3 โบรกฯ คาดแนวโน้มหุ้นบ่าย แนะกลยุทธ์การลงทุน
#ทันหุ้น-บล.เอเซีย พลัส ระบุว่า พรรคร่วมคะแนนเสียงยังไม่นิ่ง ล่าสุดมีเสียงสนับสนุนรัฐบาล 261เสียง ฝั่งฝ่ายค้าน 234 เสียง(ตัวเลขนี้รวม “ส.ส.งูเห่า” ที่สนับสนุนรัฐบาล 6 คน) เสียงเกินกึ่งหนึ่งขององค์ประชุม คือ 248 เสียงแต่รัฐบาลมีเสียงเกินมาเพียง13 เสียง แม้รัฐบาลจะยังสามารถบริหารประเทศได้ แต่ถือว่าอยู่ในโซนอันตราย หากมีการถอนตัวหรือเปลี่ยนจุดยืนจากพรรคเล็กหรือ ส.ส.งูเห่า รวมทั้งความเสี่ยงจากม็อบ 2 กลุ่ม 1. คปท. ในวันที่ 21–24 มิ.ย. กลุ่มรวมพลังแผ่นดิน ในวันที่ 28 มิ.ย. 16.00–21.00 น.
-ส่งผลให้งบประมาณปี 69 วาระ 2-3 ช่วง 13-15 ส.ค. 2568 เสี่ยงถูกคว่ำ ดังนั้นหากไม่สามารถผ่านงบประมาณได้ รัฐบาลอาจต้องลาออกหรือยุบสภา ส่งผลให้การเบิกจ่ายงบประมาณจะถูกชะลอกระทบต่อเศรษฐกิจโดยรวม ความเชื่อมั่นนักลงทุนลดลง การฟื้นตัวทางเศรษฐกิจอาจชะงักงบประมาณเพื่อการเยียวยา, การพัฒนา, และการจ้างงานอาจไม่สามารถดำเนินการได้ทันเวลาเป็นปัจจัยลบต่อ GDP Growth ในปี 2568–69 ขณะที่ Bloomberg คาด GDP ไทยปี 2568 โต+2.0%YoY แต่มีโอกาสที่จะไม่ขยายตัวในไตรมาส 3/68 ดังนั้นหาก GDP ติดลบต่อเนื่อง 2 ไตรมาสจะเข้าสู่ภาวะ “Technical Recession” กระทบต่อการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน SET INDEX คาดบ่ายนี้วิ่งในกรอบระหว่าง 1,072-1,086 จุด
-จับตาความผันผวนจาก FTSE Rebalance คาดมีเม็ดเงินไหลออกราว 1.5 หมื่นล้านบาท หุ้นที่คาดมีเม็ดเงินไหลออกได้แก่หุ้น PTT, CPN, CPF, CPALL, ADVANC, AOT, CPNREIT, TRUE, VGI และ TU
-ประเด็นติดตามสัปดาห์หน้าในวันอังคาร-ประชุม ครม. , ในวันพุธ-ประชุม กนง. คาดคงดอกเบี้ย 1.75% จับตาท่าทีต่อมุมมองเศรษฐกิจไทยและแนวโน้มดอกเบี้ยรอบการประชุมครั้งหน้า 13 ส.ค. พฤหัส-จีดีพีไตรมาส 1/68 ของสหรัฐฯ คาด -0.2%QoQ, จำนวนผู้ยื่นขอรับสวัสดิการว่างงานครั้งแรก ศุกร์-PCE และCore PCE พ.ค. ของสหรัฐฯ คาด +2.30%YoY (เม.ย. 2.10%) และ 2.60%YoY (เม.ย.2.5%)
บล.เอเอสแอล ระบุว่าดัชนีช่วงเช้าแกวงตัวอิงทางบวก หลังจากที่ปรับตัวลงต่อเนื่องในช่วงก่อนหน้าจากปัจจัยความไม่มีเสถียรภาพทางการเมือง และสถียรภาพของรัฐบาล อย่างไรก็ตามมองเป็นการซื้อเก็งกำไรรีบาวด์ระยะสั้นเท่านั้น เนื่องจากปัญหาทางการเมืองยังไม่ได้คลี่คลาย ในระยะถัดไปการประชุมครม.ที่เกี่ยวข้องกับมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ และการผ่านร่างงบประมาณปี 2569 ยังเป็นปัจจัยที่ยังต้องติดตาม รวมถึงช่วงบ่ายวันนี้อาจเห็นแรงขายลดความเสี่ยง FTSE ปรับลดน้ำหนักหุ้นไทย
ด้านปัจจัยต่างประเทศ ธนาคารกลางจีนมีมติคงอัตราดอกเบี้ย LPR ประเภท 1 และ 5 ปีที่ระดับ 3.0% และ 3.5% ตามลำดับ นักลงทุนรอติดตามสถานการณ์ในตะวันออกลาง
กลยุทธ์การลงทุน ดัชนีแกว่งตัวออกด้านข้าง ไม่สร้างจุดต่ำกว่าวันก่อนหน้า ระหว่างวันมีแนวรับที่ 1,066/1,050 จุดไม่ควรต่ำกว่า ส่วนแนวต้านที่ 1,085/1,100 จุด ตามลำดับ
บล.โกลเบล็ก ระบุว่า ดัชนีมีแรงซื้อกลับหลังปรับตัวลงแรงติดต่อกัน 2 วันทำการ แต่ความไม่แน่นอนทางการเมืองและมี การนัดชุมนุมในวันเสาร์นี้เพื่อขับไล่นายกเป็นปัจจัยกด ดันต่อการปรับตัวขึ้น มองกรอบดัชนีภาคบ่ายอยู่ที่ 1,068-1,082 จุด
ขณะที่ภาวะตลาดหุ้นภาคเช้าดัชนี Rebound โดยมีแรงซื้อกลับเข้ามาหลังดัชนีปรับตัวลงแรง 2 วันทำการ แรงซื้อนำโดยหุ้นกลุ่มธนาคารและขนส่ง ขณะที่ความไม่แน่นอนของการเมืองภายในประเทศยังคงเป็นปัจจัยกดดันดัชนีรีบาวด์ได้อย่างจำกัดส่งผลให้ดัชนีพักเที่ยงปิดตลาดที่ 1,072.02 จุด บวก 3.29 จุด หรือ 0.31% มูลค่าการซื้อขาย15,391.44 ล้านบาท