Stitch Economics เมื่อการเข้าใจเศรษฐกิจ…เริ่มจากการเข้าใจ “คนที่ไม่มีที่ให้ยืน” โดย Bnomics
Lilo & Stitch ไม่ใช่แค่เรื่องของไซไฟน่ารัก แต่มันคือเรื่องของ "ใครบางคน" ที่ไม่เคยมีที่ยืนในระบบ Stitch ถูกสร้างมาเพื่อทำลาย เขาไม่ได้เลือกความแตกต่างของตัวเอง แต่กลับถูกมองว่าเป็นภัย ทั้งที่เขาแค่… “ไม่ตรงกับกรอบที่โลกต้องการ”
บทความโดย : ทักษิณ แซ่เตียว Economist, Bnomics
นักเศรษฐศาสตร์ จาก Bnomics ระบุว่า เมื่อเรามองเรื่องนี้ผ่านเลนส์เศรษฐศาสตร์ เราจะเห็นภาพของคนที่ระบบไม่เคยเผื่อไว้ คนที่เก่งแต่ไม่มีใบรับรอง คนที่อยากกลับมา แต่ไม่มีประตูให้เคาะ นี่แหละคือจุดเริ่มต้นของ Stitch Economics - บทเรียนเศรษฐศาสตร์จากสิ่งมีชีวิตที่ไม่มีใครต้องการ
บทเรียนที่ 1: เมื่อมีไม่พอ…เราจึงต้องเลือก
Nani ต้องเลือกระหว่างอนาคตของตัวเอง กับการดูแลน้องสาวที่กำพร้า เธอไม่มีเงิน ไม่มีคนให้พึ่ง และไม่มี “ทุนชีวิต” พอจะทำได้ทั้งสองอย่าง
นี่คือ “Scarcity” - ภาวะที่สิ่งที่อยากได้มีมากกว่าสิ่งที่มีและทุกการเลือกมี “ต้นทุนทางเลือก” หรือ Opportunity Cost เพราะทุกครั้งที่เราเลือกอะไร…เรากำลังบอกลาอีกทางหนึ่งเสมอ หลายคนก็เลือกเหมือน Nani เด็กเก่งที่ต้องทิ้งอนาคต เพื่อทำงานช่วยที่บ้าน พวกเขาไม่ได้เลือก “สิ่งที่ดีที่สุด” แต่เลือก “ทางที่เจ็บน้อยที่สุด”…ในโลกที่ไม่มีทางให้เลือกมากนัก
บทเรียนที่ 2: เก่งแค่ไหน ถ้าไม่ตรงกรอบ ก็ไม่มีใครรับ
Stitch ฉลาด แข็งแรง เอาตัวรอดเก่ง แต่พอตกมายังโลก ทักษะเหล่านั้นกลับ “ใช้ไม่ได้” เขาไม่ได้โง่…แค่ไม่มีพื้นที่ให้ใช้ศักยภาพนี่คือ Structural Unemployment - ว่างงานไม่ใช่เพราะขี้เกียจ แต่เพราะโครงสร้างไม่รองรับ ไม่ต่างจากเด็กช่างไร้ใบรับรอง หรือแรงงานต่างชาติไร้เอกสารและบางครั้ง…มันไม่ใช่แค่ “พลาด” แต่มาจากการ ออกแบบระบบให้กีดกันแต่แรก — Exclusion by Design เช่น ระบบสอบที่ตัดสิทธิคนไม่มีวุฒิหรือโครงการรัฐที่ต้องใช้แอปเท่านั้น คนไม่มีสมาร์ตโฟนก็หลุดจากสิทธิไปเงียบๆ ระบบที่ไม่มีใครคิดจะ “ออกแบบทางเข้า” แต่กลับออกแบบกติกาให้คนบางกลุ่ม “ไม่ผ่านตั้งแต่แรก” และนั่นเองที่ทำให้การกีดกันยิ่งฝังลึกโดยไม่มีใครรู้สึกผิด
บทเรียนที่ 3: ถ้าไม่มีที่ให้กลับมา การเปลี่ยนแปลงก็ไม่มีวันเริ่ม
Stitch เริ่มเปลี่ยนแปลงได้ ไม่ใช่เพราะเขา "พยายามมากพอ" แต่เพราะ Lilo ให้โอกาสเขาเริ่มต้นใหม่ โดยไม่ตั้งเงื่อนไข ในโลกจริง ไม่ใช่ทุกคนจะโชคดีแบบ Stitch เด็กที่หลุดจากโรงเรียน ถ้าไม่มีทางกลับไปเรียนและไม่มีงานที่เปิดรับคนไม่มีใบวุฒิก็แทบไม่มีที่ให้ยืนอีกเลยในระบบนี้ไม่ใช่เพราะเขาไม่อยากเปลี่ยนแต่เพราะระบบไม่เคยเผื่อทางกลับไว้ให้นี่นี่แหละที่เศรษฐศาสตร์เรียกว่า Structural Barriers อุปสรรคเชิงโครงสร้างที่กันคนออกจากระบบ โดยไม่ตั้งใจแต่ผลลัพธ์กลับ จริงจังและเจ็บปวดบางครั้ง สิ่งที่คนต้องการ…ไม่ใช่เงิน ไม่ใช่สวัสดิการ แต่คือ “โอกาส” — แบบที่ Stitch ได้จากเด็กตัวเล็กคนหนึ่งที่เชื่อ…ในสิ่งที่ระบบไม่เคยเชื่อ
บทส่งท้าย: โอฮานาไม่ใช่แค่คำหวาน แต่คือเศรษฐศาสตร์ของระบบที่ไม่ทอดทิ้งใคร
“โอฮานา แปลว่า ครอบครัว และครอบครัว…จะไม่มีวันทอดทิ้งกัน”ประโยคเรียบง่ายนี้อาจฟังดูเป็นเพียงวาทกรรมอบอุ่นของดิสนีย์แต่ในอีกแง่หนึ่ง — มันคือ หลัก Inclusive Economyที่ไม่วัดแค่ผลิตภาพ แต่เผื่อพื้นที่ให้คน “ได้อยู่ ได้เริ่ม และได้กลับมา”
เราอยากอยู่ในระบบเศรษฐกิจแบบไหน?ระบบที่แข่งกันไปข้างหน้า แล้วปล่อยคนล้มไว้ข้างหลัง?หรือระบบที่เดินช้าลงนิด แต่ไม่ทิ้งใครไว้กลางทาง? (เพิ่มเติม…)