โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

รหัสนัยแห่งสีขาวในประวัติศาสตร์มนุษย์

ศิลปวัฒนธรรม

อัพเดต 31 ต.ค. 2565 เวลา 03.44 น. • เผยแพร่ 28 ต.ค. 2565 เวลา 10.42 น.
ทำเนียบขาว บนด้านหลังธนบัตรดอลลาร์แบบเก่า (ภาพจาก รหัสนัยแห่งสี, สนพ.มติชน)

สีขาวเป็นสีหรือเปล่า? หากพูดกันโดยอาศัยพื้นฐานทางฟิสิกส์เพียงอย่างเดียวละก็ สีขาวไม่ใช่สีเลยด้วยซ้ำ ตาของมนุษย์สามารถมองเห็นคลื่นแสงที่มีขนาดอยู่ระหว่าง 380-750 นาโนเมตร แถบสีสเปกตรัมที่เรามองเห็นได้เริ่มต้นที่สีม่วง (ราว 380-450 นาโนเมตร) จากนั้นก็ขยับขึ้นมาเป็นสีน้ำเงิน สีเขียว สีเหลือง สีส้ม และสุดท้ายจึงเป็นสีแดง (ขนาดตั้งแต่ 590-750 นาโนเมตร) ในเมื่อสีขาว สีดำ สีชมพู และสีน้ำตาล ไม่ได้ปรากฏอยู่ในแถบสีดังกล่าว คุณถึงสามารถแย้งได้ว่า มันไม่ใช่สีที่แท้จริงเลย

ถ้าเป็นอย่างนั้นแล้วเรามองเห็นมันได้อย่างไร?

เราเห็นสีเหล่านี้ได้เพราะตาของเราผสมผสานแถบสีที่มีความยาวคลื่นแตกต่างกันเข้าด้วยกัน เราเห็นสีขาวเมื่อคลื่นแสงทุกความยาวคลื่นถูกสะท้อนกลับออกมาจากวัตถุนั้นๆ ทั้งหมด และเราเห็นสีดำเมื่อคลื่นแสงที่มีความยาวคลื่นเพียง 2-3 ความยาวคลื่นถูกสะท้อนกลับมา พูดอีกอย่างหนึ่งก็คือ สีขาวก็คือสีอื่นๆ ทุกสีรวมกันนั่นเอง

TB1 หรือที่รู้จักกันในชื่อ “สีขาวโถส้วม” (toilet bowl white) คือเฉดที่คนอเมริกันจำนวนมากอยากให้ฟันของตนเป็นสีนี้ อย่างที่ทันตแพทย์ โรนัลด์ เพอร์รี กล่าวกับนิตยสาร Nautilus ไว้เมื่อปี 2015 ว่า “สีซึ่งครั้งหนึ่งเคยถือกันว่าเป็นสีขาวธรรมชาติ ในตอนนี้ผู้คนกลับถือเป็นสีเหลืองไปแล้ว ในสังคมเราถือกันว่ายิ่งขาวและยิ่งสว่างมากเท่าใดยิ่งดีมากเท่านั้น”

ความหมกมุ่นของโลกตะวันตกกับการ “ขาวยิ่งกว่าขาว” นั้นสะท้อนออกมาในคำขวัญเพื่อการขายผงซักฟอก ตู้เย็น สบู่ และเครื่องล้างจาน รวมทั้งรูปแบบสถาปัตยกรรมของ ชาร์ลส์-เอดูอาร์ ฌาแนร์เรต์-กรี ซึ่งรู้จักกันดีกว่าในชื่อเลอ กอร์บูซิเยร์ ผู้สนับสนุนการใช้สีขาวแบบสุดตัวจนแทบเป็นความคลั่งไคล้ ด้านล่างนี้คือวิธีที่เขาสรรเสริญพลังในการยกระดับจริยธรรมของสีอีนาเมลไรโพลิน

“ลองจินตนาการถึงผลลัพธ์ของการมีกฎหมายว่าด้วยไรโพลินดู ถ้าพลเมืองทุกคนถูกกำหนดให้เปลี่ยนผ้าม่าน ผ้าปูโต๊ะ วอลเปเปอร์ และลวดลายต่างๆ เป็นสีขาวไรโพลินทั้งหมด บ้านทั้งหมดก็จะสะอาดเอี่ยม ไม่สกปรก ไม่มีมุมมืดอีกต่อไป…แล้วก็จะเกิดความสะอาดขึ้นภายใน เกิดการรับเอาแนวทางซึ่งจะไม่ยอมให้อะไรก็ตามที่ไม่ถูกต้อง ไม่เป็นทางการ ไม่ได้ตั้งใจ หรือไม่เป็นไปตามความต้องการมาคิดใคร่ครวญอีกต่อไป ตอนที่คุณถูกล้อมรอบด้วยเงาทะมึดและมุมมืด คุณจะอยู่บ้านได้ก็เพียงแค่ริมขอบของความมืดซึ่งสายตาคุณไม่สามารถแทกรผ่านเข้าไปได้ คุณไม่ได้เป็นนายในบ้านของตัวเอง แต่เมื่อใดก็ตามที่คุณทาผนังสีไรโพลินคุณจะเป็นนายในบ้านตัวเองได้โดยสมบูรณ์”

แนวคิดของเลอ กอร์บูซิเยร์ ว่าด้วยคุณค่าเชิงจริยธรรมของความสะอาดถูกนำมาประยุกต์ใช้ในทศวรรษที่ 18 โดยจอห์น เวสลีย์ ผู้ก่อนตั้งลัทธิเมโธดิสต์เขากล่าวอ้างไว้ในการให้โอวาทเมื่อปี 1778 ว่า “ความสกปรกไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดกับศาสนา ความสะอาดแท้จริงแล้วคือสิ่งที่ใกล้เคียงกับความเป็นพระเจ้ามากที่สุด” อีก 100 ปีต่อมา ราวปี 1870 พรอคเตอร์แอนด์แกมเบิลหยิบยืมความเชื่อดังกล่าวมาใช้เล็กน้อยในการเปิดตัวสบู่แท่งของบริษัท สีของสบู่ดังกล่าวซึ่งโดยทางการแล้วคือสีขาวงาช้าง ช่วยให้เกิดความแตกต่างจากสบู่สีน้ำตาล สีเขียว และสีเทาที่มีจำหน่ายกันอยู่ในเวลานั้นอีกทั้งยังส่อนัยถึงความบริสุทธิ์และสะอาด จนประสบความสำเร็จอย่างใหญ่หลวงในเวลาต่อมา

ฉลองพระองค์ของสมเด็จพระราชินีวิกตอเรียเป็นชุดที่ได้รับความนิยมอย่างสูง จนถือกันว่าเป็นจุดเริ่มต้นของประเพณีทางตะวันตกที่เจ้าสาวจะสวมชุดขาวในพิธีแต่งงาน พระราชินีวิกตอเรียทรงเสกสมรสกับเจ้าชายอัลเบิร์ต เมื่อวันที่ 10 กุมภาพันธ์ ปี 1840 ซึ่งจริงๆ แล้วชุดของพระองค์ไม่ใช่สีขาวบริสุทธิ์ หากแต่เป็นสีงาช้าง อย่างไรก็ตาม ฉลองพระองค์ชุดนี้ก็กลายเป็นกระแสดังกล่าวขึ้น ตอนสิ้นทศวรรษ 1840 นิตยสารสำหรับผู้หญิงคือผู้เขียนประวัติศาสตร์ขึ้นใหม่ด้วยการประกาศว่า สีขาวซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของความบริสุทธิ์และไร้เดียงสาคือสีที่เหมาะสมที่สุดสำหรับเจ้าสาว

สีขาวกลายเป็นสีมาตรฐานสำหรับสถาปัตยกรรมยุคใหม่ไปตั้งแต่เมื่อไร บางคนระบุว่ากระแสเรื่องนี้เริ่มต้นขึ้นจากอาคาร 21 หลังของการเคหะไวส์เซนฮอฟ ในเมืองชตุทท์การ์ท ซึ่งสร้างขึ้นเมื่อปี 1927 สำหรับจัดแสดงนิทรรศการดอยต์เชอร์แวร์กบุนด์ กลุ่มอาคารเหล่านั้นเป็นผลงานของสถาปนิกผู้บุกเบิกสิ่งใหม่ๆ รวม 17 คนอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของมีส ฟาน แด โรห์ ผู้ซึ่งได้รับรางวัลเลอกอร์บูซิเยร์ ในฐานะผู้รับผิดชอบไซต์งานก่อสร้างอันโดดเด่น 2 แห่ง ด้วยกัน คำว่า “ไวส์เซน” ในภาษาเยอรมันหมายถึง “ทำให้เป็นสีขาว” โดยที่ด้านนอกของอาคารเหล่านั้นเกือบทั้งหมดเป็นสีขาว

ตั้งแต่แรกเริ่มเรื่อยมาจนกระทั่งถึงตอนปลายศตวรรษที่ 19 บรรดาแพทย์มักใส่เครื่องแต่งกายสีดำ ในการพบผู้ป่วยที่เข้ารับคำปรึกษาเพื่อสื่อถึงระดับความเป็นทางการที่เหมาะสมสำหรับกระบวนการวินิจฉัยโรค แต่หลายอย่างเปลี่ยนแปลงไป เมื่อโจเซฟ ลิสเตอร์ บุกเบิกการค้นคว้าวิจัยเกี่ยวกับภาวะปลอดเชื้อโรค ซึ่งพิสูจน์ให้เห็นถึงความสำคัญอันใหญ่หลวงของความสะอาด เสื้อคลุมสีขาวสะอาดปราศจากการปนเปื้อนกลายเป็นสัญลักษณ์ของแบบอย่างที่ถูกสุขอนามัยและช่วยให้บรรดาแพทย์ทั้งหลายมีรัศมีบางอย่างที่นักวิทยาศาสตร์ในห้องทดลองเคยมี การทำงานที่เข้มงวดและแม่นยำของนักวิทยาศาสตร์ เหล่านี้ช่วยขจัดวิธีการรักษาเถื่อนซึ่งสืบทอดกันมาในองค์ความรู้ทางการแพทย์ออกไปเป็นจำนวนมาก เสื้อคลุมยาวสีขาวกลายเป็นเครื่องแบบของอาชีพแพทย์ โดยเฉพาะในโรงพยาบาล

สีขาวกลายเป็นสีที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวของแอปเปิลคอมพิวเตอร์ในปี 2001 เมื่อโจนาธาน ไอฟ์ ซึ่งในเวลานั้ยเป็นหัวหน้าทีมออกแบบของบริษัทเสนอให้ใช้สีขาวกับไอพอดและผลิตภัณฑ์ต่อๆ มาของบริษัท บริษัทแอปเปิลมีส่วนสำคัญในการทำให้สีขาวกลายเป็นสีที่ยอดเยี่ยมที่สุดในช่วงต้นศตวรรษที่ 21 อย่างที่ผู้จัดการด้านการออกแบบของบริษัทฟอร์ดกล่าว กับนิตยสาร Consumer Reports ในปี 2014 ไว้ว่า “คุณอาจคิดว่าขาวเป็นแค่สีที่น่าเบื่อ และเรื่องนี้ไม่มีวันเปลี่ยนแปลง แต่แอปเปิลช่วยให้กระแสที่ว่านี้กลายเป็นเรื่องล้าหลังไป”

สีขาวทำให้รถยนต์เย็นลงกว่าสีอื่นจากการสะท้อนแสงและความร้อนกลับออกไป ด้วยเทคโนโลยีใหม่ๆ ทำให้ความนิยมในรถยนต์สีขาวเพิ่มมากขึ้น ปัจจัยทางด้านเศรษฐกิจก็เข้ามามีส่วนช่วยเช่นกัน ภาวะวิกฤตหนี้ เมื่อปี 2008 และสถานการณ์ขาลงทางการเงินที่เกิดขึ้นตามมาส่งผลให้ผู้ซื้อรถหันไปชื่นชอบสีที่เป็นแนวอนุรักษ์กันมากขึ้น โดยกลุ่มสีในแถบสีเทา (สีขาว สีดำ สีเทา สีเงิน) ได้รับความนิยมเป็นพิเศษ นอกจากนั้น สีขาวมักเป็นสีที่มีต้นทุนในการผลิตต่ำที่สุด ดังนั้นรถสีนี้จึงราคาต่ำกว่าตามไปด้วย ในปี 2019 เกือบ 40 เปอร์เซ็นต์ของรถยนต์ที่ถูกขายออกไปทั่วโลกเป็นรถสีขาว

ทำเนียบขาวถูกทำให้เป็นสีขาวก็เพื่อปกปิดร่องรอยการเผาไหม้ที่หลงเหลืออยู่หลังจากถูกกองทัพอังกฤษบุกเผาในปี 1814 แต่จริงๆ แล้วรัฐบาลอเมริกันทาผนังที่ทำจากหินทรายสีเทาของทำเนียบด้วยปูนขาว ทั้งหมดมาตั้งแต่ปี 1798 เพื่อกันไม่ให้น้ำซึมเข้าไปภายในแล้วเป็นเหตุให้เกิดการปริร้าวเมื่อน้ำเหล่านั้นแข็งตัวเป็นน้ำแข็งในฤดูหนาว สีขาวตะกั่วถูกนำมาใช้ทาเป็นครั้งแรกในปี 1818 แต่ถึงตอนนั้นสถานที่นี้ก็รู้จักกันในชื่อทำเนียบขาว หรือไวท์เฮาส์อยู่ก่อนแล้ว เพียงแต่ไม่เป็นทางการ จนกระทั่งถึงเดือนตุลาคม 1901 เมื่อธีโอดอร์ รูสเวลต์ เข้ามาพำนัก จึงใช้ชื่อเรียกนี้อย่างเป็นทางการ

นับตั้งแต่ศตวรรษที่ 19 เป็นต้นมา เมื่อเริ่มมีผู้คน (โดยหลักคือผู้ชาย) เข้ามาทำงานในสำนักงานต่างๆ เพิ่มมากขึ้น เสื้อเชิ้ตสีขาวก็กลายเป็นสีที่ถูกกำหนดไว้เป็นหลักในการแต่งกาย เมื่อถึงทศวรรษ 1920 หลักปฏิบัตินี้แพร่หลายมากเสียจนอัพตัน ซินแคลร์ นักเขียนนวนิยายอเมริกัน เรียกขานพนักงานประจำสำนักงานเหล่านี้ว่า “แรงงานคอปกขาว” เพื่อแยกแยะคนเหล่านี้ออกจากผู้ใช้แรงงานทั่วไป ผู้ใช้แรงงานมักสวมเสื้อผ้าสีคล้ำกว่า ชุดของผู้ใช้แรงงานมักเป็นชุดเสื้อกางเกงติดกันที่เรียกว่าบอยเลอร์สีน้ำเงินซึ่งมีปกสีน้ำเงิน เพราะสามารถซ่อนความสกปรกได้ดีกว่า

พระนางเจ้าอลิซาเบธที่ 1 อาจสิ้นพระชนม์ลง เพราะทรงต้องการผิวสีขาว ทำให้ได้รับพิษจากตะกั่ว เพื่อทำให้ผิวกายของพระนางขาวซีดจนเป็นที่เลื่องลือ กล่าวกันว่าบรรดานางสนองพระโอษฐ์ของพระองค์ต้องทาด้วยเครื่องสำอางที่เรียกว่าเวเนเชียน เซรูส (Venetian ceruse) ซึ่งมีส่วนผสมของตะกั่วสีขาว และน้ำส้ม ต่อด้วยการเคลือบใบหน้าด้วยไข่ขาว

พระนางทรงใช้เวลายาวนานและความเพียรพยายามสูงมากเพื่อเสริมความงามในทุกๆ วันตลอดระยะเวลา 40 ปีของการครองราชย์ ซึ่งแทบแน่ใจได้ว่า มีเครื่องสำอางที่มีส่วนผสมของตะกั่วประกอบอยู่มากพอในกระบวนการเสริมความงามดังกล่าวจนก่อให้เกิดอันตรายต่อสุขภาพ

สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่

หมายเหตุ : บทความนี้คัดย่อจาก พอล ซิมป์สัน-เขียน, ไพรัตน์ พงศ์พานิชย์-แปล. รหัสนัยแห่งสี, สำนักพิมพ์มติชน, พิมพ์ครั้งแรกกันยายน 2565

เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 28 ตุลาคม 2565

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...