โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

เช็กเลย! หุ้นใหญ่ Valuation ไม่แพง นักวิเคราะห์แนะทยอยสะสมบางส่วน

Wealthy Thai

อัพเดต 22 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 23 ก.ค. 2568 เวลา 02.21 น.

ในสัปดาห์นี้ ตลาดหุ้นไทยยังคงถูกกดดันจากปัจจัยลบรอบด้าน ทั้งความไม่แน่นอนทางการเมืองในประเทศ สัญญาณเศรษฐกิจที่ยังฟื้นตัวช้า และการเจรจาการค้าระหว่างไทยกับสหรัฐฯ ที่ต้องติดตามต่อเนื่อง ส่งผลให้ดัชนียังคงเคลื่อนไหวผันผวนในกรอบจำกัด อย่างไรก็ตาม การปรับฐานของตลาดในช่วงที่ผ่านมาได้ทำให้ระดับ Valuation ของหุ้นหลายตัวปรับลงมาอยู่ในระดับที่น่าสนใจมากขึ้น
โดยบทวิเคราะห์จาก บริษัทหลักทรัพย์ พาย จำกัด (มหาชน) ระบุ ในเชิงกลยุทธ์การลงทุนนักลงทุนระยะกลางขึ้นไปอาจใช้จังหวะที่ Valuation ไม่แพงทยอยสะสมหุ้นได้ในบางส่วน แต่ยังเน้นแค่เพียงบางส่วนเพราะปัจจัยต่าง ๆ ยังกดดัน เพียงแต่ Valuation เริ่มน่าสนใจ เน้นที่หุ้นใหญ่ อาทิ CPN, CPALL, BDMS, BBL, KBANK, KTB
เริ่มที่คำแนะนำ “ซื้อ” บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) หรือ CPN ด้วยราคาเป้าหมาย 80.00 บาท โดยกำไรสุทธิในงวดไตรมาส 1/68 คิดเป็นสัดส่วนประมาณ 25% ของกำไรทั้งปี เมื่อรวมกับแผนการเปิดศูนย์ใหม่ที่จะมีในช่วงที่เหลือของปี รวมถึงมองว่ามาตรการภาครัฐฯที่จะช่วยกระตุ้นธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ให้ฟื้นตัว จึงคงกำไรทั้งปีไว้เท่าเดิมที่ 17,258 ล้านบาท (+3% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน)
พร้อมทั้งแนะนำ “ซื้อ” บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) หรือ CPALL ด้วยราคาเป้าหมาย 80.00 บาท โดยคาดว่าแนวโน้มกำไรไตรมาส 2/68 จะเติบโตจากช่วงเดียวกันของปีก่อน ต่อเนื่องตามการเพิ่มขึ้นของยอดขาย Ready-to-eat และ Ready-to-drinks และ Synergy benefits ของ CPAXT
เช่นเดียวกับที่แนะนำ “ซื้อ” บริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ จำกัด (มหาชน) หรือ BDMS ด้วยราคาเป้าหมาย 26.00 บาท สำหรับไตรมาส 2/68 มองว่าผลประกอบการจะเติบโตจากช่วงเดียวกันของปีก่อน แม้อ่อนตัวจากไตรมาสก่อน จาก 1) ปัจจัยฤดูกาล และ 2) จำนวนผู้ป่วยต่างชาติชะลอตัวในเดือนเมษายน ซึ่งส่วนหนึ่งเป็นผลกระทบระยะสั้นจากเหตุแผ่นดินไหว ทั้งนี้ คาดสามารถชดเชยจากการฟื้นตัวในเดือนพฤษภาคม (+6% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน)
อีกทั้งแนะนำ “ซื้อ” ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BBL ด้วยราคาเป้าหมาย 160.00 บาท ทั้งนี้ ชอบ BBL เนื่องจาก 1) งบดุลแข็งแกร่ง 2) Valuation ไม่แพงซื้อขายที่ 0.45x PBV'25E และ PE’25 ที่ 5.7 เท่า 3) ความสามารถในการเพิ่มรายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ย ควบคุมค่าใช้จ่ายสำรองหนี้ฯ และค่าใช้จ่ายการดำเนินงานเพื่อลดผลกระทบจาก NIM ที่ลดลง และ 4) คาดอัตราผลตอบแทนเงินปันผลสูง 6.3% อย่างไรก็ดี คาดว่ากำไรสุทธิจะทรงตัวจากปีก่อนหน้า ในปี 2568 และปรับเพิ่มขึ้น 2% ในปี 2569
รวมถึงแนะนำ "ซื้อ" ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KBANK ด้วยราคาเป้าหมาย 170.00 บาท ทั้งนี้ แม้ผลการดำเนินงานในไตรมาส 1/68 ดีกว่าคาด แต่การเติบโตมีความท้าทายจากเศรษฐกิจชะลอตัว และอัตราดอกเบี้ยแนวโน้มลดลง บนสมมติฐานปรับดอกเบี้ยลง 2 ครั้ง จึงปรับลดกำไรสุทธิลง 5%/7% ในปี 2568-69 โดยคาดการณ์กำไรสุทธิจะเติบโต 1%/3% ในปี 2568-69 พร้อมทั้งคาดว่าจะให้อัตราผลตอบแทนเงินปันผล 6.5%/6.7% ในปี 2568-69
ปิดท้ายด้วยคำแนะนำ "ซื้อ" สำหรับ ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KTB ด้วยราคาเป้าหมาย 24.50 บาท โดยในเบื้องต้น คาดว่ากำไรสุทธิในไตรมาส 2/68 จะสามารถปรับเพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน หนุนจากสำรองหนี้ และค่าใช้จ่ายการดำเนินงานลดลง แต่กำไรอาจทรงตัว หรือปรับลดลงเล็กน้อยจากไตรมาสก่อน จากรายได้ดอกเบี้ยสุทธิปรับลดลง แม้สำรองหนี้ฯ จะปรับลดลง และค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับ NPA จะลดลง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...