สาวใหญ่หวิดติดคุก ได้หมายศาล ที่แท้ จนท.กรอกข้อมูลผิดคน
วันที่ 30 กันยายน เวลา 11.30 น.นางจำเรียง สวัสดิวัฒน์ ณ อยุธยา ผู้อำนวยการสำนักงานคุมประพฤติจังหวัดเพชรบุรี พร้อมเจ้าหน้าที่สำนักงานคุมประพฤติฯ เดินทางมาขอโทษ นางสุภารัตน์ อายุ 62 ปี เจ้าของบ้าน
กรณีเจ้าหน้าที่ของสำนักงานคุมประพฤติจังหวัดของแก่น ไม่ใช้ความละเอียด ระมัดระวัง รอบคอบในการตรวจสอบรายการบุคคล ได้ทำหนังสือติดตามให้มารับทราบเงื่อนไขการคุมความประพฤติ ตามคำสั่งศาลในคดียาเสพติด ส่งผลให้นางสุภารัตน์ได้รับผลกระทบและเกิดความเสียหายต่อภาพลักษณ์ ชื่อเสียง พร้อมขอโทษแทนเจ้าหน้าที่สำนักงานคุมประพฤติจังหวัดเพชรบุรี ที่ให้บริการและใช้วาจาไม่เหมาะสม
โดยมี นางสุวรรณา สุขพานิช ผู้ประณีประนอมศาลจังหวัดเพชรบุรี เดินทางมาร่วมให้กำลังใจและเป็นตัวแทนอ่านหนังสือแสดงความรับผิดชอบของสำนักงานคุมประพฤติจังหวัดขอนแก่นให้นางสุภารัตน์ ผู้เสียหายได้รับทราบ
นางสุภารัตน์ กล่าวว่า ก่อนหน้านี้ได้มีคนโทรศัพท์มาหาบอกว่า เป็นเจ้าหน้าที่คุมประพฤติจังหวัดขอนแก่น อ้างว่า ตนถูกต้องโทษคดีอาญาเกี่ยวกับยาเสพติดที่จังหวัดขอนแก่น ขอให้ไปรับทราบเงื่อนไขการคุมประพฤติตามคำสั่งศาลที่สำนักงานคุมประพฤติจังหวัดขอนแก่นภายใน 3 วัน หากไม่ไปจะดำเนินการออกหมายจับ แต่ตนก็ไม่ได้สนใจ คิดว่าเป็นพวกแกงค์คอเซนเตอร์
กระทั่งเมื่อวันที่ 23 กันยายน 2565 นายนิพนธ์ คำแถม อาสาสมัครคุมประพฤติจังหวัดเพชรบุรี ได้เข้ามาแจ้งอีกครั้งว่า สำนักงานคุมประพฤติจังหวัดขอนแก่น มีหนังสือถึงสำนักงานคุมประพฤติจังหวัดเพชรบุรี ให้เร่งติดตามตนไปรายงานตัวที่สำนักงานคุมประพฤติจังหวัดเพชรบุรีเนื่องจากมีคดีอาญาเกี่ยวกับยาเสพติด
ตอนนั้นรู้สึกตกใจและงงเป็นอย่างมาก เนื่องจากไม่เคยยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติดมาก่อน และช่วง 3 ปีที่เกิดการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ตนเองก็ไม่ได้ออกไปนอกจังหวัดเพชรบุรี ทำแต่เกษตรอยู่ที่บ้านตลอด ด้วยความบริสุทธิ์ใจในวันที่ 26 กันยายน จึงเดินทางไปพบกับเจ้าหน้าที่ที่สำนักงานคุมประพฤติจังหวัดเพชรบุรี เมื่อไปถึงเจ้าหน้าที่ได้ขอบัตรประชาชนและให้ตนเดินอ้อมไปด้านหลังสำนักงานท่ามกลางฝนที่ตกลงมาอย่างหนัก ขณะที่ตนนั่งรอสอบประวัติอยู่นั้น สามีตนได้ยินเจ้าหน้าที่พูดกันว่าเป็นการจับผิดตัว แต่เจ้าหน้าที่ก็ยังเรียกไปสอบและมีพฤติกรรมการใช้วาจาไม่เหมาะสม เมื่อขอตรวจสอบเอกสารที่สำนักงานคุมประพฤติขอนแก่นส่งมาก็ไม่ยอมให้บอกตนไม่มีส่วนเกี่ยวข้องไม่สามารถดูได้
หลังจากสอบประวัตินานเป็นชั่วโมง ขณะที่ขับรถเดินทางกลับบ้านได้มี นางจิราวรรณ ไชยวุฒิ ผู้อำนวยการสำนักงานคุมประพฤติจังหวัดขอนแก่น โทรมาหาบอกว่าเรื่องดังกล่าวเป็นการเข้าใจผิดเนื่องจาก พนักงานคุมประพฤติจังหวัดขอนแก่นไม่ใช้ความละเอียด ระมัดระวัง รอบคอบในการตรวจสอบรายการบุคคลโดยพิมพ์ข้อมูลผิดพลาดจากนามสกุล ซึ่งบุคคลที่ต้องคดียาเสพติดมีนามสกุล “วิสิลา” แต่ น.ส.สุนทรีพิมพ์เป็น “วศิลา” ซึ่งเป็นนามสกุลของตนเอง จึงขอโทษและพร้อมที่จะเยียวยาค่าเสียหายให้ แต่ตนบอกว่าไม่รับค่าเสียหาย แต่ขอให้ประสานกระทรวงยุติธรรมช่วยดำเนินการอบรมตักเตือนบุคลากรสังกัดกระทรวงยุติธรรมให้ใช้พฤติกรรมที่ดีต่อผู้มาใช้บริการให้ดีกว่าเดิมเท่านั้นก็พอ