โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

สหรัฐแพ้เกมยาว เจ้าสัวธนินท์ มองสงครามการค้า "ไม่สะเทือน" ซี.พี.

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 13 พ.ค. 2568 เวลา 03.17 น. • เผยแพร่ 12 พ.ค. 2568 เวลา 06.08 น.
FILE PHOTO : dhanin chearavanont /

‘เจ้าสัวธนินท์’ หรือธนินท์ เจียรวนนท์ ประธานอาวุโส บริษัท เครือเจริญโภคภัณฑ์ จำกัด ให้สัมภาษณ์กับทางนิกเคอิ เอเชีย (Nikkei Asia) เตือนว่าสหรัฐอาจเสียตำแหน่งมหาอำนาจโลกไป หากประเทศต่าง ๆ แห่ถอนการลงทุนออกจากพันธบัตรสหรัฐ ท่ามกลางการบังคับใช้มาตรการภาษีศุลกากรแบบกวาดล้างโดยโดนัลด์ ทรัมป์ (Donald Trump) ประธานาธิบดีสหรัฐ

ระหว่างการสัมภาษณ์ที่กรุงโตเกียว เมื่อวันศุกร์ที่ 9 พฤษภาคม 2025 ที่ผ่านมา เจ้าสัวธนินท์ในวัย 86 ปีกล่าวว่า สงครามการค้ามีผลกระทบต่อเครือเจริญโภคภัณฑ์เพียงเล็กน้อย เนื่องจากยุทธศาสตร์สำคัญของบริษัท คือการผลิตและขายสินค้าภายในประเทศ และเน้นนำเข้าเครื่องจักรในการผลิตจากญี่ปุ่นมากถึง 80%

ภาษีชนะระยะสั้น แต่สหรัฐจะแพ้ในระยะยาว

เจ้าสัวธนินท์พูดถึงการบังคับใช้ภาษีอย่างเอาแน่เอานอนไม่ได้ของสหรัฐอเมริกา ภายใต้นโยบายอเมริกาต้องมาก่อน หรือ “America First” ว่าเป็นการเอาเปรียบประเทศคู่ค้า และสร้างความปั่นป่วนต่อการค้าเสรี ภายใต้มาตรฐานสากลซึ่งครั้งหนึ่งสหรัฐเคยเป็นผู้นำ

อย่างไรก็ตาม สถานะดังกล่าวอาจไม่ยั่งยืนอีกต่อไป โดยเจ้าสัวธนินท์ชี้ว่า “มาตรการภาษีจะเป็นเพียงชัยชนะในระยะสั้นสำหรับทรัมป์ แต่ในระยะยาว อเมริกาจะเป็นฝ่ายพ่ายแพ้”

พันธบัตร จุดอ่อนสำคัญของสหรัฐ

ถึงแม้ว่าสหรัฐจะมีหนี้สาธารณะสูงกว่า 30 ล้านล้านดอลลาร์ (ราว 987 ล้านล้านบาท) แต่ธนบัตรสหรัฐยังคงเป็นเครื่องมือการลงทุนที่มีความน่าเชื่อถือมากที่สุด ซึ่งรัฐบาลสหรัฐควรรักษาความเป็นผู้นำเศรษฐกิจโลกไว้ ด้วยเหตุนี้ นักธุรกิจชั้นนำของไทยจึงตั้งคำถามว่า “หากทรัมป์ยังพยายามจะคว่ำการค้าโลกต่อไป ใครเล่าจะมาลงทุนในหลักทรัพย์ของสหรัฐ”

ไม่เพียงเท่านั้น ญี่ปุ่นในฐานะผู้ถือครองพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐรายใหญ่สุดของโลก เจ้าสัวธนินท์ชี้ว่าสามารถใช้เป็น ‘ไพ่ตาย’ ในการต่อรองการค้ากับทางสหรัฐได้เลย “ญี่ปุ่นสามารถต่อรองกับทางสหรัฐได้ ว่าจะไม่ซื้อพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอีกต่อไป และอาจลดการถือครองด้วย”

ทั้งนี้ คัตสึโนบุ คาโต้ (Katsunobu Kato) รัฐมนตรีคลังญี่ปุ่นชี้แจงก่อนหน้านี้ว่า รัฐบาลญี่ปุ่นไม่มีเจตนาใช้พันธบัตรรัฐบาลสหรัฐเป็นเครื่องมือในการต่อรองการค้าแต่อย่างใด

แนะใช้อาเซียนเป็น ‘มาร์เก็ตเพลซ’

ขณะที่มาตรการภาษีสหรัฐกำลังแผ่ปกคลุมไปทั่วบรรยากาศการค้าโลก เจ้าสัวธนินท์ชี้ว่าเป็นโอกาสสำคัญของญี่ปุ่น ในการเสริมสร้างพันธมิตรทางเศรษฐกิจอันแข็งแกร่งในภูมิภาค “ญี่ปุ่นควรมองชาติอาเซียนเป็นมาร์เก็ตเพลซ โดยให้ผู้ประกอบการชาวญี่ปุ่นสนับสนุนธุรกิจขนาดเล็กในภูมิภาค ซึ่งยังมีการเติบโตทางเศรษฐกิจและประชากร”

แม้จะมีความสามารถด้านเทคโนโลยีอันยอดเยี่ยม แต่เจ้าสัวธนินท์ชี้ว่าจุดอ่อนสำคัญคือ ญี่ปุ่นเป็นชาติอนุรักษนิยม และไม่เต็มใจที่จะขยายการเติบโตในระดับโลก ญี่ปุ่นตัดสินใจช้าเกินไป ไม่กล้าเสี่ยง และกลัวการเปลี่ยนแปลง ซึ่งไม่ว่าอย่างไร “ทุกการลงทุนย่อมมีความเสี่ยงอย่างเลี่ยงไม่ได้”

ในทางกลับกัน เจ้าสัวธนินท์เองก็ประกาศถึงความพร้อมในการสนับสนุนสตาร์ตอัพด้านการเกษตรจากญี่ปุ่น เพื่อสำรวจความเป็นไปได้ในการร่วมมือ โดยทางด้าน ซี.พี. กรุ๊ป (CP Group) กำลังนำนวัตกรรมต่าง ๆ มาปรับใช้กับธุรกิจต่าง ๆ ในเครือ “นี่เป็นยุคสมัยแห่งนวัตกรรม และการปฏิรูปอย่างต่อเนื่อง เราจะหยุดอยู่กับที่ไม่ได้”

ที่ผ่านมา ซี.พี. กรุ๊ป ยกระดับความสัมพันธ์ทางการค้ากับอิโตชู (ITOCHU) บริษัทเทรดดิ้งชั้นนำของญี่ปุ่นนับตั้งแต่ปี 2014 เป็นต้นมา อย่างไรก็ตาม อิโตชูประกาศในเดือนเมษายนว่าจะขายหุ้นของ ซี.พี.ทั้งหมดภายในปีงบประมาณปัจจุบันที่จะสิ้นสุดในเดือนมีนาคม 2026 เช่นเดียวกันกับทาง ซี.พี.ที่จะขายหุ้นอิโตชู ทั้งนี้ ทั้งสองบริษัทประกาศว่าจะยังคงเป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ต่อไป

เจ้าสัวธนินท์เป็นบุคคลที่ร่ำรวยที่สุดตามการจัดอันดับของฟอร์บส์ (Frobes) ในปี 2025 ด้วยมูลค่าทรัพย์สินสุทธิ 12,500 ล้านดอลลาร์ (ราว 411,000 ล้านบาท)

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : สหรัฐแพ้เกมยาว เจ้าสัวธนินท์ มองสงครามการค้า “ไม่สะเทือน” ซี.พี.

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...