเบียน T-VER โดยหน่วยงานภายนอก (VVB) เพื่อวัดผลการดูดซับก๊าซเรือนกระจกอย่างเป็นทางการ

‘ศุภพงษ์ เพชรสุทธิ์’ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท จระเข้ คอร์ปอเรชั่น จำกัด เปิดเผยว่า การเข้าสู่ระบบ T-VER คือหมุดหมายสำคัญที่แสดงความมุ่งมั่นของจระเข้ในการลดก๊าซคาร์บอนจากทั้งในกระบวนการผลิต การดำเนินธุรกิจ และการชดเชยผ่านการดูแลรักษาธรรมชาติ พร้อมเสริมว่า “ทุกก้าวของโครงการ Jorakay Green Earth คือกลไกสำคัญในการเดินหน้าแผนยุทธศาสตร์ขององค์กรเพื่อบรรลุเป้าหมายด้านสิ่งแวดล้อมอย่างเป็นรูปธรรม”

เมื่อโครงการได้รับการขึ้นทะเบียน T-VER อย่างเป็นทางการ บริษัทจะสามารถรับรองปริมาณก๊าซเรือนกระจกที่ป่าชายเลนสามารถดูดซับได้จริง ซึ่งจะถูกแปลงเป็นคาร์บอนเครดิตเพื่อชดเชยการปล่อยคาร์บอนในกระบวนการผลิต โดยคาดการณ์ว่าตลอดระยะเวลา 10 ปีของการดูแลพื้นที่ดังกล่าว จะสามารถชดเชยคาร์บอนได้ในปริมาณรวมกว่า 1,200 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า

นอกจากนี้ จระเข้ยังคงเดินหน้าสร้างความร่วมมือกับภาคส่วนต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง เครือข่าย Thailand Mangrove Alliance และชุมชนในพื้นที่ เพื่อสร้างผลลัพธ์เชิงระบบอย่างยั่งยืน โดยในปีแรกของโครงการ มีการจัดสรรงบประมาณถึง 77% ของงบรวมทั้งหมด เพื่อจ้างแรงงานในชุมชนให้เข้ามามีบทบาทในการฟื้นฟูและดูแลป่าชายเลนอย่างต่อเนื่อง ทั้งในด้านการเพาะกล้าไม้ การปลูกต้นไม้ และการดูแลรักษาแปลง

“เราเลือกสร้างคาร์บอนเครดิตด้วยป่าชายเลน เพราะที่แห่งนี้คืออนาคตของเศรษฐกิจสีเขียว ป่าชายเลนดูดซับคาร์บอนมากกว่าป่าบนบกถึง 4 เท่า พื้นที่เพียง 1 ไร่สามารถดูดซับคาร์บอนได้ราว 9.4 ตันต่อปี การปลูกป่าชายเลนจึงไม่เพียงแต่ช่วยลดคาร์บอน แต่ยังช่วยอนุบาลสัตว์น้ำ ป้องกันการกัดเซาะชายฝั่ง และสร้างรายได้ให้แก่ชุมชนได้ในระยะยาว” ศุภพงษ์กล่าวย้ำ

ปัจจุบัน จระเข้ถือเป็นองค์กรเอกชนรายแรกในกลุ่มพันธมิตร 33 องค์กร ที่ดำเนินโครงการปลูกและดูแลป่าชายเลนในลักษณะที่ต่อเนื่องและวัดผลได้จริง โดยบริษัทหวังให้โครงการ Jorakay Green Earth เป็นต้นแบบให้ภาคเอกชนไทยในการดำเนินงานด้านความยั่งยืนเชิงรุก และเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของวงการก่อสร้างสีเขียวที่เติบโตไปพร้อมกับการรักษาสมดุลของโลก

ในด้านการดำเนินงานภายใน จระเข้ยังคงยกระดับมาตรฐานเพื่อสร้างองค์กรคาร์บอนต่ำ โดยพลังงานกว่า 30% ที่ใช้ในโรงงานอุตสาหกรรมมาจากระบบ Solar Rooftop ซึ่งครอบคลุมทุกเฟสของสายการผลิต ด้วยงบลงทุนไปแล้วกว่า 40 ล้านบาท และมีแผนนำระบบ Battery Energy Storage System (BESS) มาใช้ในอนาคต เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการจัดการพลังงานและความเสถียรของระบบไฟฟ้า

ขณะเดียวกัน บริษัทได้พัฒนาผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมกว่า 30 รายการ ซึ่งได้รับการรับรอง ฉลาก EPD (Environmental Product Declaration) จากสถาบันสิ่งแวดล้อมไทย สะท้อนความโปร่งใสในการประเมินผลกระทบของผลิตภัณฑ์ตลอดวัฏจักรชีวิต

ภายใต้กรอบยุทธศาสตร์‘JORAKAY SUSTAINABLE FRAMEWORK’ บริษัทได้แบ่งแนวทางการพัฒนาออกเป็น 3 แกนหลัก ได้แก่ Green Process มุ่งพัฒนานวัตกรรมที่ลดผลกระทบสิ่งแวดล้อม,Green People พัฒนาบุคลากรและชุมชน, และ Green Planet ลดผลกระทบจากกระบวนการผลิตสู่ธรรมชาติ พร้อมด้วย5 SD Strategy ซึ่งช่วยให้บริษัทสามารถลดการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ได้มากกว่า 18 ล้านกิโลกรัม, รีไซเคิลของเสียกว่า 1.6 แสนกิโลกรัม, ลดปริมาณฝุ่นมากกว่า 3.9 ล้านกิโลกรัม, และเพิ่มสัดส่วนผลิตภัณฑ์สีเขียวเป็น 63% ของสินค้าทั้งหมด นอกจากนี้ ยังได้สนับสนุนการพัฒนาคุณภาพชีวิตให้เยาวชนและผู้ด้อยโอกาสในสังคมแล้วกว่า 2 หมื่นคน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...