โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

ผลพวงนโยบายทรัมป์ กระตุ้น ‘เอเชีย’ สร้างตลาดการค้าใหม่

กรุงเทพธุรกิจ

อัพเดต 14 ก.ค. 2568 เวลา 20.57 น. • เผยแพร่ 15 ก.ค. 2568 เวลา 04.00 น.

“นโยบายภาษีนำเข้า” ที่เข้มงวดของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ในวาระที่สองกำลังกระตุ้นให้ประเทศในภูมิภาคเอเชียปรับเปลี่ยนกลยุทธ์การค้าระหว่างประเทศอย่างเห็นได้ชัด การคุกคามด้วยภาษีนำเข้าสูงที่มีกำหนดการบังคับใช้ภายในวันที่ 1 ส.ค. 2025 กระตุ้นให้ประเทศต่างๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเอเชียเร่งหาคู่ค้าทางเลือกใหม่เพื่อลดการพึ่งพาตลาดสหรัฐอเมริกา แม้ว่าการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวจะเผชิญกับความท้าทายทั้งในด้านโครงสร้างเศรษฐกิจและการรวมตัวของภูมิภาคก็ตาม

บทวิเคราะห์ "Under Attack by Trump’s Tariffs, Asian Countries Seek Out Better Friends" ของเดอะนิวยอร์กไทม์ส ระบุว่า รัฐบาลทรัมป์ดำเนินนโยบายการค้าที่เข้มงวดโดยอ้างเหตุผลว่าสหรัฐอเมริกาประสบปัญหาการขาดดุลการค้ามานานหลายปี การส่งจดหมายเก็บภาษีไปยังประเทศต่างๆ โดยเฉพาะประเทศในเอเชียที่มีเศรษฐกิจพึ่งพาการส่งออกไปยังสหรัฐ สะท้อนถึงการเปลี่ยนแปลงในทิศทางนโยบายการค้าระหว่างประเทศของสหรัฐอย่างชัดเจน

เมื่อไม่นานมานี้ นายกรัฐมนตรีมาเลเซีย อันวาร์ อิบราฮิม ได้แสดงความเห็นในการประชุมผู้นำเอเซียนว่า "เครื่องมือที่เคยใช้เพื่อสร้างการเติบโตทางเศรษฐกิจของภูมิภาคนี้ในอดีต ปัจจุบันถูกนำมาใช้เพื่อกดดัน แบ่งแยก และควบคุม" คำกล่าวนี้แสดงให้เห็นถึงความกังวลของประเทศในภูมิภาคเอเชียต่อการเปลี่ยนแปลงในสภาพแวดล้อมการค้าโลก

สำหรับประเทศเอเชียที่มีเศรษฐกิจพึ่งพาการส่งออกไปยังสหรัฐอเมริกาเป็นหลัก การหาตลาดทดแทน “เป็นเรื่องท้าทาย” อย่างไรก็ตาม หลายประเทศกำลังพยายามอย่างจริงจังในการสร้างเครือข่ายการค้าใหม่ เพื่อลดความเสี่ยงจากการพึ่งพาตลาดเดียว

เกาหลีใต้: การขยายเครือข่ายทางการทูต

เกาหลีใต้ภายใต้การนำของประธานาธิบดี อี แจ-มยอง ส่งทูตพิเศษไปยังออสเตรเลียและเยอรมนีเพื่อหารือเรื่องการป้องกันประเทศและประเด็นการค้า พร้อมมีแผนส่งคณะผู้แทนไปอีกหลายประเทศ การเคลื่อนไหวดังกล่าวแสดงถึงการปรับเปลี่ยนยุทธศาสตร์การค้าระหว่างประเทศอย่างเป็นระบบ

นอกจากนี้ นักเศรษฐศาสตร์เกาหลีใต้และอดีตนักเจรจาการค้า บยอง-อิล ชอย ได้เรียกร้องให้ประเทศของเขาเข้าร่วมข้อตกลงหุ้นส่วนทรานส์แปซิฟิกที่ครอบคลุมและก้าวหน้า(CPTPP) ซึ่งญี่ปุ่นได้เข้าร่วมแล้ว โดยบทวิเคราะห์ของเดอะนิวยอร์กไทม์ส ระบุว่า ท่าทีของทรัมป์อาจมีผลทำให้เกาหลีใต้เข้าร่วมกรอบความร่วมมือนี้ในที่สุด

เวียดนาม: การลดการพึ่งพาผู้บริโภคอเมริกัน

หลังจากที่ประธานาธิบดีทรัมป์ประกาศว่าเวียดนามยอมรับภาษีนำเข้า 20% สำหรับสินค้าที่ส่งออกไปยังสหรัฐอเมริกา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการค้าเวียดนามได้เน้นย้ำความพยายามในการลดการพึ่งพาผู้บริโภคอเมริกันโดยใช้ประโยชน์จากข้อตกลงการค้าอื่นๆ

อินโดนีเซีย: การขยายความร่วมมือกับยุโรป

อินโดนีเซียประกาศว่าใกล้บรรลุสนธิสัญญาการค้ากับสหภาพยุโรป (อียู) ที่จะลดภาษีนำเข้าส่วนใหญ่เป็นศูนย์ การเคลื่อนไหวดังกล่าวแสดงถึงการมองหาโอกาสใหม่ในตลาดยุโรปเพื่อทดแทนส่วนหนึ่งของการส่งออกที่อาจได้รับผลกระทบจากนโยบายของสหรัฐ

บราซิล-อินเดีย: ขยายการค้าแบบทวิภาคี

บราซิลและอินเดียได้ประกาศแผนการเพิ่มการค้าทวิภาคี 70% จากปัจจุบันเป็น 2 หมื่นล้านดอลลาร์ การพัฒนาความสัมพันธ์การค้าระหว่างประเทศกำลังพัฒนาด้วยกันแสดงถึงแนวโน้มการสร้างเครือข่ายการค้าที่ไม่ผ่านประเทศพัฒนาแล้วเป็นตัวกลาง

อ้างอิง: The New York Tims

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...