โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

โลกร้อนเร่งการสูญพันธุ์ ของแมวน้ำแคสเปียน ภูมิคุ้มกันอ่อนแอลงเพราะมลพิษในทะเล

TNN ช่อง16

เผยแพร่ 14 มิ.ย. 2568 เวลา 06.17 น.
แมวน้ำแคสเปียนกำลังวิกฤต ถูกคุกคามจากภาวะโลกร้อนและกิจกรรมของมนุษย์ เพิ่มมลพิษในทะเล ทำภูมิคุ้มกันของแมวน้ำอ่อนแอลงจนไม่สามารถต้านทานโรคต่างๆ ได้

ตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2024 พบว่าแมวน้ำแคสเปียนซึ่งถูกจัดให้เป็นสัตว์ใกล้สูญพันธุ์จำนวนกว่า 2,200 ตัว เกยตื้นตามชายฝั่งคาซัคสถาน ที่ผ่านมาประชากรแมวน้ำแคสเปียนลดจำนวนลงอย่างรวดเร็ว ซึ่งเป็นสัญญาณเตือนของผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและภาวะโลกร้อน รวมถึงกิจกรรมต่างๆ จากมนุษย์นั้นส่งผลกระทบกับระบบนิเวศแทบจะทั้งหมด

ทางการของคาซัคสถาน ระบุว่า การเกยตื้นหมู่ของแมวน้ำแคสเปียนและลดจำนวนลงมีสาเหตุจากหลายปัจจัย ไม่ว่าจะเป็นการสะสมมลพิษ โรคติดต่อต่างๆ การติดเชื้อ การขาดอากาศหายใจจากการรั่วไหลของก๊าซธรรมชาติในทะเล ทั้งหมดนี้ล้วนส่งผลต่อระบบภูมิคุ้มกันของแมวน้ำอ่อนแอลง จนไม่สามารถต้านทานโรคได้ดีเหมือนเดิม

นอกจากปัจจัยด้านสุขภาพแล้ว การเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศทำให้ระดับน้ำทะเลแคสเปียนลดลง ฤดูหนาวสั้นลง อุณหภูมิโลกที่เพิ่มสูงขึ้นกระทบกับวงจรชีวิตของแมวน้ำอย่างช้าๆ ขณะเดียวกันกิจกรรมของมนุษย์ยังเป็นตัวเร่งปัญหาทั้งหมดให้รุนแรงขึ้น ทั้งการเดินเรือในฤดูหนาวที่รบกวนการสผมพันธุ์ของแมวน้ำ การประมงที่เกินพิกัด และการติดอวนของชาวประมง

ขอมูลจากองค์การระหว่างประเทศเพื่อการอนุรักษ์ธรรมชาติ หรือ IUCN เปิดเผยว่า จำนวนประชากรแมวน้ำแคสเปียนในคาซัคสถานเหลือเพียง 270,000 ตัว แม้ว่าจะเป็นจำนวนไม่น้อย แต่เมื่อเทียบกับในอดีตจะพบว่าจำนวนแมวน้ำแคสเปียนลดลงไปกว่าร้อยละ 70 ทั้งหมดนี้ไม่ใช่เพียงแค่ปัญหาเฉพาะของท้องถิ่นเท่านั้นแต่จำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือในระดับภูมิภาคที่เข้มแข็งเพื่อปกป้องระบบนิเวศและสัตว์ทะเลหายากก่อนจะสายเกินไป

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...