“อี้ แทนคุณ” จี้ สว.หยุดปฏิบัติหน้าที่ .
“อี้ แทนคุณ” จี้ สว.หยุดปฏิบัติหน้าที่ ลาออกก่อนไม่มีแผ่นดินอยู่ ฟาดแรง สว.แลบลิ้น-พูดฝรั่งเศส ขาดวุฒิภาวะ เผยมีฮั้วทุกสี
วันที่ 23 พ.ค. 68 นายแทนคุณ จิตต์อิสระ ประธานชมรมสันติประชาธรรม พาประชาชนมายื่นหนังสือถึง นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎรในฐานะประธานรัฐสภา เพื่อขอความกรุณา ให้ช่วยกำกับสมาชิกวุฒิสภาที่ถูกตั้งข้อกล่าวหาโดยกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ ดีเอสไอ ให้มีสำนึกในการรับผิดชอบต่อสังคมโดยให้หยุดปฏิบัติหน้าที่เพื่อเปิดทางให้มีการสืบสวนสอบสวนอย่างเต็มที่ และให้เข้าสู่กระบวนการยุติธรรม
นายแทนคุณ กล่าวว่า สืบเนื่องจากการที่มีเหตุอันควรสงสัยหรือความปรากฏต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ว่าได้มีการกระทำ มันเป็นการฝ่าฝืนพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา 2561 มาตรา 70 ประกอบมาตรา 36 มาตรา 77 (1) และมาตรา 62 โดยมีสมาชิกวุฒิสภาถูกตั้งข้อกล่าวหาว่ามีการกระทำความผิด เกี่ยวกับการได้มาซึ่งวุฒิสภาหรือฮั้วการเลือก สว. และเป็นคดีความที่เข้าสู่กระบวนการยุติธรรมโดยกรมสอบสวนคดีพิเศษ
นอกจากนี้ยังมีสมาชิกวุฒิสภา 92 คน ที่ได้เข้าชื่อร้องค่อคณะกรรมการ ป.ป.ช.และ กกต.ขอให้อธิบดีดีเอสไอหยุดปฏิบัติหน้าที่ รวมถึงขอให้คณะอนุกรรมการสืบสวนเละไต่สวน กกต.พ่วงดีเอสไออีก 9 ราย หยุดปฏิบัติหน้าที่ชั่วคราว การกระทําลักษณะนี้เป็นเหมือนการแทรกแซง อํานาจการสอบสวนของคณะพนักงานสอบสวนที่ปฏิบัติตามกรอบกฎหมาย ซึ่งไม่เคยปรากฎมาก่อน เมื่อถูกตรวจสอบและแจ้งข้อกล่าวหากลับใช้วิธีที่ย้อนแย้งกับกรอบของกฎหมาย
นายแทนคุณ กล่าวว่า ตนในฐานะที่เป็นอดีตสมาชิกรัฐสภาคนหนึ่งรวมทั้งภาคประชาชน ที่ทนไม่ไหวกับพฤติกรรมที่เกิดขึ้นในลักษณะ ที่เป็นการต่อต้านการตรวจสอบและขาดความรับผิดชอบต่อสังคมโดยเฉพาะการบังคับใช้กฎหมายขาดวุฒิภาวะทำให้ภาพลักษณ์ของสภาไทยถดถอย ยิ่งการกระทำและการสัมภาษณ์ของวุฒิสภาหลายคน แสดงท่าทีที่ตลกเสียดสีอย่างไร้มารยาทต่อหน้าสาธารณชนเช่น การแลบลิ้นการให้สัมภาษณ์เป็นภาษาต่างประเทศ แบบผิดกาลเทศะเพียงเพื่อต้องการตอบโต้หรือหนีการตอบคำถามของสื่อมวลชน
"ผมและนักวิชาการบางส่วนไม่สามารถทนความน่าอัปยศอดสูที่เกิดขึ้นในระบอบประชาธิปไตยไทยได้ กับเหตุการณ์เช่นนี้จึงขอกราบเรียนไปยังท่านประธานรัฐสภา เพื่อหามาตรการในการดำเนินการให้สมาชิกวุฒิสภาที่ถูกกล่าวหาจากหน่วยงาน ได้กำกับดูแลให้สว.เหล่านี้หยุดปฏิบัติหน้าที่ชั่วคราวหรือถ้าจะให้ดีคือลาออกเพื่อแสดง สปิริตต่อปวงชนชาวไทย เพื่อไม่ให้เป็นการสิ้นเปลืองเงินภาษีของประชาชนต่อไปและเพื่อให้สามารถกล่าวอ้างได้ว่าสมาชิกรัฐสภายังมีศักดิ์ศรีและทนงเกียรติภูมิของสมาชิกรัฐสภา ไปให้ลูกหลานได้ภูมิใจบ้าง หากมีการกระทำใดที่น่าละอายต่อไปจนประชาชนทำไม่ไหวอาจกลายเป็นเหตุการณ์บานปลายต่อไป ทำลายความศรัทธาของประชาชน จากการกระทำที่ไม่ได้มีความสง่างามของวุฒิสภากลุ่มดังกล่าว " นายแทนคุณกล่าว
นายแทนคุณ ยังเผยว่า ตนเคยสมัครสว.ในรอบที่ผ่านมา ซึ่งเห็นว่ามีการนัดหมายกันก่อนวันที่เลือกทุกครั้ง ซึ่งไม่ใช่แค่สีน้ำเงินสีอื่นก็มีสถานที่นัดหมายคือ พิพิธภัณฑ์ที่เกี่ยวกับผลิตภัณฑ์เสื้อผ้าแห่งหนึ่งแถวสยามสแควร์ตรงข้ามกับสนามกีฬาฯ ตนได้ผ่านคัดเลือกไปถึงระดับเขต ก็มีฤทธิ์ออกมาตรงตามที่ล็อคไว้เลย 2 หมายเลข คะแนนนำโดดจนคนอื่นตามไม่ทัน ตนยังเก็บและจดตัวเลขเหล่านั้นไว้จะให้ไปเป็นพยานก็ยินดี ที่ไม่ออกมาเคลื่อนไหวก่อนหน้านี้เพราะยังอยากเห็นสำนึกของสว. ตอนนี้สถานการณ์เรื่องการทุจริตลุกลามบานปลายจนได้ชื่อว่าเทาแลนด์ อาจจะเริ่มต้นแค่ไขก็ควรเริ่มที่การเมืองที่สามารถตรวจสอบและบังคับใช้กฎหมายได้อย่างเข้มข้น โดยเฉพาะจากสมาชิกวุฒิสภา ตนเชื่อว่าเหล่านั้นรู้ตัวว่าทำอะไรลงไป หากมีสำนึกก็ขอให้ลาออกเพราะจะสง่างามมากกว่า การถูกดำเนินคดีเพราะวันนั้นจะไม่เหลือที่อยู่ในแผ่นดินไทย
ด้านนายบุญส่ง ชเลธร รองคณบดีฝ่ายกิจการพิเศษ สถาบันรัฐประศาสนศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิตและรองหัวหน้าพรรคก้าวอิสระ กล่าวว่า เรื่องการฮั้วสว. ตนกล้ายืนยันได้ว่า การเลือกสว. ที่ผ่านมามีการฮั้วกันอย่างน่ารังเกียจที่สุด ทำลายหลักการตามรัฐธรรมนูญ ล้มล้างการปกครองประเทศ
" แม้ว่าคนจะรู้กันทั่วประเทศผู้ที่ถูกกล่าวหาก็ออกมาปฏิเสธกันจนลิ้นดำผมขอใช้คำว่าโกหกจนลิ้นดำ ความหมายของมันไม่ใช่อยู่ที่การแลบลิ้นมาโชว์ว่าลิ้นขาวหรือเปล่าแต่ความหมายคือว่าโกหกจนเคยตัวโกหกจนเป็นสันดานโกหกจนเป็นนิสัยอย่างไม่น่าเชื่อถือ ทุกวันนี้เราปล่อยให้สว.ลิ้นดำทั้งหลายออกมาโฆษณาชวนเชื่อ ปกป้องตัวเอง " นายบุญส่งกล่าว
นายบุญส่ง ยังกล่าวว่า ตนไม่เชื่อว่าคนเหล่านี้จะมีจิตสำนึกในการลาออกหรือยุติบทบาทหน้าที่ด้วยตัวเอง จึงขอเรียกร้องทุกฝ่ายรวมถึงประธานรัฐสภา และผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องทุกคนให้ช่วยกันสร้างกระแสกดดันให้กลุ่มสว.ที่ถูกกล่าวหา ให้ยุติการปฏิบัติหน้าที่โดยทันทีหากปล่อยไว้ในสัปดาห์หน้าจะมีการรับรองกรรมการองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ ยิ่งเป็นการขัดกันของผลประโยชน์ชัดเจนจะปล่อยให้สิ่งเหล่านี้ดำเนินต่อไปไม่ได้