โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อย่าเพิ่งบินไปญี่ปุ่น ถ้ายังไม่รู้เรื่องนี้! “โรคฟิฟธ์” คืออะไร? ผื่นแบบไหนคือสัญญาณอันตราย

เดลินิวส์

อัพเดต 17 มิ.ย. 2568 เวลา 16.18 น. • เผยแพร่ 17 มิ.ย. 2568 เวลา 09.04 น. • เดลินิวส์
รู้ไว้ไม่เสียหาย!

เมื่อวันที่ 17 มิ.ย. เพจ ครบเครื่องเรื่องผิวหนัง โดย สมาคมแพทย์ผิวหนังแห่งประเทศไทย โพสต์แจ้งเตือน ระบุความว่า จากข่าวในญี่ปุ่นมีการแพร่ระบาดของโรคฟิฟธ์ (Fifth disease) โดยเฉพาะในเด็กและหญิงตั้งครรภ์ให้ระวัง

โรคฟิฟธ์

โรคฟิฟธ์คืออะไร? อาการแสดงทางผิวหนังที่สังเกตได้เป็นอย่างไร? น่ากลัวแค่ไหน? คนไทยที่มีแผนเดินทางไปญี่ปุ่นต้องปฏิบัติตัวอย่างไรถึงป้องกันโรคได้บ้าง? บทความสั้นนี้มีคำตอบค่ะ

โรคฟิฟธ์คืออะไร?

โรคฟิฟธ์ มีชื่อเรียกภาษาอังกฤษอีกชื่อหนึ่งว่า “???????????????????????????????? ????????????????????????????????????????????” เกิดจากการติดเชื้อไวรัส Parvovirus B19 มีรายงานการระบาดได้ทั่วโลก เกิดได้กับผู้ป่วยทุกอายุโดยเฉพาะเด็กเล็กอายุ 4-10 ปี แพร่กระจายเชื้อผ่าน สารคัดหลั่งจากทางเดินหายใจ ทางเลือด และผ่านทางรกจากแม่สู่ลูกได้

ที่เรียกว่าโรคฟิฟธ์ ในสมัยก่อนที่โลกยังไม่ได้รู้จักเชื้อไวรัสที่หลากหลาย เมื่อเด็กมีไข้ออกผื่น มีโรคที่ต้องนึงถึง 5 อันดับแรก โรค ???????????????????????????????? ???????????????????????????????????????????? อยู่ในลำดับที่ 5 จึงมีชื่อเรียกว่า โรคฟิฟธ์ (Fifth disease)

อาการแสดงทางผิวหนังที่สังเกตได้เป็นอย่างไร?

หลังสัมผัสชื่อโดยทั่วไป 4-14 วัน จะอาจมีอาการไข้ต่ำ ปวดศีรษะ ปวดเมื่อยตัว หลังจากนั้น 7-10 วันถึงมีผื่นเกิดขึ้น

  • ผื่นแดงที่แก้ม 2 ข้าง (slapped cheeks)
  • ผื่นแดงเว้นพื้นที่บริเวณจมูกและรอบปาก
  • หลังจากนั้น 1-4 วัน จะมีผื่นที่แขนขาตามมากและลามไปที่ตัวได้ ผื่นจะมีลักษณะเป็นร่างแห (lacy and reticulate pattern) โดยผื่นนี้จะคงอยู่ให้เห็นนาน 1-3 สัปดาห์หรือมากกว่า โดยผื่นอาจเห็นเด่นชัดเวลาสัมผัสแสงอาทิตย์หรืออากาศร้อน

ในส่วนการติดเชื้อ parvovirus B19 ในผู้ใหญ่ ผื่นมักมีลักษณะต่างออกไปได้แก่

  • ผื่นมีลักษณะเป็นจุดเลือดออกเล็กๆ ตำแหน่งที่พบบ่อยคือ มือเท้า และบริเวณรอบข้อพับต่างๆ
  • อาจมีอาการแสบหรือคัน
  • อาจมีผื่นลักษณะเป็นจุดเลือดออกที่บริเวณอื่นๆได้แก่ ในเพดานปากและลิ้นได้

น่ากลัวแค่ไหน?

โดยทั่วไปผู้ที่ติดเชื้อไวรัส สามารถหายเองได้ใน 1-2 สัปดาห์ ร้อยละ 10 ของผู้ป่วยอาจมีอาการข้ออักเสบร่วมด้วยแต่โดยทั่วไปสามารถหายเองได้ใน 1-3 สัปดาห์เช่นเดียวกัน

อย่างไรก็ตามโรคนี้สามารถถ่ายทอดจากแม่สู่ลูกผ่านรกได้ เด็กทารกส่วนใหญ่ที่แม่มีการติดเชื้อระหว่างตั้งครรภ์เกิดมาสมบูรณ์ปกติ แต่เด็กในครรภ์บางรายหากติดเชื้ออาจมีภาวะซีด ทารกในครรภ์บวมน้ำ (Hydrops fetalis) ไปจนถึงแท้งบุตร หรือบุตรเสียชีวิตในครรภ์ได้ โดยเฉพาะการติดเชื้อในครรภ์อายุก่อน 20 สัปดาห์

คนไทยที่มีแผนเดินทางไปญี่ปุ่นต้องปฏิบัติตัวอย่างไรถึงป้องกันโรคได้บ้าง?

เนื่องจากโรคนี้ถ่ายทอดผ่านสารคัดหลั่งจากการหายใจและละอองฝอยขนาดใหญ่ เช่น การไอจาม ดังนั้นหากจำเป็นต้องไปในที่ชุมชนแนะนำใส่หน้ากากอนามัยดีที่สุด ในส่วนผู้ที่กำลังตั้งครรภ์ยิ่งต้องตระหนักถึงโรคนี้ให้มากๆ นะคะ

หากมีอาการไม่สบายและสงสัยว่าตนเองอาจเป็นโรคนี้ ให้รีบพบแพทย์เพื่อทำการตรวจเพิ่มเติมและเฝ้าระวังทารกในครรภ์ต่อไปค่ะ

สำหรับแพทย์

  • การวินิจฉัยอาศัยอาการทางคลินิกที่จำเพาะดังกล่าวข้างต้นเป็นสำคัญ
  • ผลเลือดอื่นๆ อาจพบเม็ดเลือดขาวสูงขึ้นและพบ hemoglobin ต่ำลงจาก baseline ได้ในช่วง ที่มีผื่น (วันที่ 16-24 หลังสัมผัสเชื้อ)
  • สามารถตรวจ confirm diagnosis ได้โดยการตรวจ serum anti-B19 IgM antibody ซึ่งบ่งบอกถึงการติดเชื้อภายใน 2-4 เดือนที่ผ่านมา โดยค่า IgM นี้จะเริ่มตรวจพบในวันที่ 8-12 หลังสัมผัสเชื้อ
ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...