โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

SCC ผ่านจุดต่ำสุดแล้ว! โบรกฯ อัพเกรดเป็น “ซื้อ” เพิ่มเป้า 200 บาท ชี้ Q3 เป็นจังหวะสะสม เข้าสู่รอบฟื้นตัว

Share2Trade

อัพเดต 11 ก.ค. 2568 เวลา 03.13 น. • เผยแพร่ 11 ก.ค. 2568 เวลา 03.13 น. • Share2Trade

หุ้น SCC เริ่มกลับมาเป็นที่จับตาอีกครั้งในสายตานักลงทุนสถาบัน หลังนักวิเคราะห์อัปเกรดคำแนะนำเป็น “ซื้อ” จาก “ขาย” และปรับราคาเป้าหมายปี 2568 ขึ้นเป็น 200 บาท ชี้ช่วงไตรมาส 3/2568 เป็นโอกาสสะสม SCC แถม จุดต่ำสุดของธุรกิจได้ผ่านไปแล้วตั้งแต่ไตรมาส 4/2567

SCC ผ่านจุดต่ำสุดแล้ว_S2T (เว็บ) copy_0.jpg

นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ บัวหลวง จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า จากการวิเคราะห์โดยอิง Data Driven มองว่าตลาดปิโตรเคมีฯ จะเริ่มฟื้นในไตรมาส 4/2568 ดังนั้นช่วงไตรมาส 3/68 คือ จังหวะสะสมหุ้นในกลุ่มนี้ โดย SCC มีสัดส่วนรายได้จากธุรกิจเคมีราว 40% จึงได้อานิสงส์จากการฟื้นตัวในรอบนี้ ขณะเดียวกันยังมีจุดแข็งจากการเป็นผู้เล่นระดับภูมิภาคที่มีฐานการผลิตใน ASEAN ทำให้ได้รับผลกระทบจำกัดจากภาษีนำเข้าของสหรัฐฯ

โดยปรับประมาณการกำไรสุทธิปี 2568 ขึ้น 42% เป็น 6.86 พันล้านบาท และกำไรระยะยาวขึ้น 8% จึงปรับราคาเป้าหมายปี 2568 ขึ้นเป็น 200 บาท (จากเดิม 135 บาท) พร้อมอัปเกรดคำแนะนำเป็น “ซื้อ” จาก “ขาย”

ขณะที่คาดกำไรหลักไตรมาส 2/2568 อยู่ที่ 2.86 พันล้านบาท ลดลง 30% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน แต่เพิ่มขึ้น 141% จากไตรมาสก่อน โดยธุรกิจเคมีคาดว่ากำไรจะลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อน เนื่องจากต้นทุนที่สูงขึ้น แต่ฟื้นตัวจากกไตรมาสก่อน เนื่องจากปริมาณขายที่เพิ่มและ Spread ที่ดีขึ้น ขณะที่ CBM และ Packaging คาดว่าจะมีกำไรดีขึ้นจากไตรมาสก่อน ตามฤดูกาลและราคาขาย อีกทั้ง SCC มีโอกาสรับรู้กำไรพิเศษจากการขายหุ้น CAP (PT Chandra Asri Pacific Tbk) ซึ่งยังไม่รวมในประมาณการ

ผ่านจุดต่ำสุดไปแล้วตั้งแต่ไตรมาส 4/67

ขณะที่ความเห็นนักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส จำกัด เปิดเผยว่า ท่ามกลางสถานการณ์โลกที่มีความไม่แน่นอนสูง การปรับตัวหลายเรื่องทั้งการลดต้นทุนภายในองค์กร การผลักดันสินค้า HVA และการขายกิจการที่ไม่ทำกำไรและนำเงินไปลงทุนในธุรกิจที่มีศักยภาพสูงกว่า ช่วยให้ SCC มีผลประกอบการดีขึ้น เพิ่มความมั่นใจว่าจุดต่ำสุดของธุรกิจได้ผ่านไปแล้วตั้งแต่ไตรมาส 4/2567

ขณะที่ การดำเนินตามกลยุทธ์ที่เป็นรูปธรรมและผลบวกหลายด้านที่ตามมา จะทำให้ SCC ก้าวผ่านวิกฤติได้ แม้ราคาหุ้นปัจจุบันจะมีค่า PER สูงกว่าอดีตเพราะมีฐานกำไรต่ำ แต่ศักยภาพภายในที่เพิ่มขึ้น ทำให้ SCC พร้อมกลับมาเติบโตได้อย่างแข็งแกร่งอีกครั้ง ให้น้ำหนักการลงทุน Outperform ประเมินราคาเหมาะสม 210 บาท

สำหรับแนวโน้มผลประกอบการไตรมาส 2/2568 คาดกำไรจะอยู่ที่ 2,739 ล้านบาท ฟื้นตัวต่อเนื่องจากไตรมาสก่อน รับผลบวกราคาปูนซีเมนต์ที่เพิ่มขึ้นและการฟื้นตัวของธุรกิจ Packaging ในอินโดนีเซีย ขณะที่ธุรกิจปิโตรเคมีน่าจะผลขาดทุนลดลง เพราะ Spread ผลิตภัณฑ์หลักปรับตัวสูงขึ้นจากไตรมาสก่อน

อย่างไรก็ตาม ไตรมาสนี้มีกำไรพิเศษจากการเปลี่ยนสถานะการลงทุน Chandra Asri หรือ CAP และNegative Goodwill ที่ CAP ได้จากการซื้อกิจการอื่นในราคาต่ำกว่ามูลค่ายุติธรรม

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...