โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

จีนการผลิตหด 3 เดือนติด เจอพิษสงครามราคา อุปสงค์วูบ ภาษีทรัมป์ซ้ำเติม

Amarin TV

เผยแพร่ 30 มิ.ย. 2568 เวลา 05.54 น.
จีนการผลิตหด 3 เดือนติด เจอพิษสงครามราคา อุปสงค์วูบ ภาษีทรัมป์ซ้ำเติม

จีนการผลิตหดตัว 3 เดือนซ้อนในเดือนมิถุนายน เนื่องจากยังเผชิญแรงกดดันจากสงครามราคา อุปสงค์ซบเซา และผลกระทบภาษีทรัมป์ แม้ว่ารัฐบาลจะพยายามออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเพื่อประคองบางส่วนของภาคอุตสาหกรรม

ข้อมูลจากสำนักงานสถิติแห่งชาติจีนระบุว่า ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิตในเดือนมิถุนายนปรับตัวเพิ่มขึ้นเล็กน้อยมาอยู่ที่ระดับ 49.7 จาก 49.5 ในเดือนพฤษภาคม แต่ยังต่ำกว่าระดับ 50 ซึ่งถือเป็นเส้นแบ่งระหว่างการขยายตัวและการหดตัว สอดคล้องกับผลสำรวจของรอยเตอร์ที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้

การผลิตฟื้นบางส่วน แต่ปัญหาเชิงโครงสร้างยังเป็นแรงกดดัน

แม้ว่าภาพรวมภาคการผลิตของจีนจะยังคงอยู่ในภาวะหดตัว แต่เริ่มมีสัญญาณฟื้นตัวบางส่วน โดยดัชนีย่อยด้านการผลิตปรับขึ้นเป็น 51 และคำสั่งซื้อใหม่เพิ่มขึ้นเป็น 50.2 สะท้อนถึงการฟื้นตัวของกิจกรรมอุตสาหกรรมและความต้องการสินค้าในตลาด อย่างไรก็ตาม ดัชนีสินค้าคงคลังและการจ้างงานยังคงลดลงต่อเนื่อง โดยอยู่ที่ระดับ 48 และ 47.9 ตามลำดับ ซึ่งยังบ่งชี้ถึงปัญหาเชิงโครงสร้างที่กดดันภาคการผลิตของจีนอย่างต่อเนื่อง

ในส่วนของภาคบริการและก่อสร้าง ดัชนี PMI ภาคที่ไม่ใช่การผลิตขยับขึ้นเล็กน้อยเป็น 50.5 จาก 50.3 ในเดือนก่อนหน้า โดยภาคบริการยังคงชะลอตัวที่ระดับ 50.1 ขณะที่ภาคก่อสร้างขยายตัวแข็งแกร่งขึ้นสู่ระดับ 52.8 ได้แรงหนุนจากโครงการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานของรัฐบาล

จากข้อมูลดังกล่าว Zichun Huang นักเศรษฐศาสตร์จาก Capital Economics ระบุว่าเศรษฐกิจจีนเริ่มเห็นสัญญาณฟื้นตัวจากภาคการผลิตและการก่อสร้าง แต่ยังคงเผชิญความเสี่ยงจากการส่งออกที่อาจชะลอลงและผลกระทบจากนโยบายการคลังที่อาจอ่อนแรงในช่วงครึ่งปีหลัง

ทั้งนี้ คำสั่งซื้อส่งออกใหม่ขยับขึ้นเป็น 47.5 จาก 44.7 ในเดือนก่อนหน้า ซึ่งอาจเป็นผลจากการฟื้นตัวของอุปสงค์จากสหรัฐฯ หลังการบรรลุข้อตกลงผ่อนคลายข้อพิพาททางการค้าเมื่อช่วงกลางเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา

จีนยังเผชิญสงครามราคาต่อเนื่อง ผลกระทบภาษีจากสหรัฐฯ ยังไม่คลี่คลาย

ทั้งนี้ แม้ว่าภาคการผลิตของจีนจะเริ่มส่งสัญญาณฟื้นตัวบางส่วน แต่ผู้ผลิตยังคงเผชิญแรงกดดันอย่างหนักจากสงครามราคาที่รุนแรง ปัญหาอุปทานส่วนเกิน และความต้องการภายในประเทศที่ยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่ ขณะเดียวกัน มาตรการภาษีจากสหรัฐฯ ยังคงเป็นอุปสรรคสำคัญที่กดดันภาคการส่งออกของจีน โดยเฉพาะในตลาดสหรัฐฯ ซึ่งข้อมูลในเดือนพฤษภาคมระบุว่าการส่งออกของจีนไปยังสหรัฐฯ ลดลงถึง 34.5% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แม้ว่าจีนจะพยายามกระจายตลาดส่งออกและบางส่วนของภาษีจะได้รับการยกเลิกในเดือนเดียวกันก็ตาม

ในด้านเศรษฐกิจภายในประเทศ ปัจจุบัน เศรษฐกิจจีนยังเผชิญภาวะเงินฝืดอย่างต่อเนื่อง โดยในเดือนพฤษภาคม ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ลดลง 0.1% ส่วนดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) ร่วงลงในอัตราสูงที่สุดนับตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2023 ขณะที่กำไรของภาคอุตสาหกรรมลดลงถึง 9.1% ซึ่งถือเป็นการหดตัวรุนแรงที่สุดในรอบเจ็ดเดือน สถานการณ์ดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงแรงกดดันในเชิงโครงสร้างที่ยังคงส่งผลต่อเศรษฐกิจโดยรวม

Tommy Xie หัวหน้าฝ่ายวิจัยจีนของ OCBC Bank ประเมินว่าจีนอาจจำเป็นต้องดำเนินมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติมในช่วงครึ่งปีหลัง เช่น การแจกคูปองเพื่อกระตุ้นการบริโภค โครงการเปลี่ยนสินค้าใหม่ และการออกพันธบัตรรัฐบาลเพิ่มเติมเพื่อขยายการใช้จ่ายภาครัฐ เพื่อพยุงเศรษฐกิจที่ยังเผชิญความเสี่ยงรอบด้าน

นายกรัฐมนตรีหลี่ เฉียง ให้คำมั่นในเวทีเศรษฐกิจที่เมืองเทียนจินว่ารัฐบาลจีนจะเดินหน้าผลักดันมาตรการกระตุ้นการบริโภคภายในประเทศอย่างต่อเนื่อง เพื่อเสริมสร้างบทบาทของจีนในฐานะ "มหาอำนาจด้านการบริโภค" ในอนาคต ถือเป็นหนึ่งในแนวทางสำคัญในการลดการพึ่งพาตลาดส่งออกที่ยังเปราะบางจากผลกระทบด้านการค้าโลกในปัจจุบัน

ข้อตกลงการค้าใหม่ แต่ยังมีข้อกังวล

เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา กระทรวงพาณิชย์จีนเปิดเผยว่า จีนและสหรัฐฯ ได้บรรลุข้อตกลงเพิ่มเติมในกรอบความร่วมมือทางการค้า โดยจีนจะอนุมัติการส่งออกสินค้าควบคุมบางรายการ ส่วนสหรัฐฯ จะยกเลิกมาตรการควบคุมบางส่วนที่เคยใช้กับจีน

อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์เตือนว่ารายละเอียดของข้อตกลงยังไม่ชัดเจน โดยเฉพาะเงื่อนไขการส่งออกสินค้ากลุ่มแม่เหล็กแร่หายากที่เป็นทรัพยากรเชิงยุทธศาสตร์

Wendy Cutler รองประธาน Asia Society Policy Institute ระบุว่าข้อตกลงล่าสุดสะท้อนถึงความซับซ้อนของการเจรจาการค้า และเป็นสัญญาณว่าทั้งสองฝ่ายยังคงพยายามเดินหน้าเจรจาด้วยความจริงใจภายใต้กรอบที่ริเริ่มในเจนีวา

กระทรวงพาณิชย์จีนยืนยันจุดยืนว่าจะไม่ยอมรับข้อตกลงใด ๆ ที่ประเทศอื่นทำกับสหรัฐฯ หากข้อตกลงนั้นส่งผลกระทบต่อผลประโยชน์ของจีน และเตือนว่าจีนพร้อมจะตอบโต้หากผลประโยชน์ของประเทศถูกละเมิด

ทั้งนี้ ผลสำรวจดัชนี PMI ภาคการผลิตจีนโดย Caixin และ S&P Global ซึ่งมีกำหนดเผยแพร่ในวันอังคาร คาดว่าจะปรับเพิ่มขึ้นเล็กน้อยเป็น 49 ในเดือนมิถุนายน จาก 48.3 ในเดือนพฤษภาคม ตามการคาดการณ์ของรอยเตอร์

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...