โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

พิชัย สั่งล้างบางธุรกิจผิดกฎหมายบ่อยทำลายเศรษฐกิจไทย

PostToday

อัพเดต 16 มิ.ย. 2568 เวลา 01.38 น. • เผยแพร่ 16 มิ.ย. 2568 เวลา 07.59 น.

เมื่อวันที่ 16 มิถุนายน 2568 ที่กระทรวงพาณิชย์ นายพิชัย นริพทะพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการบริหารจัดการแก้ไขปัญหาสินค้าและธุรกิจต่างประเทศที่ฝ่าฝืนกฎหมาย โดยมีผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงและผู้แทนจาก 17 หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมเพื่อเร่งรัดการขับเคลื่อนนโยบายตามข้อสั่งการของนางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ที่มุ่งจัดการปัญหาสินค้าไร้คุณภาพ ธุรกิจต่างชาติที่หลบเลี่ยงกฎหมาย และธุรกิจนอมินีที่บ่อนทำลายระบบเศรษฐกิจไทย

นายพิชัย ระบุว่า ได้กำชับให้ทุกหน่วยเดินหน้าเต็มที่ภายใต้ 4 แนวทางหลัก ได้แก่ 1) บังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวดกับแพลตฟอร์ม e-Commerce 2) ตรวจสอบคุณภาพสินค้านำเข้าทุกช่องทางโดยเฉพาะในเขตปลอดภาษี (Free Zone) 3) เชื่อมโยงข้อมูลระหว่างหน่วยงานเพื่อจับตาการแอบอ้างถิ่นกำเนิดสินค้า และ 4) ปรับปรุงกฎหมายขนถ่ายสินค้าระหว่างประเทศ (Transshipment) ให้ทันต่อกลยุทธ์เลี่ยงภาษี

จากสถิติตั้งแต่เดือนกันยายน 2567 ถึงพฤษภาคม 2568 หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ดำเนินคดีกับสินค้าผิดกฎหมายแล้ว 57,739 คดี มูลค่าความเสียหายกว่า 2,287 ล้านบาท จัดเก็บภาษีนำเข้าสินค้าราคาต่ำกว่า 1,500 บาทได้ถึง 1,875 ล้านบาท และลบสินค้าผิดกฎหมายบนแพลตฟอร์มออนไลน์กว่า 14,976 รายการ อีกทั้งยังปราบปรามธุรกิจนอมินีแล้ว 861 ราย มูลค่าความเสียหายสูงถึง 15,296 ล้านบาท

ในด้านการปราบปรามนอมินี นายพิชัยย้ำว่า ได้สั่งตรวจสอบเชิงรุกนิติบุคคลกลุ่มเสี่ยง 46,918 ราย โดยเฉพาะใน 4 จังหวัดเป้าหมาย คือ ชลบุรี กรุงเทพฯ ภูเก็ต และสุราษฎร์ธานี พร้อมตั้งคณะทำงานระดับจังหวัด บูรณาการร่วมกับกระทรวงมหาดไทย โดยให้ผู้ว่าราชการจังหวัดรับหน้าที่กำกับ ตรวจสอบ จับกุม และดำเนินคดีให้แล้วเสร็จภายใน 1 ปี โดยช่วง 6 เดือนแรกจะดำเนินการครอบคลุม 69 จังหวัดก่อน

นายนภินทร ศรีสรรพางค์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ เสริมว่า รัฐบาลกำลังเสนอร่างแก้ไข พ.ร.บ.ฟอกเงิน โดยเพิ่ม “การเป็นนอมินี” เป็นความผิดมูลฐาน ซึ่งจะเปิดทางให้ยึดทรัพย์บริษัทที่กระทำผิดได้ ร่างกฎหมายดังกล่าวผ่านการรับฟังความคิดเห็นแล้ว อยู่ระหว่างการพิจารณาของคณะกรรมการกฤษฎีกา คาดว่าจะใช้เวลา 6 เดือนถึง 1 ปี ก่อนเข้าสู่การพิจารณาของรัฐสภา

“นี่คือการเดินหน้าตามนโยบายเชิงรุกของรัฐบาลอย่างจริงจัง ไม่ใช่แค่ตรวจสอบย้อนหลัง แต่ต้องป้องกันไม่ให้เกิดผู้กระทำผิดรายใหม่ เพื่อคุ้มครองผู้ประกอบการที่สุจริต และฟื้นฟูระบบเศรษฐกิจไทยให้โปร่งใสและเข้มแข็ง” นายพิชัยกล่าว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...