‘มะละกา-สิงคโปร์’จุดเสี่ยง! ครึ่งแรกปี’68พบ‘โจรสลัด’ออกปล้นเรือเพิ่มขึ้น
11 ก.ค. 2568 สำนักข่าวรอยเตอร์ รายงานข่าว Ship piracy, robberies rise 83% in Southeast Asia in Jan-June, anti-piracy group says อ้างการเปิดเผยของ ReCAAP ซึ่งเป็นเครือข่ายระหว่างรัฐบาลของประเทศต่างๆ ในทวีปเอเชีย เพื่อต่อต้านพฤติกรรมการเป็นโจรสลัด ที่ระบุว่า ในช่วง 6 เดือนแรกของปี 2568 มีเหตุปล้นสะดมทางทะเลในเอเชียแล้ว 95 ครั้ง ซึ่งเพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 83 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2567 และในจำนวนนี้ 80 ครั้ง เกิดขึ้นที่ช่องแคบมะละกาและสิงคโปร์ เมื่อเทียบกับที่เกิดขึ้น 21 ครั้งในช่วงครึ่งแรกของปี 2567
9 ใน 10 เหตุการณ์เกิดขึ้นหลังพลบค่ำ อย่างไรก็ตาม เหตุการณ์ส่วนใหญ่ในช่องแคบมะละกาและสิงคโปร์ไม่รุนแรงนัก โดยร้อยละ 90 ไม่มีลูกเรือได้รับบาดเจ็บ อนึ่ง ไม่มีหลักฐานใดบ่งชี้ว่าเรือที่ถือธงใดธงหนึ่งตกเป็นเป้าหมาย และเหตุการณ์มักเกิดขึ้นบนเรือที่แล่นช้าและมีลูกเรือที่ระมัดระวังตัวน้อยกว่า ทั้งนี้ ReCAAP ยังตั้งข้อสังเกตว่า ผู้ก่อเหตุมักเสี่ยงชีวิตอย่างร้ายแรงระหว่างการโจมตีเรือเพื่อขโมยสิ่งของมีค่า ซึ่งบ่งชี้ว่าสภาพเศรษฐกิจและสังคมเป็นแรงผลักดันให้ก่ออาชญากรรม
ครึ่งหนึ่งของ 80 ครั้งที่เกิดขึ้นใน 2 เส้นทางเดินเรือในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (อาเซียน) ไม่มีการขโมยอะไรเลย ขณะที่ร้อยละ 29 ของเหตุการณ์ทั้งหมด ผู้ก่อเหตุได้ขโมยอะไหล่เครื่องยนต์ไป ประมาณครึ่งหนึ่งของการโจมตีในช่องแคบมะละกาและสิงคโปร์เกิดขึ้นกับเรือบรรทุกสินค้าเทกอง และหนึ่งในสี่เกิดขึ้นกับเรือบรรทุกน้ำมัน
รายงานของ ReCAAP กล่าวต่อไปว่า ในเหตุการณ์ส่วนใหญ่ ผู้ก่อเหตุมักขึ้นเรือที่ไม่ได้เตรียมตัวมาอย่างดี มีระยะห่างจากพื้นต่ำ และเคลื่อนที่ด้วยความเร็วต่ำในพื้นที่จำกัดของช่องแคบมะละกาและสิงคโปร์ โดยหมายถึงบริเวณแคบๆ ของช่องแคบที่มีการจราจรคับคั่งและพื้นที่ในการเคลื่อนที่น้อย ซึ่ง วิชัย ดี ชาเฟการ์ (Vijay D Chafekar) ผู้อำนวยการภูมิภาคของ ReCAAP แนะนำว่า เจ้าหน้าที่ในภูมิภาคควรเพิ่มกำลังพลในพื้นที่ที่เกิดเหตุโจรสลัดปล้นทรัพย์ด้วยอาวุธบ่อยครั้ง ขณะที่ลูกเรือก็ต้องระมัดระวังมากขึ้น รวมถึงกัปตันเรือที่ผ่านพื้นที่เสี่ยงต้องเพิ่มการเฝ้าระวังบนดาดฟ้าในช่วงเวลาที่มืด และติดตั้งมาตรการป้องกันเพื่อป้องกันการขึ้นเรือโดยไม่ได้รับอนุญาต
ขอบคุณเรื่องจาก
043…