โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

นักเศรษฐศาสตร์เตือน! สงครามการค้า "ทรัมป์" ศึกหนักของไทย แนะเร่งปรับโครงสร้างประเทศ

Manager Online

เผยแพร่ 14 ก.ค. 2568 เวลา 10.33 น. • MGR Online

นักเศรษฐศาสตร์ เห็นพ้องสถานการณ์สงครามการค้า โดยการเก็บภาษีในอัตราสูงกับไทยมีเป้าหมายเพื่อ "ดิสรัปซัพพลายเชน" ในภูมิภาค โดยเฉพาะจีน ห่วงลงทุนชะงัก แนะรัฐบาลเร่งปรับโครงสร้างประเทศ เพิ่มการ "อัพสกิล-รีสกิล" แรงงาน เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันในระยะยาว

นายพิพัฒน์ เหลืองนฤมิตชัย หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ กลุ่มธุรกิจการเงินเกียรตินาคินภัทร (KKP) กล่าวว่า สงครามการค้าในครั้งนี้ ประเทศไทยเจอศึกค่อนข้างหนัก โดยมองว่า สิ่งที่นายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ อยากได้ในสงครามครั้งนี้ คือ 1. ต้องการให้เปิดอุตสาหกรรมในประเทศ ลดอัตราภาษี ยกเลิก non-tariff พิธีการต่าง ๆ 2. อยากให้มีการย้ายฐานการผลิตไปสหรัฐฯ และ 3. ทรานชิปเมนต์

"อัตราภาษีที่ไทยกำลังโดนขู่ มองว่าเขาต้องการดิสรัป ซัพพลายเชนทั้งภูมิภาค โดยมีเป้าหมายสำคัญคือจีน และทำให้เกิดสงครามในหลายมิติ โดยในประเทศที่เห็นชัด ๆ คือการบังคับให้เราเลือกระหว่างภาคอุตสาหกรรม และภาคเกษตร บริการ ซึ่งภาคอุตสาหกรรมได้รับผลกระทบแน่นอน เพราะตลาดสหรัฐฯ เป็นตลาดใหญ่ที่ไทยส่งออก 18% ประเด็นตอนนี้อาจไม่ใช่ว่าเราโดนเท่าไหร่ แต่เราโดนเท่าไรเมื่อเทียบกับคู่แข่ง ซึ่งตอนนี้ประเทศรอบ ๆ ต่ำกว่าเราหมด" นายพิพัฒน์ กล่าว

ดังนั้น คำถามสำคัญคือไทยที่มีความไม่แน่นอนในหลาย ๆ ด้าน แล้วทำไมต่างชาติจะต้องมาลงทุนในไทย ซึ่งนี่อาจเป็นวิธีการเจรจาของทรัมป์ที่ใช้ความไม่แน่นอนเป็นเครื่องมือให้เกิดการตกลงเกิดขึ้นเร็ว ซึ่งสิ่งที่จะกระทบมากกว่าความสามารถในการแข่งขัน คือความสามารถในการเป็นฐานการลงทุน

ทั้งนี้ นายพิพัฒน์ มองว่า ถ้าไทยไม่สามารถเจรจาได้ ก็จะเหนื่อย เพราะสิ่งที่ไทยต้องเจอคือผลกระทบต่อภาคอุตสาหกรรมและการลงทุน การเกษตรและบริการ และเงื่อนไขเรื่องอื่น ๆ ที่ไม่ใช่เรื่องทางการค้า รวมถึงการที่ไทยอาจจะต้องเลือกระหว่างสหรัฐฯ กับจีน

"แรงกดดันครั้งนี้รุนแรง ไทยต้องมาปรับโครงสร้าง เปิดเสรีอย่างค่อยเป็นค่อยไป และหาวิธีชดเชยเยียวยา โดยประเด็นสำคัญคือการอัพสกิลรีสกิลแรงงาน เพื่อเพิ่มขีดความสามารถแข่งขันได้ในระยะยาว" นายพิพัฒน์ กล่าว

ส่วนปัจจุบันนโยบายอัตราดอกเบี้ยมีความเหมาะสมกับพื้นฐานเศรษฐกิจไทยแล้วหรือไม่ นายพิพัฒน์ กล่าวว่า ช็อกครั้งนี้ที่ไทยเจอค่อนข้างรุนแรง การที่ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) สื่อสารชัดเจนว่า ไม่ได้ขัดกับการผ่อนคลายนโยบายการเงิน แต่อยากเก็บกระสุนไว้เผื่อช็อกใหญ่กว่านี้ ในมุมมองของตนมองว่าช็อกครั้งนี้ใหญ่มาก ดังนั้น อาจต้องมานั่งคิดเรื่องการออกแบบ Policy space เพิ่มเติม

"ไม่ใช่ว่าเราเหลือลดดอกเบี้ยได้อีก 5 ครั้ง แล้วต้องมานั่งคิดระมัดระวังว่าจะลดอย่างไรใน 5 ครั้ง แต่สิ่งสำคัญกว่าคือทำอย่างไรให้การลดดอกเบี้ยมีผลที่ดีต่อเศรษฐกิจ ที่ผ่านมาจะได้เห็นว่าการผ่อนคลายนโยบายการเงิน ในเรื่องการส่งผ่านอาจมีข้อจำกัด ดังนั้น ต้องกลับไปคิดว่าทำอย่างไรให้การใช้นโยบายการเงินมีประสิทธิผลมากที่สุด และถ้าหากใช้หมดแล้วยังมีนโยบายอะไรอีกที่จะสามารถทำได้" นายพิพัฒน์ กล่าว

ด้านนายบุรินทร์ อดุลวัฒนะ กรรมการผู้จัดการ และ Chief Economist บริษัท ศูนย์วิจัยกสิกรไทย จำกัด กล่าวว่า ตอนนี้เรามองแต่ประเทศเวียดนามว่าเป็นคู่แข่ง แต่เมื่องมองในภาพกว้าง สิ่งที่ควรมองคือสหรัฐฯ เป็น America First และต้องการจัดการประเทศจีน รวมถึงจัดการประเทศที่พึ่งพาจีน รวมถึงต้องการสร้างซัพพลายเชนในละตินอเมริกา ดังนั้น ไทยต้องหาจังหวะในการปรับโครงสร้างของประเทศ ในขณะที่เครื่องจักรทั้งท่องเที่ยวและส่งออกกำลังมีปัญหา

อย่างไรก็ดี มีความกังวลนโยบายเยียวยาผลกระทบจากมาตรการภาษีทรัมป์ของรัฐ ที่จะออกซอฟท์โลน โดยตั้งคำถามว่า การเยียวยาจะยั่งยืนหรือไม่ ถ้าต้องเปิดการแข่งขันจริงธุรกิจเหล่านั้นอาจสู้ไม่ได้ และตั้งคำถามว่าจะต้องช่วยไปอีกนานเท่าไร ดังนั้น จึงอยากให้ใช้จังหวะนี้ให้รัฐบาลใช้ซอฟท์โลนช่วยเยียวยา แต่ต้องเป็นอุตสาหกรรมที่ยั่งยืน และในที่สุดต้องสามารถแข่งขันได้ ไม่ใช่ช่วยไปเรื่อย ๆ เหมือนที่ช่วยภาคเกษตร ที่สุดท้ายเหมือนน้ำซึมบ่อทราย

"ถ้าเทียบกับเวียดนาม ไทยเสียเปรียบในเรื่องภาษีถ้าโดน 36% ถ้าเขาจะเลือกลงทุนในไทย ด้านการส่งออกอาจไม่กระทบมาก ทั้งปีภาพรวมอาจบวก แต่ผลจะมาในระยะกลางและยาว ความไม่มั่นใจเป็นตัวทำให้การลงทุนชะงัก ตอนนี้เรามีทั้งเรื่องภาษีที่สู้ไม่ได้ และมีเรื่อง FTA ที่เสียเปรียบ" นายบุรินทร์ กล่าว

นอกจากนี้ จากการที่สหรัฐฯ ไม่ค่อยอยากคุยกับไทย สะท้อนว่าไทยมีความสำคัญน้อยลงในเศรษฐกิจโลก ดังนั้น เราต้องทำตัวเองให้สำคัญ เช่น ปฏิรูปเกษตร และการศึกษา และมากกว่าการเยียวยาคือการปรับโครงสร้างเศรษฐกิจ และทำให้มีการแข่งขันให้มากขึ้นเพื่อให้เกิดนวัตกรรมใหม่

website : mgronline.com
facebook : MGRonlineLive
twitter : @MGROnlineLive
instagram : mgronline
line : MGROnline
youtube : MGR Online VDO

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...