โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ศาลอุทธรณ์สหรัฐ ไฟเขียว “ทรัมป์” เดินหน้าขึ้นภาษีนำเข้าทั่วโลกชั่วคราว

การเงินธนาคาร

อัพเดต 11 มิ.ย. 2568 เวลา 08.23 น. • เผยแพร่ 11 มิ.ย. 2568 เวลา 01.23 น.

ศาลอุทธรณ์กลางสหรัฐฯ อนุญาตให้รัฐบาล ทรัมป์ ใช้มาตรการภาษี “Liberation Day” และภาษีตอบโต้จีน–เม็กซิโกต่อไปได้ ด้านศาลนัดพิจารณาคดี 31 ก.ค. ชี้คดีนี้สำคัญต่อการใช้อำนาจของประธานาธิบดีในเวทีการค้าโลก

วันที่ 11 มิถุนายน 2568 เวลา 07.17 น. สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า ศาลอุทธรณ์กลางสหรัฐ (US Court of Appeals for the Federal Circuit) มีคำสั่งเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา อนุญาตให้รัฐบาลของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เดินหน้าบังคับใช้มาตรการเก็บภาษีนำเข้าทั่วโลก (global tariffs) ต่อไปได้เป็นการชั่วคราว ซึ่งถือเป็นชัยชนะสำคัญในหนึ่งในนโยบายเศรษฐกิจเอกลักษณ์ของทรัมป์

คำสั่งดังกล่าวมีขึ้นเพื่อขยายระยะเวลาการผ่อนผันก่อนหน้านี้ให้กับฝ่ายบริหาร ในขณะที่คดียังอยู่ระหว่างการอุทธรณ์คำตัดสินของศาลล่างเมื่อเดือนที่แล้ว ซึ่งได้ตัดสินให้ยกเลิกมาตรการเก็บภาษีดังกล่าว โดยกระทรวงยุติธรรมสหรัฐให้เหตุผลว่า ความจำเป็นในการเจรจาการค้าที่ยังดำเนินอยู่มีความสำคัญมากกว่าความเสียหายทางเศรษฐกิจที่ภาคธุรกิจขนาดเล็กกล่าวอ้าง

ศาลได้จัดให้คดีนี้อยู่ในกระบวนการเร่งด่วน โดยให้เหตุผลว่าเป็น“ประเด็นที่มีความสำคัญเป็นพิเศษ” พร้อมนัดพิจารณาคดีในวันที่ 31 กรกฎาคมนี้ อย่างไรก็ตาม ศาลมิได้อธิบายเหตุผลอย่างละเอียดในการตัดสินใจครั้งนี้ เพียงระบุว่า ฝ่ายรัฐบาลได้แสดงหลักฐานเพียงพอว่าการระงับคำสั่งของศาลล่างไว้ชั่วคราวนั้น “สมควร” แล้ว และไม่มีผู้พิพากษาคนใดแสดงความเห็นแย้ง

ข้อพิพาทในศาลการค้าระหว่างประเทศ

รัฐบาลทรัมป์ได้ยื่นอุทธรณ์ต่อศาลอุทธรณ์ หลังจากที่ศาลการค้าระหว่างประเทศ (US Court of International Trade) ตัดสินเมื่อเดือนก่อนว่า ทรัมป์ใช้อำนาจตามกฎหมายฉุกเฉินอย่างไม่เหมาะสมในการออกมาตรการเก็บภาษีนำเข้า หากไม่มีคำสั่งแทรกแซงจากศาลสูงสุดของสหรัฐ คาดว่าภาษีนำเข้าดังกล่าวจะยังคงมีผลบังคับใช้อีกหลายเดือนในระหว่างที่คดีอยู่ระหว่างพิจารณาของศาลอุทธรณ์

คำสั่งศาลล่าสุดมีขึ้นก่อนหน้าที่มาตรการพักเก็บภาษี (pause) ระยะเวลา 90 วันของทรัมป์จะหมดอายุในวันที่ 9 กรกฎาคม ซึ่งหากไม่มีข้อตกลงทางการค้าใหม่หรือขยายเวลาเพิ่มเติม อัตราภาษีของสหรัฐต่อสินค้านำเข้าจากหลายประเทศจะพุ่งสูงขึ้น ตัวอย่างเช่น สินค้าจากสหภาพยุโรปอาจถูกเก็บภาษีสูงถึง 50%

ภาคธุรกิจเตือนผลกระทบ – ฝ่ายบริหารยืนยันอำนาจการทูต

บริษัทผู้นำเข้าไวน์ในนิวยอร์ก V.O.S. Selections Inc. และบริษัทอื่น ๆ ระบุว่ามาตรการภาษีดังกล่าวจะส่งผลให้ต้นทุนสูงขึ้น ยอดขายลดลง และอาจนำไปสู่การล้มละลาย ขณะที่ฝ่ายบริหารแย้งว่าการยับยั้งมาตรการภาษีจะกระทบต่อการทูตของสหรัฐและล่วงละเมิดอำนาจประธานาธิบดีในการดำเนินนโยบายต่างประเทศ

นอกจากนี้ ยังมีรัฐที่นำโดยพรรคเดโมแครตจำนวนหนึ่งเข้าร่วมฟ้องร้องรัฐบาลในประเด็นนี้ด้วย

ภาษี “วันปลดแอก” และอำนาจภายใต้กฎหมายฉุกเฉินปี 1977

ภาษีที่เป็นข้อพิพาทในคดีนี้ครอบคลุมถึงภาษีนำเข้า 10% ของทรัมป์ มาตรการ “Liberation Day” เมื่อวันที่ 2 เมษายน และมาตรการเฉพาะที่ใช้กับจีน แคนาดา และเม็กซิโก ซึ่งอ้างว่าเป็นการตอบโต้กรณีการค้ายาเฟนทานิล ฝ่ายบริหารอ้างอำนาจตามกฎหมาย International Emergency Economic Powers Act ปี 1977 (IEEPA)

อย่างไรก็ตาม คณะผู้พิพากษาสามคนของศาลการค้าระหว่างประเทศ ซึ่งมาจากการแต่งตั้งโดยประธานาธิบดีทรัมป์ บารัค โอบามา และโรนัลด์ เรแกน มีมติว่า กฎหมายดังกล่าวมิได้ให้อำนาจประธานาธิบดีใช้ภาษีตามอำเภอใจ และยังชี้ว่า การกล่าวอ้างถึง “ภาวะฉุกเฉิน” ทางการค้าและยาเสพติดของทรัมป์ไม่มีน้ำหนัก เนื่องจากทนายของรัฐบาลเองยอมรับว่าภาษีเหล่านี้ถูกใช้เพื่อ “กดดัน” ระหว่างการเจรจา มากกว่าที่จะตอบโต้ภัยคุกคามจริง

ภาษีเหล็ก อะลูมิเนียม และรถยนต์ ไม่ได้รับผลกระทบ

มาตรการภาษีเหล็ก อะลูมิเนียม และรถยนต์ของทรัมป์นั้นใช้อำนาจภายใต้กฎหมายคนละฉบับ และไม่ได้รับผลกระทบจากคำพิพากษาของศาลการค้าครั้งนี้ เจ้าหน้าที่ฝ่ายบริหารยังคงแสดงความมั่นใจต่อสาธารณะว่า ภาษีส่วนใหญ่ยังสามารถดำเนินการต่อไปได้โดยใช้กลไกอื่น

ตลาดการเงินทั่วโลกยังคงผันผวนตั้งแต่ทรัมป์ประกาศใช้ภาษีแบบ “ตอบโต้” (reciprocal levies) ผ่านคำสั่งฝ่ายบริหารเมื่อวันที่ 2 เมษายน โดยมูลค่าตลาดหลายล้านล้านดอลลาร์ถูกลบและฟื้นกลับสลับกัน ท่ามกลางกระแสข่าวเจรจาการค้ากับจีนที่มีทั้งความคืบหน้าและถอยหลัง

หมายเลขคดี: V.O.S. Selections v. Trump, 25-1812, US Court of Appeals, Federal Circuit

อ้างอิง : bloomberg.com

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องกับ สถานการณ์เศรษฐกิจสหรัฐฯ ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...