โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

SET การปรับขึ้นยังจำกัด จากความเสี่ยงภาษีทรัมป์

ข่าวหุ้นธุรกิจ

อัพเดต 13 ก.ค. 2568 เวลา 08.31 น. • เผยแพร่ 13 ก.ค. 2568 เวลา 23.30 น. • ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์

สหรัฐฯ ประกาศคงอัตราภาษีนำเข้าสินค้าจากไทยไว้ที่ระดับ 36% ขณะที่มีการปรับลดอัตราภาษีให้กับหลายประเทศ InnovestXประเมินว่าความตึงเครียดด้านการค้าระหว่างไทยและสหรัฐฯ ได้ยกระดับขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ InnovestXมองว่า ข้อตกลงการค้าสหรัฐฯ-เวียดนามเมื่อวันที่ 2 กรกฎาคม 2025 อาจเป็นฐานสำหรับการเจรจาการค้าของไทย

โดย (1) ไทยอาจต้องลดภาษีนำเข้าจากสหรัฐฯ เป็น 0% เช่นเดียวกับเวียดนาม และ (2) ไทยจะต้องนำเข้าสินค้าจากสหรัฐฯ มากขึ้นอีกมาก หากการเจรจาสำเร็จ และทำให้ภาษีลดลงเหลือ 15-20%GDP จะเติบโต 1.1-1.4% ในปี 2568 (ความน่าจะเป็น 30%) แต่หากภาษี 21-28%GDP จะขยายตัว 1.0-0.0% (ความน่าจะเป็น 50%) ส่วนในสถานการณ์ที่เลวร้ายที่สุด หากต้องเผชิญภาษี 29-36%GDP อาจหดตัวที่ (-0.1%)-(-1.1%) (ความน่าจะเป็น 20%) ไทยมีการนำเข้าสินค้าเกษตร ก๊าซธรรมชาติ และน้ำมันดิบจากสหรัฐฯ อยู่แล้วในระดับหนึ่ง จึงมีความเป็นไปได้ที่ไทยจะเพิ่มการนำเข้าสินค้ากลุ่มนี้เพื่อช่วยลดการขาดดุลการค้า

นอกจากนี้ ยังมีโอกาสเปิดนำเข้าสินค้าใหม่ ๆ ที่เคยถูกจำกัดด้วยภาษีนำเข้าสูง เช่น เนื้อสัตว์ รถยนต์ และ เครื่องจักร

Fed Minutes เผยเจ้าหน้าที่มีความเห็นแตกต่างเรื่องผลกระทบของนโยบายภาษีของทรัมป์ต่อเงินเฟ้อ โดยกรรมการ “ส่วนใหญ่” มองว่าภาษีอาจทำให้เงินเฟ้อสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดย Fed ยังประเมินว่าเศรษฐกิจโดยรวม “ยังแข็งแกร่ง” ทำให้มีเวลารอดูข้อมูลเพิ่มเติม InnovestXมองว่า ในปัจจุบันความเสี่ยงเศรษฐกิจสหรัฐฯ เพิ่มขึ้น ขณะที่ต้องจับตาความเสี่ยงเงินเฟ้อ โดยหากเงินเฟ้อ CPI ไม่ปรับเพิ่มขึ้นในช่วง 2–3 เดือนข้างหน้า อาจเปิดทางให้ Fed เริ่มลดอัตราดอกเบี้ยได้ตั้งแต่เดือน ก.ย. ทำให้มีความเป็นไปได้ที่ Fed จะลดดอกเบี้ย 2 ครั้งภายในปีนี้

สำหรับตลาดหุ้นไทย InnovestX มองช่วงสั้นSET จะแกว่งตัวผันผวน เนื่องจากยังกังวลอัตราภาษีศุลกากรใหม่ของสหรัฐฯ ที่ประกาศเรียกเก็บจากประเทศคู่ค้าซึ่งจะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 ส.ค. โดยสำหรับไทยถูกเรียกเก็บภาษีในอัตรา 36% สูงกว่าประเทศคู่แข่งสำคัญในกลุ่มอาเซียน ซึ่งทำให้ไทยมีโอกาสสูญเสียความสามารถในการแข่งขันและกดดันให้ GDP อาจเติบโตชะลอตัวได้ จึงเป็นปัจจัยเสี่ยงที่ต้องติดตามความคืบหน้าการเจรจาระหว่างสหรัฐฯ กับไทยอย่างใกล้ชิด

อย่างไรก็ดี InnovestX ยังคงประเมิน SET ที่บริเวณต่ำกว่า 1,100 จุด คิดเป็น PER ปี 2568 ต่ำกว่า 12 เท่า ยังเป็นจุดที่เหมาะสมสำหรับนักลงทุนระยะกลาง-ยาว โดยกลยุทธ์ลงทุนคงแนะนำให้ “Selective Buy” ดังนี้

  • หุ้น Earning Play โมเมนตัมกำไรยังเติบโตแข็งแกร่ง โดยไตรมาส 2/68 คาดกำไรปกติจะเติบโตได้ทั้งเมื่อเทียบกับช่วงเดียวของปีก่อน (YoY) และจากไตรมาสก่อนหน้า (QoQ) ขณะที่ไตรมาส 3/68 คาดกำไรยังเติบโต YoY แนะนำ ADVANC, BCH, CBG, CPALL และ SCCC
  • หุ้น Defensive ที่ผันผวนต่ำและผลการดำเนินงานต้านทานความเสี่ยงภายนอกได้ (ผลกระทบจำกัดจากปัจจัยภายในและภายนอก) อีกทั้งยังมีศักยภาพจ่ายปันผลสม่ำเสมอ แนะนำ ADVANC, BCH, DIF
  • หุ้นปันผลที่มีคุณภาพดี(SET50 ที่มี SETESG Rating A ขึ้นไป) เพื่อสร้างกระแสเงินสดให้แก่พอร์ตลงทุนในระยะสั้น โดยคาดจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลจากกำไรครึ่งแรกปี 68 และให้ Div. Yield เกิน 2% แนะนำ ADVANC, BBL, PTT
  • Trading Idea : สำหรับนักลงทุนที่รับความเสี่ยงได้สูงและต้องการเก็งกำไร แนะนำ 1) หุ้น Undervalue (PER และ PBV < -1SD) และเราแนะนำ Outperform อีกทั้งคาดให้ Div. Yield ไม่ต่ำกว่าปีละ 3% แนะนำ BBL, BCPG, BDMS, CPALL, DIF, PTT, SIRI, TIDLOR2) หุ้นที่มีโอกาสได้ประโยชน์จากมาตรการกระตุ้นท่องเที่ยวไทย แนะนำ ERW, CENTEL, AAV และ 3) หุ้นที่คาดฟื้นตัวเร็วหากเชื่อว่าการเจรจาจะทำให้สหรัฐฯ พิจารณาปรับลดภาษีไทยลงมาอยู่ที่ระดับ 20% หรือต่ำกว่า แนะนำ AMATA, GPSC, WHA

นางสาวณัฏฐ์วริน ไตรภพสกุล

ผู้อำนวยการอาวุโส Equity Strategy Team

บล. InnovestX บริษัทหลักทรัพย์ในกลุ่ม SCBX

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...