จิตแพทย์ชื่อดัง ! สู่ผู้ต้องหาคดีฉาวกลางเมืองหลวง
จิตแพทย์ชื่อดัง ! สู่ผู้ต้องหาคดีฉาวกลางเมืองหลวง
พ.ต.อ.หญิง พญ.อัญชุลี ธีระวงศ์ไพศาล หรือ “หมอแอร์” เคยเป็นทั้งจิตแพทย์เด็กและวัยรุ่น ผู้มีบทบาทในแวดวงตำรวจ และบุคคลสาธารณะที่สื่อจับตา ก่อนชื่อของเธอจะผันมาเป็นข่าวในฐานะผู้ต้องหาคดีฉ้อโกงและปลอมเอกสารที่สั่นสะเทือนวงการแพทย์-ตำรวจ
หญิงสาวจากอำเภอปราสาท จังหวัดสุรินทร์ ก้าวเข้าสู่วงการแพทย์ด้วยดีกรีจากมหาวิทยาลัยขอนแก่น ต่อด้วยการฝึกเฉพาะทางด้านจิตเวชเด็กที่ศิริราชและราชนครินทร์ ก่อนจะรับราชการที่โรงพยาบาลตำรวจในปี 2551 ด้วยความตั้งใจช่วยเหลือประชาชนทุกระดับ
“หมอแอร์” ไม่เพียงดูแลคนไข้ในฐานะจิตแพทย์ เธอยังทำหน้าที่เป็นโฆษกและผู้ประสานงานในสถานการณ์ชุมนุมทางการเมือง ภาพลักษณ์ “จิตแพทย์ในเครื่องแบบ” ทำให้เธอได้รับความสนใจจากสื่อและกลายเป็นบุคคลสาธารณะ
ปี 2562 เธอถูกสอบสวนวินัยจากกรณีโพสต์ภาพและข้อความเกี่ยวกับการคลอดบุตรในต่างประเทศ เหตุการณ์นี้แม้จบด้วยโทษภาคทัณฑ์ แต่ก็เริ่มทำให้ภาพลักษณ์มืออาชีพสั่นคลอน
เส้นทางของ “หมอแอร์” คือ ภาพสะท้อนของผู้หญิงเก่งที่โลดแล่นหลายบทบาท แต่สุดท้ายกลับพัวพันคดีอาญาที่สั่นคลอนทั้งอาชีพและศรัทธาจากสาธารณชน เป็นเครื่องเตือนใจว่า “ความสำเร็จ” อาจเปลี่ยนเป็น “ความเสื่อม” ได้ในพริบตา หากขาดความยับยั้งชั่งใจและจริยธรรมกำกับชีวิต.
กระทั่งวันนี้ ภาพการถูกล็อกกุญแจมือ อาจเป็นสัญญาณเริ่มต้นของบทใหม่ในชีวิตที่ไม่มีใครคาดคิด สำหรับ “หมอแอร์” หรือ พ.ต.อ.หญิง อัญชุลี ธีระวงศ์ไพศาล อดีตจิตแพทย์หญิงชื่อดัง ที่เคยเป็นผู้ให้คำปรึกษาด้านสุขภาพใจให้กับคนทั้งประเทศ วันนี้ กลับต้องกลายเป็น “ผู้ต้องหา” ที่ถูกคุมตัวขึ้นรถควบคุม พร้อมตำรวจประกบสองข้าง
บรรยากาศตึงเครียดไม่ต่างจากคดีดังทั่วไป เธอเงียบ ไม่ตอบคำถามสื่อ ใบหน้าเรียบเฉยที่ซ่อนความเครียดลึก ไม่มีการยื่นขอประกันตัวและตำรวจ คัดค้านสิทธิประกันทันที
ด้าน นายนิติศักดิ์ มีขวด ทนายความของ พ.ต.อ.หญิง แพทย์หญิงอัญชุลี หรือหมอแอร์ เปิดเผยหลังเข้าเยี่ยม ว่า ในการสอบสวนหมอแอร์ให้การหลายส่วน โดยได้ให้การภาคเสธ ฐานร่วมกันจำหน่ายวัตถุออกฤทธิ์ในประเภท 2 โดยไม่ได้รับอนุญาต และสมคบกันกระทำความผิดร้ายแรงเกี่ยวกับยาเสพติด เบื้องต้นหมอแอร์ยอมรับเรื่องของการสั่งยาบางส่วน และเรื่องการตรวจค้นห้องพักแฟลตตำรวจ ยอมรับเป็นห้องของตัวเอง ส่วนยาของกลางที่อยู่ภายในห้อง หมอแอร์รู้บางส่วนและไม่รับรู้บางส่วน แต่ไม่ขอเปิดเผยรายละเอียด โดยหมอแอร์ประสงค์ไม่ขอยื่นประกันตัว ทั้งในชั้นพนักงานสอบสวน และชั้นศาล ซึ่งในวันนี้เจ้าหน้าที่จะนำตัวหมอแอร์ไปขอฝากขังศาลอาญา
จากบุคคลต้นแบบแห่งการเข้าใจจิตใจคนอื่น
กลับต้องกลายเป็นผู้ที่สังคมตั้งคำถามว่าเกิดอะไรขึ้น? อะไรคือเบื้องหลังของการเดินทางจาก "จิตแพทย์" สู่ "ผู้ต้องหา"?
อย่างไรก็ตาม เส้นทางชีวิตของ “หมอแอร์” ยังคงเต็มไปด้วยคำถาม และขณะนี้เธอกำลังเผชิญคำตอบที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงในห้องขัง… ไม่ใช่ในห้องบำบัด