โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

กีฬา

‘ยศกร’ โทษตัวเองเป็นต้นเหตุ ‘ช้างศึก’ ตกรอบ ก่อนสื่อรีบปลอบใจ

เดลินิวส์

อัพเดต 26 ก.ค. 2568 เวลา 16.48 น. • เผยแพร่ 26 ก.ค. 2568 เวลา 09.28 น. • เดลินิวส์
“ยศกร บูรพา” เศร้า โทษตัวเองเป็นต้นเหตุให้ทีมไทยตกรอบ ก่อนสื่อมวลชนรีบปลอบใจ “ไม่มีใครโทษเลย”

"เจ้ามิค" ยศกร บูรพา กองหน้าทีมชาติไทยชุดอายุไม่เกิน 23 ปี สุดเสียใจโทษตัวเองว่าเป็นคนทำพลาดทำให้ ช้างศึกหนุ่ม ไม่ได้เข้ารอบชิงชนะเลิศฟุตบอลอายุไม่เกิน 23 ปี ชิงแชมป์อาเซียน 2025 ที่กรุงจาการ์ตา ประเทศอินโดนีเซีย

เกมรอบรองชนะเลิศ วันที่ 25 ก.ค. 68 ช้างศึก พบ อินโดนีเซีย โดย ยศกร ยิงให้ไทยนำก่อนนาทีที่ 60 ก่อนโดนตีเสมอนาทีที่ 84 เกมยืดเยื้อจบ 120 นาที เสมอ 1-1 ต้องยิงจุดโทษ และต้องยิงถึงฝั่งละ 8 คน ก่อนที่คนสุดท้าย ยศกร ยิงติดเซฟ และ อินโดฯ ยิงเข้า ทีมการูด้า จึงชนะในการยิงจุดโทษ 7-6 และชนะสกอร์รวม 8-7

ทีมไทย ไปชิงอันดับ 3 ปลอบใจ พบ ฟิลิปปินส์ วันที่ 28 ก.ค. 68 เวลา 20.00 น. ส่วน อินโดนีเซีย ชิงชนะเลิศ กับ เวียดนาม วันที่ 29 ก.ค. 68 เวลา 20.00 น.

หลังจบเกม ผู้สื่อข่าวไทย ได้สัมภาษณ์ ยศกร บูรพา ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้เล่นโดดเด่นของไทยในเกมนี้ ซึ่ง เจ้ามิค มีสีหน้าซึมเศร้า บอกว่า "เสียใจที่เข้าชิงไม่ได้ เป็นการผิดพลาดของผมเอง" ทำให้ผู้สื่อข่าว รีบปลอบใจบอกวาา "ไม่มีใครโทษน้องเลย…เพื่อนๆ ให้กำลังอย่างไรไหม"

ยศกร นิ่งไปเล็กน้อย ก่อนพูดต่อว่า "ครับ ผมก็ทำดีที่สุดแล้ว ผมอาจจะไม่มั่นใจในการเข้าไปยิง ไล่คนอื่นไป แล้วก็ถึงผม ก็เสียใจที่ตัวเองทำไม่ได้ ขอโทษทุกคนนะครับ"

ผู้สื่อข่าวบอกว่า มีแฟนๆ ให้กำลังใจ ยศกร เยอะเลย อยากฝากอะไรถึงแฟนบอลหรือไม่ เจ้ามิค กล่าวว่า "ขอบคุณทุกคน ที่ให้กำลังใจผม ผมทำดีที่สุดแล้ว จะกลับไปพัฒนาตัวเองอีกครั้ง เพื่อสู้วันข้างหน้า"

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...