พีท-วสุธร ต้องโตขึ้นและ ฟอร์ด-ฐิติพงศ์ ยอมทิ้งความฝัน กับเส้นทางแสดงที่เขาทั้งคู่ยอมแลก
น้องคนเล็กของบ้านที่กลายมาเป็นพี่คนโตเมื่อทำงานแสดงพีท-วสุธร ชัยจินดา ที่ใช้ความนิ่งสยบความขี้เล่นเปี่ยมพลัง (แกล้งคน) ล้นเหลือของ ฟอร์ด-ฐิติพงศ์ เซ่งง่าย ว่าที่วิศวกรที่ฝัน อยากเป็นนักบิน แต่ร่อนทะยานในเส้นทางนักแสดงแบบไม่คิดฝันใน ‘บรรยากาศรัก เดอะ ซีรีส์ Love in The Air เรื่องพระพายหมายฟ้า‘
ELLE MEN: ได้รับบทนำครั้งแรก แต่ได้ยินมาว่าผ่านการเคี่ยวกรำของครูตัวท็อปของวงการกันมาทั้งคู่?
FORT: ผมเข้ามาสัมผัสกองถ่ายเมื่อปีที่แล้วเองครับ เคยเล่นหนังสั้น LGBTQ+ ของพี่กอล์ฟ (ธัญญ์วาริน สุขะพิสิษฐ์ ผู้กำกับ ภาพยนตร์/นักแสดง/ผู้เขียนบท/อดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร) ซึ่งให้โอกาสมาเรื่อยๆ ชวนไปเล่นบทสมทบให้เราได้สะสมประสบการณ์ และแนะนำให้หาคลาสเรียนแอ็กติ้งเพิ่มเติมหนึ่งปีที่ผ่านมาก็พัฒนาตัวเองมาตลอด จนไปแคสต์ซีรีส์เรื่องนี้และผ่าน การที่เคยออกกองมาก่อนผมรู้สึกว่าสบายตัวมากขึ้น เวลาอยู่หน้ากล้องและต้องแสดงต่อหน้าคน
PEAT: ของผมทั้งครอบครัวเลยที่ผลักดันอยากให้ลูกเป็นดารา (หัวเราะ) เมื่อก่อนผมเคยอ้วนฉุ ตอนอายุ 10 ขวบต้นๆ น้ำหนัก 60-70 กิโลกรัม ชอบกินโอวัลตินแห้งมาก ใส่แต่นมข้นและไม่ผสมน้ำ (หลายคนบอกว่าเป็นของโปรดในวัยเด็กเช่นกัน) พอช่วง ม.ต้น พ่อจับเข้าฟิตเนสและให้เรียนแอ็กติงกับครูเงาะ (รสสุคนธ์ กองเกตุ) เรียนมาตลอดจนเข้าเรียนคณะนิเทศศาสตร์ที่เอแบค เมื่อเรียนจบจึงมาทำงานประจำเป็นเบื้องหลัง ถือกล้องเขียนสคริปต์ และได้แสดงในซีรีส์เป็นบทเพื่อนหนึ่งเรื่อง แต่เล่นบางๆ เองครับ เพิ่งได้เล่นเป็นตัวเมนในซีรีส์ บรรยากาศรักวิชาแอ็กติงที่เรียนมาก็ได้ใช้ตอนนี้
ELLE MEN: คุณเมย์ (อรวรรณ วิชญวรรณกุล) บอกว่าเลือกนักแสดงเรื่องนี้ให้ตรงกับตัวละครที่สุด
FORT: ผมเป็นพระพาย ผู้บริหารที่มีงานอดิเรกเป็นนักแข่งรถแต่ในชีวิตจริงคือเรียนปีสี่ เป็นคนขี้เล่น กะล่อน เจ้าชู้เพลย์บอยแต่จริงจังเรื่องความรัก ตอนที่แคสต์ก็ไม่ได้แสดงธาตุแท้อะไรขนาดนั้น (หัวเราะ) ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าคาแรกเตอร์ตัวละครเป็นยังไงก็เลยแสดงความเป็นตัวเอง พี่เมย์คงเห็นความกะล่อนในตัว (หัวเราะ) ก็เลยยื่นบทนี้ให้ผมครับ
PEAT: ผมเป็นสกาย นักศึกษาปีหนึ่ง แต่ในชีวิตจริงผมเรียนจบและทำงานแล้ว ก็นั่งไทม์แมชชีนกลับไป 5-6 ปีเลย ตอนออดิชันเราสองคนนั่งข้างกันเลยแต่ไม่ได้คุยกันสักคำ อยากให้คนเห็นเขาตอนนั้นมาก ไม่ใช่แบบนี้เลย (หัวเราะ) ฟอร์ดเงียบมาก นั่งคนเดียวหน้านิ่ง ดูเป็นผู้ใหญ่ แต่พอเวิร์กช็อปด้วยกันเขากลายเป็นคนละคนเลย ขี้แกล้ง พูดเยอะ
FORT: จริงๆ แล้วตอนแรกเราสองคนจับคู่ซ้อมบทกับคนอื่นแต่พี่เมย์จับคู่ใหม่ให้เราซ้อมบทคู่กัน เป็นครั้งแรกที่ผมได้สบตาเขาจริงๆ เป็นฉากที่ผมแกล้งตบหน้าเขาเบาๆ ซึ่งพี่เมย์บอกว่านั่นคือ Magic Moment เคมีเราเข้ากันดีมาก
ELLE MEN: เพราะเคยทำงานเบื้องหลังมาก่อน เมื่อมาทำงานเบื้องหน้า พีทน่าจะเห็นมุมมองที่หลากหลาย?
PEAT: ผมเรียนนิวมีเดียและทำงานเบื้องหลังมาก่อนจึงเข้าใจทุกฝ่าย เราต้องเตรียมตัวของเราให้ดีที่สุดก่อน หน้างานมีปัญหาอะไรค่อยปรับอีกที แต่ต่อให้ผ่านมากี่งาน เรื่องความตื่นเต้นก็คงมีอยู่ ผมว่ามันเป็นเสน่ห์ของงานโปรดักชันในทีม บรรยากาศรัก ผมเป็นพี่ใหญ่ แต่ในครอบครัวผมเป็นน้องเล็กที่มีพี่ๆ ทำงานกับที่บ้าน ผมจึงมีโอกาสได้หาสิ่งที่ตัวเองอยากทำ เช่น ผมอยากทำงานที่มีเวลาท่องเที่ยวด้วย และงานแสดงก็เหมือนได้เที่ยวไปในตัว ได้เจออะไรใหม่ๆ ในสถานที่ใหม่ๆ เมื่อทำงานแสดงจึงชอบมาก มันเหนื่อยแต่มีความสุข ซึ่งจริงๆ แล้วไม่มีงานอะไรที่ไม่เหนื่อยหรอก
FORT: (พยักหน้าตาม) นักแสดงทำงานตั้งแต่เช้ามืดจนดึกและบางทีถึงเช้า แต่ผมสนุกนะ พลังไม่ตกเลย เราแฮปปี้ที่ได้ทำงานนี้ วันแรกที่แคสติงเสร็จ พี่เมย์ยื่นนิยายให้คนละเล่ม ปกติผมไม่อ่านหนังสือเลยครับ ผมสมาธิสั้นน่ะ จึงเป็นการอ่านนิยายเรื่องแรก เริ่มจากอ่าน 2-3 หน้า หลังๆ อ่านรวดเดียว 4-5 บท
ELLE MEN: ฟอร์ดผ่านทั้งงานแสดงและงานวิศวกรรมมาแล้วตรงไหนสบายใจกว่า?
FORT: ผมอยากเป็นนักบินครับ (หัวเราะ) ตอนนี้เรียนวิศวกรรมไฟฟ้า เรารู้แล้วว่าไม่ชอบอยู่กับโรงงาน แต่ชอบเรียนเกี่ยวกับไฟฟ้ามากๆ การเป็นวิศวกรต้องแบกรับความรับผิดชอบสูงและยาวนานนับตั้งแต่วันที่เซ็นแบบสร้างอาคารไปจนถึงตลอดอายุของอาคารนั้น ซึ่งอาจจะไม่ใช่แนวทางของผมแต่การเป็นนักแสดงหรือนักบิน เราแบกรับความรับผิดชอบ ณ ช่วงเวลาที่เราทำงาน ถึงงานแสดงจะเหนื่อย แต่ถ้าเราหาทางให้ทำได้ไปเรื่อยๆ มันก็จะทำได้ ผมอยากใช้เวลาเดินทางในวงการนี้ให้นานที่สุดเท่าที่จะไปได้
ELLE MEN: สำหรับฟอร์ด หนัง LGBTQ+ กับซีรีส์วายแตกต่างกันไหม?
FORT: ผมไม่ได้มองว่าเป็นแนววายหรือคู่เราเป็นเพศอะไรตั้งแต่ตอนมาแคสต์ คิดว่าการเล่นซีรีส์คือการท่องเที่ยวในชีวิตของอีกคน เป็นตัวละครที่ในชีวิตจริงเราคงไม่ได้เป็น
ELLE MEN: เจอหน้ากันเกือบทุกวันมาเกือบปี เล่าความสนิทของพี่น้องคู่นี้หน่อย
FORT: ตอนแรกๆ เขามีความเป็นพี่สูงมาก เราก็ไม่กล้าเล่นเกร็ง กลัวพี่เขาไม่ชอบ แต่พอเริ่มสนิทผมก็แกล้งตลอดครับจนเขาดุเอา ผมเคยงอนเขาครั้งหนึ่งด้วย
PEAT: มีงานอีเวนต์ที่พวกเราเป็นคนเชิญรางวัล เขาก็แหย่ตามปกติ แต่วันนั้นเราแหย่กลับ ตีมือเขาและดุ “จะมาจับทำไม!” ปรากฏเขางอนจริง
FORT: ผมไม่ได้งอน แต่… ผม… คือจะอธิบายยังไงดี (เสียงอ่อยลงเรื่อยๆ)
PEAT: งอน! ไม่ต้องมาแก้ตัว
FORT: หลังจากนั้นมีครั้งหนึ่งที่พี่พีทดุจริง “ฟอร์ด ทำการบ้านบ้างนะ” ผมเลยแยกแยะออกว่าถ้าพี่พีทโกรธจริง เขาจะไม่โวยวายไม่เสียงดัง แต่จะนิ่งเสียงเรียบมาก
PEAT: เขางอนเองและหายเอง มาบอกเราด้วยนะว่างอนคนอื่นไม่เห็นรู้เลยว่างอน (ฟอร์ดทำหน้าเฉาที่โดนเผาเกรียม)พี่เมย์เป็นคนที่เห็นเวลาผมอ่อนโยนใส่ใจน้อง มีแต่ฟอร์ดนี่แหละที่ไม่เคยเห็น
ELLE MEN: ขอมุมเซอร์ไพรส์ในด้านดีบ้าง ที่เล่ามานี่หาใช่เรื่องดีไม่?
PEAT: (หัวเราะ) ฟอร์ดเป็นคนคอยสร้างบรรยากาศ ไม่อยากให้ทุกคนเครียด เป็นมุมน่ารักของเขา เขาเป็นน้องเล็กสุดแต่ถึงเวลาทำงานเขาจะเปลี่ยนโหมดเป็นจริงจัง ไม่ต้องไปนั่งห่วงว่าเขาจะไม่เต็มที่เพราะเขาเตรียมตัวมาดี นี่คือมุมที่ไม่เคยชมเลยชมมากไม่ได้ เดี๋ยวได้ใจ
Story: Supakdipa Poolsap
Photographer: Akkapon Kumpusan
Stylists: Kriengkrai Saejung, Seksit Nhuin, Tidawan Suttichai
Stylist For Peat&Ford: Preuksapak Chorsakul
Style Assistant: Tidawan Suttichai
Make up: Chanont Srinumtha
Hair: Chalumchai Loonsukwong