โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ชู”จังหวัดตาก”พัฒนาเศรษฐกิจตามหลัก BCG

เดลินิวส์

อัพเดต 16 มิ.ย. 2568 เวลา 08.05 น. • เผยแพร่ 16 มิ.ย. 2568 เวลา 00.25 น. • เดลินิวส์
สวทช.ส่งมอบองค์ความรู้ด้านการอนุรักษ์ฟื้นฟูความหลากหลายทางชีวภาพมุ่งเศรษฐกิจ BCG อาทิ กาแฟหมักยีสต์ เทคโนโลยีการผลิต “Seed balls” เพื่อฟื้นฟูป่า คลังข้อมูลราทำลายแมลง

เมื่อเร็วๆนี้ศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ (ไบโอเทค) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ได้ร่วมกับโครงการส่งเสริมการเรียนรู้เพื่อการอนุรักษ์และฟื้นฟูสิ่งแวดล้อมอันเนื่องมาจากพระราชดำริจังหวัดตาก (ผาแดง) ภายใต้การสนับสนุนของสำนักงานคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ (กปร.) รวมถึงภาคีเครือข่ายต่าง ๆ ที่ มหาวิทยาลัยราชภัฏกำแพงเพชร แม่สอด จ.ตาก เพื่อส่งมอบองค์ความรู้ด้านการอนุรักษ์ฟื้นฟูความหลากหลายทางชีวภาพและเสริมสร้างเศรษฐกิจฐานรากของชุมชนในพื้นที่เหมืองผาแดง จำนวน 9 โครงการย่อย ซึ่งจัดแบ่งเป็น 3 กลุ่มหลัก ได้แก่ กลุ่มความหลากหลายทางชีวภาพ กลุ่มผลิตภัณฑ์จากวัสดุเกษตร และกลุ่มการถ่ายทอดเทคโนโลยีเพื่อชุมชน ให้กับกรมป่าไม้และชุมชนต่าง ๆ รอบผาแดง เพื่อเป็นกลไกในการสร้างความยั่งยืนด้านความหลากหลายทางชีวภาพ ยกระดับเศรษฐกิจชุมชน และรักษาสิ่งแวดล้อมในพื้นที่อย่างเป็นรูปธรรม ซึ่งจะเป็นประโยชน์สูงสุดแก่ชุมชนและจังหวัดตากในระยะยาวต่อไป

ดร.สิทธิโชค ตั้งภัสสรเรือง รองผู้อำนวยการศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ (ไบโอเทค) สวทช.กล่าวว่า จากแนวพระราชดำริของสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี ที่ทรงมีพระราชดำริให้พัฒนาพื้นที่เหมืองผาแดง จังหวัดตาก ซึ่งเคยเป็นเหมืองแร่สังกะสี ให้เป็นแหล่งเรียนรู้ธรรมชาติเพื่อการอนุรักษ์อย่างยั่งยืน ทางไบโอเทค สวทช. จึงได้ดำเนินโครงการ “การอนุรักษ์ฟื้นฟูความหลากหลายทางชีวภาพและเสริมสร้างเศรษฐกิจฐานรากของชุมชนในพื้นที่เหมืองผาแดง ตามโมเดล BCG” โดยมีระยะเวลาดำเนินงานในปี พ.ศ. 2567 - 2568 เพื่อส่งเสริมการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติและภูมิปัญญาท้องถิ่นอย่างยั่งยืน โครงการนี้ประกอบด้วย 9 โครงการย่อย แบ่งเป็น 3 กลุ่มหลัก ดังนี้

กลุ่มความหลากหลายทางชีวภาพ ได้แก่

1. การสร้างคลังข้อมูลเห็ดป่าและเห็ดสมุนไพร และ

2. การสร้างคลังข้อมูลราทำลายแมลง ซึ่งเราได้สร้างฐานข้อมูลสำคัญของพื้นที่ โดยการจัดทำคลังข้อมูลจุลินทรีย์กลุ่มเห็ด ทั้งเห็ดป่าที่บริโภคได้และเห็ดสมุนไพร รวมถึงคลังข้อมูลราที่สามารถควบคุมแมลงศัตรูพืชได้ ฐานข้อมูลเหล่านี้คือขุมทรัพย์ทางความรู้ที่จะเป็นรากฐานในการต่อยอดใช้ประโยชน์จากทรัพยากรชีวภาพอย่างยั่งยืนในอนาคต

กลุ่มผลิตภัณฑ์จากวัสดุเกษตร ได้แก่

3 กาแฟหมักยีสต์

4 น้ำส้มสายชูหมักจากเปลือกกาแฟ และ

5 อิฐชีวภาพจากวัสดุเหลือทิ้งทางการเกษตร ซึ่งเราได้นำวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีมายกระดับผลผลิตทางการเกษตรของชุมชน อาทิ การพัฒนา “กาแฟหมักยีสต์” เพื่อสร้างเอกลักษณ์ใหม่ให้กับกาแฟแม่สอด การแปรรูปเปลือกกาแฟที่เคยเป็นของเหลือทิ้งให้กลายเป็น “น้ำส้มสายชูหมัก” มูลค่าสูง และการสร้าง “อิฐชีวภาพ” จากเศษวัสดุการเกษตร ซึ่งทั้งหมดนี้คือตัวอย่างที่เป็นรูปธรรมของเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) ที่เปลี่ยนของเหลือทิ้งให้กลายเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีมูลค่าเพิ่ม

กลุ่มถ่ายทอดเทคโนโลยีเพื่อชุมชน ได้แก่

6. การปลูกมะเขือเทศอินทรีย์ในโรงเรือน

7. การผลิตและใช้ Seed balls สำหรับฟื้นฟูป่า

8. การพัฒนาเชื้อเห็ดเผาะและเห็ดระโงกร่วมกับไม้เศรษฐกิจ และ

9. การใช้ชีวภัณฑ์เกษตรในระบบเกษตรอินทรีย์ ซึ่งองค์ความรู้ไม่ได้ถูกเก็บไว้บนหิ้ง แต่ได้ถูกถ่ายทอดสู่ชุมชนให้สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้จริง ไม่ว่าจะเป็นเทคโนโลยีการผลิต “Seed balls” เพื่อฟื้นฟูป่า การถ่ายทอดความรู้การปลูกเชื้อเห็ดเศรษฐกิจอย่างเห็ดเผาะและเห็ดระโงกให้กับกล้าไม้วงศ์ยางเพื่อสร้างรายได้ควบคู่การปลูกป่า การใช้ชีวภัณฑ์เพื่อการทำเกษตรอินทรีย์ และการปลูกมะเขือเทศเชอรี่อินทรีย์ในโรงเรือน ทำให้ชุมชนสามารถพึ่งพาตนเองและสร้างรายได้อย่างยั่งยืนจากการใช้เทคโนโลยีเหล่านี้

ตลอดระยะเวลาการดำเนินงาน ได้รับความร่วมมืออย่างดียิ่งจากเครือข่ายในจังหวัดตาก อาทิ กรมป่าไม้ มหาวิทยาลัยราชภัฏกำแพงเพชร หอการค้าจังหวัดตาก ททท.สำนักงานตาก ตลอดจนองค์กรชุมชนและภาคประชาชน ซึ่งล้วนมีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนพื้นที่ผาแดงให้เป็นแหล่งเรียนรู้และสร้างรายได้อย่างยั่งยืน

ความสำเร็จของโครงการเหมืองผาแดงถือเป็นก้าวแรกที่สำคัญ แต่ สวทช. มองไกลไปถึงการขยายผลองค์ความรู้และนวัตกรรมเพื่อร่วมขับเคลื่อนศักยภาพของอำเภอแม่สอด และจังหวัดตาก ในภาพรวม จากวิสัยทัศน์ “จังหวัดตาก เมืองน่าดึงดูด-น่าอยู่-น่าลงทุน” โดย สวทช. พร้อมที่จะนำศักยภาพด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรม เข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษ และการส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ โดย สวทช. มุ่งหวังที่จะเห็นการนำฐานข้อมูลความหลากหลายทางชีวภาพไปพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์สุขภาพมูลค่าสูง การนำเทคโนโลยีการเกษตรแม่นยำมาปรับใช้เพื่อเพิ่มผลผลิตและลดต้นทุน และการนำแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียนมาประยุกต์ใช้กับการจัดการของเสียในภาคอุตสาหกรรมและชุมชนเมืองอย่างเต็มรูปแบบดร.สิทธิโชค ตั้งภัสสรเรือง กล่าว

ด้าน นายชูชีพ พงษ์ไชย ผู้ว่าราชการจังหวัดตาก มอบหมายให้นายประเดิม เดชายนต์บัญชา รองผู้ว่าราชการจังหวัดตาก เป็นผู้แทนเปิดงาน กล่าวถึงสิ่งที่จังหวัดตากจะได้รับจากโครงการนี้ว่า จะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงใน 3 มิติที่สำคัญ คือ มิติของการสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจ มิติของการเกษตรปลอดภัยและยั่งยืน และมิติของการอนุรักษ์และฟื้นฟู ซึ่งประโยชน์ทั้งหมดนี้จะเชื่อมโยงโดยตรงกับวิสัยทัศน์ของจังหวัดตาก ในการก้าวสู่ เมืองที่น่าอยู่ น่าลงทุน และเป็นประตูสู่ระเบียงเศรษฐกิจพิเศษ การพัฒนาเศรษฐกิจตามแนวทาง BCG ที่ สวทช. ได้วางรากฐานไว้ และจะเป็นพลังขับเคลื่อนสำคัญที่ทำให้การเติบโตของแม่สอดและจังหวัดตาก เป็นการเติบโตที่มีคุณภาพและจะเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และพัฒนาผลิตภัณฑ์จากโครงการให้เป็นสินค้าอัตลักษณ์ของจังหวัดตากต่อไป

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...