อินโดนีเซียคอนเฟิร์มปิดดีลภาษีกับสหรัฐที่ 19% เชื่อมั่น “เป็นข้อตกลงที่ยอดเยี่ยม”
สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงจาการ์ตา ประเทศอินโดนีเซีย เมื่อวันที่ 16 ก.ค. ว่าพล.ท.ปราโบโว ซูเบียนโต ประธานาธิบดีอินโดนีเซีย โพสต์ข้อความบนอินสตาแกรม ว่าได้สนทนาทางโทรศัพท์กับประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ ซึ่งบรรยากาศและผลลัพธ์ของการสนทนาเป็นไปด้วยดี ทั้งสองประเทศเห็นพ้องและได้สรุปความสัมพันธ์ทางการค้า เพื่อการก้าวเข้าสู่ "ยุคใหม่แห่งผลประโยชน์ทางการค้าร่วมกัน" ระหว่างอินโดนีเซียกับสหรัฐ
ขณะที่นายฮาซัน นาสบี โฆษกทำเนียบประธานาธิบดีอินโดนีเซีย กล่าวว่า ข้อตกลงการค้าที่ได้รับจากสหรัฐ ควรเรียกว่า "เป็นความก้าวหน้า" ทั้งนี้ หลังได้รับจดหมายแจ้งอัตราภาษี 32% ซึ่งจะมีผลในวันที่ 1 ส.ค. นี้ และอาจเพิ่มอีก 10% เป็น 42% จากการที่อินโดนีเซียเป็นสมาชิกกลุ่มตลาดเกิดใหม่ "บริกส์" พล.ท.ปราโบโวส่งทีมงานเจรจาเดินทางไปยังสหรัฐทันที โดยมีเป้าหมายคือหารือกับรัฐบาลวอชิงตัน เพื่อให้ได้รับการลดอัตราภาษีเหลือต่ำกว่าเวียดนาม ซึ่งได้ไป 20%
ทั้งนี้ ทรัมป์ประกาศการบรรลุข้อตกลงการค้ากับอินโดนีเซีย ประเทศซึ่งมีขนาดเศรษฐกิจใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยสินค้าจากอินโดนีเซียที่ส่งออกมายังสหรัฐ จะเผชิญกับอัตราภาษี 19% ลดลงจากที่กำหนดไว้เดิมคือ 32% ซึ่งจะมีผลในวันที่ 1 ส.ค. นี้ หากทั้งสองประเทศไม่สามารถตกลงกันได้
ขณะที่อินโดนีเซีย "จะเปิดตลาดทั้งหมดอย่างเสรี" ให้กับสหรัฐ "เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์" หมายถึงการที่สินค้าจากสหรัฐจะเข้าสู่อินโดนีเซียด้วยภาษีอัตรา 0% นอกจากนั้น ทรัมป์กล่าวว่า อินโดนีเซียให้คำมั่นนำเข้าพลังงานจากอเมริกา 15,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 488,700 ล้านบาท) ผลิตภัณฑ์การเกษตร 4,500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 146,610 ล้านบาท) และเครื่องบินโบอิ้ง 50 ลำ ส่วนใหญ่เป็นตระกูล 777.
เครดิตภาพ : AFP