โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

สีกากีติดลบ!

ไทยโพสต์

อัพเดต 14 มิ.ย. 2568 เวลา 22.19 น. • เผยแพร่ 14 มิ.ย. 2568 เวลา 17.01 น.

ยิ่งกว่าพระศุกร์เข้าพระเสาร์แทรก แวดวง "สีกากี" แค่เพียงสัปดาห์เดียวก็มีบุคลากรตกเป็นผู้ต้องหา ตกเป็นจำเลย ตกเป็นที่พูดถึงในมุมลบของสังคมแทบจะเป็นรายวัน ตั้งแค่เคส หมอแอร์-พ.ต.อ.หญิง อัญชุลี ธีระวงศ์ไพศาล นายแพทย์ (สบ 5) กลุ่มงานเวชศาสตร์ครอบครัว โรงพยาบาลตำรวจ ที่ตกเป็นผู้ต้องหาคดีแอบอ้างคลินิกต่างๆ สั่งซื้อและจำหน่ายยานอนหลับ หรือที่ในแวดวงนักเที่ยวยามราตรีเรียก "ยาเสียสาว" ที่สำคัญ "หมอแอร์" ยังใช้ห้องพักแฟลตตำรวจเป็นที่ซุกซ่อนยาแจกจ่ายให้ลูกค้า โดยให้ลูกน้องมาพักอาศัยทำธุรกิจผิดกฎหมายให้ จนมีการตั้งคำถามถึงการใช้แฟลตตำรวจเป็น

แหล่งพักยาและจำหน่าย เพื่อป้องกันไม่ให้มีใครกล้าเข้ามาตรวจค้น รวมทั้งในแวดวง "ตำรวจ" เองก็มีการจุดประเด็นการใช้ห้องพักแฟลตตำรวจ ที่ตำรวจทำงานหลายคนอยากมีห้องพักหลวง ไม่ต้องไปเช่าที่อื่น แต่ตำรวจที่ได้สิทธิ์ห้องพักกลับให้คนอื่นมาอยู่ มาใช้ประโยชน์ ลามไปถึงการเรียกร้อง ผบ.ต่าย-พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. น่าจะถึงเวลาสังคายนาแฟลตตำรวจ ห้องพักที่ตำรวจมีชื่อครอบครองอยู่จริง หรือปล่อยเช่า บางคนเกษียณไปหลายปีแล้วก็ยังดื้อตาใสไม่ยอมออก ควรถึงเวลาต้องเก็บกวาดห้องพักตำรวจ ให้ถูกต้องตามกฎ ตามระเบียบ กันรอบใหญ่แล้ว จริงหรือไม่ ผบ.ต่าย

เช่นเดียวกับคดีชั้น 14 หลังจาก "แพทยสภา" ยืนยันมติลงโทษ 3 หมอที่เกี่ยวข้องกับการรักษา "ทักษิณ ชินวัตร" อดีตนายกรัฐมนตรี ที่ชั้น 14 โรงพยาบาลตำรวจ ไม่เห็นด้วยกับที่ "สมศักดิ์ เทพสุทิน" รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ในฐานะสภานายกพิเศษแห่งแพทยสภา ส่งความเห็นแย้งหรือวีโตมติดังกล่าว แม้แพทยสภาจะยังไม่เปิดเผยชื่ออย่างเป็นทางการว่าทั้ง 3 หมอมีใครบ้าง แต่แค่การเคลื่อนไหวของ "หมอ" ที่คาดว่าจะเกี่ยวข้องกับคำสั่งลงโทษทางจริยธรรมวิชาชีพแพทย์ ก็พอเดาออกว่า 2 ใน 3 หมอดังกล่าว น่าจะมีชื่อ พล.ต.ท. นพ.โสภณรัชต์ สิงหจารุ ถูกกล่าวหาว่าให้ข้อมูลทางการแพทย์ไม่ตรงกับความเป็นจริง จากการให้สัมภาษณ์นักข่าวถึงอาการเจ็บป่วยของผู้ต้องขังในโรงพยาบาลตํารวจ ซึ่งถูกตีความว่าเป็นการสร้างความเข้าใจผิดว่าผู้ป่วยอยู่ในภาวะวิกฤต กับ พล.ต.ท. นพ.ทวีศิลป์ เวชวิทารณ์ ถูกกล่าวหาว่าเขียนใบแสดงความเห็นแพทย์ไม่ถูกต้อง เป็นเหตุให้ผู้ต้องขังได้รับอนุญาตให้นอนพักรักษาตัวต่อในโรงพยาบาล ซึ่งถูกตีความว่าให้ข้อมูลไม่ตรงกับความเป็นจริง ก็ทำให้ "ตำรวจ" ได้รับผลลบตามมาเหมือนกัน

นี่ก็เป็นอีกหนึ่งปมร้อน "สีกากี" ที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์ในสังคมเวลานี้ว่า "ตำรวจ" ทำเหมาะสมแล้วหรือไม่ กรณี ตำรวจ สน.ปทุมวัน วิ่งตามกระชากรถจักรยานยนต์ไรเดอร์ไม่สวมหมวกนิรภัยฝ่าฝืนสัญญาณไฟจราจร จนผู้โดยสารที่นั่งมาด้วยตกจากรถ บริเวณจุดกลับรถแยกปทุมวัน ถนนพญาไท เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ จน บิ๊กหยาม-พล.ต.ท.สยาม บุญสม ผบช.น.ต้องลงมาดูเอง รวมทั้งไปเยี่ยมผู้โดยสารที่ได้รับบาดเจ็บ ยืนยันแม้ผู้บังคับบัญชาสั่งการให้มีการกวดขันจับกุมผู้กระทำผิด โดยเน้นที่ตัวผู้กระทำผิด แต่ตำรวจที่ปฏิบัติหน้าที่ก็ต้องปฏิบัติให้เกิดความปลอดภัยสูงสุดในภาพรวมเป็นหลัก โดยจะมีการอบรมตำรวจให้เข้าใจในวิธีการปฏิบัติให้รอบคอบ ปลอดภัย ถูกต้องตามหลักการและยุทธวิธี…ทั้งหมดทั้งมวล ทุกเรื่องทุกราวที่เกิดขึ้นในช่วงนี้ ก็ทำให้ภาพลักษณ์ "สีกากี" ติดลบในสายตาชาวบ้านไม่น้อย และเป็นโจทย์ใหญ่ที่ ผบ.ต่าย ต้องเร่งแก้ไข ไม่ให้เกิดเหตุซ้ำรอย เรียกศรัทธาคืนจากประชาชนให้ได้โดยเร็วที่สุด

“บิ๊กกุ้ง” พล.ท.บุญสิน พาดกลาง แม่ทัพภาคที่ 2 กลายเป็นขวัญใจแม่ยกคนใหม่ ด้วยสไตล์ทหารไทยแบบบ้านๆ ถ้าเปรียบเป็นผลิตภัณฑ์ก็ถือว่า “ของแท้ ราคาจับต้องได้” พูดตรงๆ นิ่มๆ ไม่มีอะไรซับซ้อน ยิ่งตอนตอบคำถามของ "นายกฯ แพทองธาร ชินวัตร" ที่ลงพื้นที่ จ.สุรินทร์ สั่งการส่วนราชการในสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา ที่กำลัง “ชิงไหวชิงพริบ” ในมาตรการกดดันเรื่องการปิดด่าน ว่าเหตุผลที่ต้องปิดเหลื่อมเวลา เพื่อสื่อนัยทางการเมือง เพราะเป้าหมายคือการประสานให้กัมพูชาปรับกำลังที่มาตรึงตามแนวชายแดนตั้งแต่เดือน เม.ย.ที่ผ่านมา กลับเข้าสู่ที่ตั้งเพื่อลดการเผชิญหน้ากันอย่างแท้จริง โดยมีกำหนดการประชุมคณะกรรมาธิการชายแดนส่วนท้องถิ่น หรือทีบีซี ในวันที่ 27-28 มิ.ย.นี้ โดยมี ผบ.ภูมิภาคทหารที่ 4 กัมพูชาเป็นประธานฝ่ายกัมพูชา และ “บิ๊กกุ้ง” เป็นประธานฝ่ายไทย

"บิ๊กออฟ" พล.อ.ทรงวิทย์ หนุนภักดี ผู้บัญชาการทหารสูงสุด ในฐานะผู้อำนวยการ ศอ.ปชด. นำทีมผู้บังคับบัญชา กองบัญชาการกองทัพไทย ส่งมอบยุทโธปกรณ์พิเศษแก่กองกำลังป้องกันชายแดน และหน่วยเฉพาะกิจ หน่วยปฏิบัติการพิเศษร่วม ณ กองบัญชาการกองทัพไทย ประกอบด้วย รถจักรยานยนต์แบบวิบากและทั่วไป, เครื่องวิทยุสื่อสาร, อุปกรณ์โซลาร์เซลล์, โดรน และยุทโธปกรณ์สนับสนุนภารกิจอื่นๆ ทั้งนี้เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการปฏิบัติภารกิจป้องกันและปราบปรามยาเสพติด รวมถึงการดูแลความมั่นคงในพื้นที่ชายแดนอย่างครอบคลุมและมีประสิทธิภาพ ทั้งนี้ เป็นไปตามนโยบายของ ศอ.ปชด. ที่มุ่งยกระดับการป้องกันภัยคุกคามผ่านการจัดหาเครื่องมือที่เหมาะสมกับสภาพพื้นที่และลักษณะภารกิจ พร้อมทั้งเสริมสร้าง “เครือข่ายความมั่นคงเชิงระบบ” ให้สามารถตอบสนองสถานการณ์ได้อย่างทันท่วงที

พล.ท.ไพศาล หนูสังข์ แม่ทัพภาคที่ 4 ในฐานะ ผอ.รมน.ภาค 4 สน. ลงพื้นที่ตรวจสอบกรณีพบโดรนต้องสงสัย 2 ลำถูกฝังดินในพื้นที่บ้านไร่ออก ม.2 ต.สำนักขาม อ.สะเดา จ.สงขลา จากการตรวจสอบเบื้องต้นโดย ฉก.ร.5 ร่วมกับฝ่ายปกครองอำเภอสะเดา, สถานีตำรวจภูธรสะเดา, ตชด.437, ชุดเก็บกู้วัตถุระเบิด (EOD) และสำนักงานพิสูจน์หลักฐานภาค 9 พบว่าโดรนทั้งสองลำเป็นโดรนขนาดใหญ่ แบบ 6 ใบพัด ดัดแปลงติดตั้งอุปกรณ์เครื่องยิงลูกระเบิดขนาด 60 มิลลิเมตร จำนวน 6 ช่อง และอุปกรณ์ปล่อยวัตถุระเบิดแสวงเครื่องอีก 1 ชุด แม้ไม่พบวัตถุระเบิดในที่เกิดเหตุ แต่ลักษณะการดัดแปลงชี้ให้เห็นถึงการนำมาใช้โจมตีเป้าหมาย จากนั้นแม่ทัพภาคที่ 4 ได้เรียกประชุมหน่วยโดยมี พล.ต.อภินันท์ แจ่มแจ้ง ผู้บัญชาการกองพลทหารราบที่ 5 และ พ.อ.ทวีพร คณะทอง ผู้บังคับการกรมทหารราบที่ 5 รวมถึงเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพื่อร่วมประเมินสถานการณ์และกำหนดแนวทางการสืบสวน มีการตั้งข้อสันนิษฐานเบื้องต้น 2 ประเด็น คือการเตรียมนำโดรนมาใช้ในการก่อเหตุรุนแรงในพื้นที่เมืองเศรษฐกิจ หรือสถานที่ราชการสำคัญ หรือลักลอบขนส่งสิ่งผิดกฎหมายตามแนวชายแดนไทย-มาเลเซีย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...