“ทรัมป์” ขู่ภาษีรอบใหม่ ฉุด “ยูโร–เปโซ” อ่อนค่า ตลาดชะงักรอข้อมูลเงินเฟ้อ–จีดีพีจีน
ตลาดการเงินเริ่มรับแรงสั่นสะเทือนจากคำขู่ภาษีนำเข้ารอบใหม่ของ ทรัมป์ ที่พุ่งเป้าใส่ยุโรปและเม็กซิโก แม้นักลงทุนยังไม่ตอบสนองแรง เนื่องจากรอความชัดเจนเรื่องดอกเบี้ยจากเฟด และตัวเลขจีดีพีจีนซึ่งจะประกาศในวันอังคาร
วันที่ 14 กรกฎาคม 2568 เวลา 07.03 น. สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า ยูโร อ่อนค่าลงแตะระดับต่ำสุดในรอบ 3 สัปดาห์เมื่อวันจันทร์ ขณะที่เปโซเม็กซิโกก็เผชิญแรงกดดัน หลังโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ ขู่ว่าจะเก็บภาษีนำเข้า 30% จากสองประเทศคู่ค้ารายใหญ่ของสหรัฐ เริ่ม 1 สิงหาคม 2568
ทรัมป์ประกาศภาษีล่าสุดเมื่อวันเสาร์ผ่านจดหมายแยกต่างหากถึง ประธานคณะกรรมาธิการยุโรป อัวร์ซูลา ฟอน แดร์ ไลเอิน และ ประธานาธิบดีเม็กซิโก คลอเดีย เชนบอม โดยโพสต์บนแพลตฟอร์ม Truth Social ของเขา
ขณะที่ทั้งสหภาพยุโรปและเม็กซิโกระบุว่าภาษีดังกล่าวไม่เป็นธรรมและสร้างความปั่นป่วน โดยอียูกล่าวว่าจะขยายการระงับมาตรการตอบโต้ภาษีสหรัฐไปจนถึงต้นเดือนสิงหาคม และยังคงผลักดันให้เกิดการเจรจาเพื่อหาข้อยุติ
แม้ว่าตลาดการเงินในช่วงเช้าในเอเชียจะตอบสนองอย่างเงียบ ๆ ต่อคำขู่ภาษีล่าสุดของทรัมป์ แต่ค่าเงินยูโรก็อ่อนค่าลงแตะระดับต่ำสุดในรอบ 3 สัปดาห์ โดยล่าสุดซื้อขายที่ 1.1675 ดอลลาร์ ลดลง 0.15% ค่าเงินดอลลาร์แข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับเปโซเม็กซิโก โดยปรับขึ้น 0.2% อยู่ที่ระดับ 18.6630 เปโซต่อดอลลาร์
ในส่วนของสกุลเงินอื่น ดอลลาร์เคลื่อนไหวจำกัด โดยค่าเงินปอนด์อังกฤษลดลงเล็กน้อย 0.04% มาอยู่ที่ 1.3485 ดอลลาร์ ส่วนเงินเยนญี่ปุ่นแข็งค่าขึ้น 0.1% มาอยู่ที่ 147.27 เยนต่อดอลลาร์ ดอลลาร์ออสเตรเลียขยับขึ้น 0.02% มาอยู่ที่ 0.6575 ดอลลาร์ ขณะที่ดอลลาร์นิวซีแลนด์ลดลง 0.07% มาอยู่ที่ 0.6004 ดอลลาร์
นักลงทุนเริ่มคุ้นชินกับคำขู่เก็บภาษีของทรัมป์ จนทำให้ความเคลื่อนไหวล่าสุดในฉากการค้าระดับโลกแทบไม่สามารถฉุดดัชนีหุ้นสหรัฐที่ยังทำสถิติสูงสุดได้ และค่าเงินดอลลาร์ก็ได้แรงหนุนเพียงเล็กน้อย
เทย์เลอร์ นูเจนต์ นักเศรษฐศาสตร์อาวุโสแห่ง National Australia Bank กล่าวว่า “เป็นเรื่องยากที่จะบอกว่าปฏิกิริยาที่สงบนิ่งของตลาดในสัปดาห์นี้ สะท้อนถึงความทนทานหรือความประมาทกันแน่ …แต่มันก็ยากที่จะตีราคาในตลาดให้ชัดเจน เพราะพาดหัวข่าวยังเปลี่ยนตลอด และเรายังไม่รู้แน่นอนว่าอัตราภาษีจะลงเอยที่เท่าไรในวันที่ 1 สิงหาคม โดยเฉพาะเมื่อเส้นตายการขึ้นภาษีตอบโต้เมื่อวันที่ 9 กรกฎาคมเพิ่งผ่านไปโดยไม่มีอะไรเกิดขึ้น”
นอกเหนือจากประเด็นภาษีแล้ว ทรัมป์ยังกล่าวเมื่อวันอาทิตย์ว่า หากเจอโรม พาวเวล ประธานเฟด ลาออกจะเป็นเรื่องที่ดีมาก ซึ่งนับเป็นอีกครั้งที่เขาแสดงท่าทีบั่นทอนความเป็นอิสระของธนาคารกลาง ขณะเรียกร้องให้ลดอัตราดอกเบี้ย
เทรดเดอร์อาจได้รับสัญญาณที่ชัดเจนมากขึ้นเกี่ยวกับแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยสหรัฐ เมื่อข้อมูลเงินเฟ้อเดือนมิถุนายนจะถูกเปิดเผยในวันอังคาร ซึ่งตลาดคาดว่าราคาผู้บริโภคจะเพิ่มขึ้นเล็กน้อยในเดือนที่ผ่านมา
ตลาดกำลังคาดการณ์ว่าเฟดจะปรับลดดอกเบี้ยรวมกันกว่า 0.50% ภายในสิ้นปี 2568
อีกปัจจัยที่อยู่ในสายตานักลงทุนคือข้อมูลจีดีพีของจีนซึ่งจะประกาศในวันอังคารเช่นกัน โดยเศรษฐกิจใหญ่อันดับสองของโลกคาดว่าจะชะลอตัวลงในไตรมาสสองจากการเริ่มต้นปีที่แข็งแกร่ง โดยมีความตึงเครียดทางการค้ากับสหรัฐ และแรงกดดันจากภาวะเงินฝืดเป็นปัจจัยซ้ำเติม
อ้างอิง : reuters.com