อย่าเพิ่งบินไปญี่ปุ่น ถ้ายังไม่รู้เรื่องนี้! “โรคฟิฟธ์” คืออะไร? ผื่นแบบไหนคือสัญญาณอันตราย
เมื่อวันที่ 17 มิ.ย. เพจ ครบเครื่องเรื่องผิวหนัง โดย สมาคมแพทย์ผิวหนังแห่งประเทศไทย โพสต์แจ้งเตือน ระบุความว่า จากข่าวในญี่ปุ่นมีการแพร่ระบาดของโรคฟิฟธ์ (Fifth disease) โดยเฉพาะในเด็กและหญิงตั้งครรภ์ให้ระวัง
โรคฟิฟธ์
โรคฟิฟธ์คืออะไร? อาการแสดงทางผิวหนังที่สังเกตได้เป็นอย่างไร? น่ากลัวแค่ไหน? คนไทยที่มีแผนเดินทางไปญี่ปุ่นต้องปฏิบัติตัวอย่างไรถึงป้องกันโรคได้บ้าง? บทความสั้นนี้มีคำตอบค่ะ
โรคฟิฟธ์คืออะไร?
โรคฟิฟธ์ มีชื่อเรียกภาษาอังกฤษอีกชื่อหนึ่งว่า “???????????????????????????????? ????????????????????????????????????????????” เกิดจากการติดเชื้อไวรัส Parvovirus B19 มีรายงานการระบาดได้ทั่วโลก เกิดได้กับผู้ป่วยทุกอายุโดยเฉพาะเด็กเล็กอายุ 4-10 ปี แพร่กระจายเชื้อผ่าน สารคัดหลั่งจากทางเดินหายใจ ทางเลือด และผ่านทางรกจากแม่สู่ลูกได้
ที่เรียกว่าโรคฟิฟธ์ ในสมัยก่อนที่โลกยังไม่ได้รู้จักเชื้อไวรัสที่หลากหลาย เมื่อเด็กมีไข้ออกผื่น มีโรคที่ต้องนึงถึง 5 อันดับแรก โรค ???????????????????????????????? ???????????????????????????????????????????? อยู่ในลำดับที่ 5 จึงมีชื่อเรียกว่า โรคฟิฟธ์ (Fifth disease)
อาการแสดงทางผิวหนังที่สังเกตได้เป็นอย่างไร?
หลังสัมผัสชื่อโดยทั่วไป 4-14 วัน จะอาจมีอาการไข้ต่ำ ปวดศีรษะ ปวดเมื่อยตัว หลังจากนั้น 7-10 วันถึงมีผื่นเกิดขึ้น
- ผื่นแดงที่แก้ม 2 ข้าง (slapped cheeks)
- ผื่นแดงเว้นพื้นที่บริเวณจมูกและรอบปาก
- หลังจากนั้น 1-4 วัน จะมีผื่นที่แขนขาตามมากและลามไปที่ตัวได้ ผื่นจะมีลักษณะเป็นร่างแห (lacy and reticulate pattern) โดยผื่นนี้จะคงอยู่ให้เห็นนาน 1-3 สัปดาห์หรือมากกว่า โดยผื่นอาจเห็นเด่นชัดเวลาสัมผัสแสงอาทิตย์หรืออากาศร้อน
ในส่วนการติดเชื้อ parvovirus B19 ในผู้ใหญ่ ผื่นมักมีลักษณะต่างออกไปได้แก่
- ผื่นมีลักษณะเป็นจุดเลือดออกเล็กๆ ตำแหน่งที่พบบ่อยคือ มือเท้า และบริเวณรอบข้อพับต่างๆ
- อาจมีอาการแสบหรือคัน
- อาจมีผื่นลักษณะเป็นจุดเลือดออกที่บริเวณอื่นๆได้แก่ ในเพดานปากและลิ้นได้
น่ากลัวแค่ไหน?
โดยทั่วไปผู้ที่ติดเชื้อไวรัส สามารถหายเองได้ใน 1-2 สัปดาห์ ร้อยละ 10 ของผู้ป่วยอาจมีอาการข้ออักเสบร่วมด้วยแต่โดยทั่วไปสามารถหายเองได้ใน 1-3 สัปดาห์เช่นเดียวกัน
อย่างไรก็ตามโรคนี้สามารถถ่ายทอดจากแม่สู่ลูกผ่านรกได้ เด็กทารกส่วนใหญ่ที่แม่มีการติดเชื้อระหว่างตั้งครรภ์เกิดมาสมบูรณ์ปกติ แต่เด็กในครรภ์บางรายหากติดเชื้ออาจมีภาวะซีด ทารกในครรภ์บวมน้ำ (Hydrops fetalis) ไปจนถึงแท้งบุตร หรือบุตรเสียชีวิตในครรภ์ได้ โดยเฉพาะการติดเชื้อในครรภ์อายุก่อน 20 สัปดาห์
คนไทยที่มีแผนเดินทางไปญี่ปุ่นต้องปฏิบัติตัวอย่างไรถึงป้องกันโรคได้บ้าง?
เนื่องจากโรคนี้ถ่ายทอดผ่านสารคัดหลั่งจากการหายใจและละอองฝอยขนาดใหญ่ เช่น การไอจาม ดังนั้นหากจำเป็นต้องไปในที่ชุมชนแนะนำใส่หน้ากากอนามัยดีที่สุด ในส่วนผู้ที่กำลังตั้งครรภ์ยิ่งต้องตระหนักถึงโรคนี้ให้มากๆ นะคะ
หากมีอาการไม่สบายและสงสัยว่าตนเองอาจเป็นโรคนี้ ให้รีบพบแพทย์เพื่อทำการตรวจเพิ่มเติมและเฝ้าระวังทารกในครรภ์ต่อไปค่ะ
สำหรับแพทย์
- การวินิจฉัยอาศัยอาการทางคลินิกที่จำเพาะดังกล่าวข้างต้นเป็นสำคัญ
- ผลเลือดอื่นๆ อาจพบเม็ดเลือดขาวสูงขึ้นและพบ hemoglobin ต่ำลงจาก baseline ได้ในช่วง ที่มีผื่น (วันที่ 16-24 หลังสัมผัสเชื้อ)
- สามารถตรวจ confirm diagnosis ได้โดยการตรวจ serum anti-B19 IgM antibody ซึ่งบ่งบอกถึงการติดเชื้อภายใน 2-4 เดือนที่ผ่านมา โดยค่า IgM นี้จะเริ่มตรวจพบในวันที่ 8-12 หลังสัมผัสเชื้อ