โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

สศอ.เผย MPI เดือนธ.ค.68 ขยายตัวที่ 2.52%

ไทยโพสต์

อัพเดต 29 มกราคม 2569 เวลา 23.22 น. • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

สศอ. เผย MPI เดือน ธ.ค. 68 ขยายตัวที่ 2.52% อานิสงส์ยานยนต์และมาตรการรัฐ ภาพรวมดัชนีทั้งปี 68 กลับมาหดตัวลดลง อยู่ที่ระดับ 95.81 พร้อมแนะผู้ประกอบการเตรียมรับมาตรการ CBAM เร่งยกระดับอุตฯ เหล็กไทย สู่ Thai Green Steel

29 ม.ค. 2569 - นายศุภกิจ บุญศิริ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม (สศอ.) เปิดเผยว่า ดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรม (MPI) เดือนธ.ค. 2568 อยู่ที่ระดับ 93.27 ขยายตัว 2.52% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และอัตราการใช้กำลังการผลิตอยู่ที่ 57.60% เนื่องจากการผลิตยานยนต์ขยายตัวต่อเนื่อง ผู้ประกอบการต้องผลิตรถยนต์ไฟฟ้าชดเชยในอัตรา 1.5 เท่าของยอดรถยนต์ไฟฟ้านำเข้ามาจำหน่ายในปีที่ผ่านมา รวมถึงการส่งออกภาคอุตสาหกรรมที่ขยายตัวต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 18 ประกอบกับประชาชนมีการเร่งใช้จ่ายโครงการคนละครึ่งพลัส อย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ยังมีมาตรการสำคัญอื่น เช่น เที่ยวดีมีคืน และการปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบาย เป็นต้น ส่งผลให้ภาพรวมดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรมปี 2568 กลับมาหดตัวลดลงเล็กน้อยที 0.78% อยู่ที่ระดับ 95.81 และอัตราการใช้กำลังการผลิตเฉลี่ยอยู่ที่ 58.67%

สำหรับปัจจัยที่กดดันภาคอุตสาหกรรมในเดือนธ.ค. 2568 ได้แก่ ค่าเงินบาทแข็งค่าส่งผลให้การแข่งขันด้านราคาสินค้าส่งออกได้รับผลกระทบ ภูมิรัฐศาสตร์ที่ยืดเยื้อจากท่าทีแข็งกร้าวของนโยบายระหว่างประเทศของสหรัฐฯ ในหลายประเด็นได้บั่นทอนบรรยากาศการค้าและการลงทุนโลก ส่งผลให้ภาคธุรกิจชะลอการตัดสินใจลงทุน ประกอบกับความไม่สงบบริเวณชายแดนไทยกัมพูชาส่งผลต่อการค้าชายแดน โดยอุตสาหกรรมที่ได้รับผลกระทบ เช่น สินค้าอุปโภคบริโภค รถยนต์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ เป็นต้น รวมถึงการท่องเที่ยวจากต่างประเทศลดลง ส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้อง เช่น เนื้อสุกรและเนื้อปลาแช่แข็ง รองเท้า เครื่องดื่ม เป็นต้น

ด้านระบบการเตือนภัยด้านเศรษฐกิจอุตสาหกรรมภาพรวมของไทย เดือนม.ค. 2569 “ส่งสัญญาณเฝ้าระวัง” โดยปัจจัยภายในประเทศยังต้องเฝ้าระวัง หลังความเชื่อมั่นด้านคำสั่งซื้อที่ลดลงเนื่องจากความกังวลนโยบายการค้าโลก และค่าเงินบาทแข็งค่า ส่วนการลงทุนภาคเอกชนดีขึ้นจากหมวดเครื่องจักรและอุปกรณ์ ด้านปัจจัยต่างประเทศส่งสัญญาณเฝ้าระวัง โดยภาคการผลิตชะลอตัวในสหภาพยุโรปและอาเซียน ขณะที่ภาคการส่งออกของจีนและออสเตรเลียขยายตัวได้ในเดือนนี้

“มาตรการ CBAM ของสหภาพยุโรปได้เริ่มเก็บค่าธรรมเนียมจริงตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. 2569 ทำให้ผู้ประกอบการไทย โดยเฉพาะกลุ่มสินค้าเหล็กและเหล็กกล้า และอะลูมิเนียม ต้องเร่งปรับตัวและเตรียมความพร้อมอย่างเป็นรูปธรรม สศอ. จึงได้ดำเนินการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์การยกระดับอุตสาหกรรมเหล็กไทยสู่เหล็กสีเขียว เพื่อให้กระบวนการผลิตสามารถควบคุมการปลดปล่อยมลพิษเป็นไปตามมาตรฐาน และลดการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ตลอดวัฏจักรชีวิตของผลิตภัณฑ์ พร้อมกำหนดเป้าหมาย ความเข้มข้นการปล่อยคาร์บอนสำหรับ Thai Green Steel (TGS) เป็น 3 ระยะ โดยเน้นการใช้พลังงานหมุนเวียนเพิ่มขึ้น เพื่อเสริมศักยภาพการแข่งขันของผู้ประกอบการไทย และรองรับกติกาการค้าสีเขียวที่เข้มข้นขึ้นในตลาดโลก” นายศุภกิจ กล่าว

สำหรับอุตสาหกรรมหลักที่ส่งผลบวกต่อดัชนีผลผลิตเดือนธันวาคม 2568 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ได้แก่ น้ำมันปาล์ม ขยายตัวจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 45.64% จากผลิตภัณฑ์น้ำมันปาล์มดิบ และน้ำมันปาล์มบริสุทธิ์ ตามปริมาณผลปาล์มที่ออกสู่ตลาดเพิ่มขึ้นจากปริมาณฝนและสภาพอากาศที่เอื้ออำนวย , ยานยนต์ ขยายตัวจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 5.02% จากรถยนต์นั่งขนาดมากกว่า 1,800 ซีซี รถยนต์นั่งไฟฟ้า รถยนต์นั่งไฮบริดขนาดมากกว่า 1,800 ซีซี และรถปิคอัพ เป็นหลัก จากฐานต่ำในปีก่อน และชิ้นส่วนและแผ่นวงจรอิเล็กทรอนิกส์ ขยายตัวจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 10.52% จากชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์อื่น ๆ, IC และ PCBA เป็นหลัก ตามคำสั่งซื้อที่เพิ่มขึ้นจากการเติบโตต่อเนื่องของตลาดอิเล็กทรอนิกส์โลก

สำหรับอุตสาหกรรมหลักที่ส่งผลลบต่อดัชนีผลผลิตเดือนธ.ค. 2568 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ได้แก่ น้ำตาล หดตัวลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 17.71% จากน้ำตาลทรายดิบ เป็นหลัก ตามปริมาณอ้อย เข้าหีบที่ลดลงจากปีก่อน , เครื่องจักรอื่น ๆ ที่ใช้งานทั่วไป หดตัวลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 14.27% ตามการชะลอตัวของตลาดในประเทศและต่างประเทศ และ กาแฟ ชา และสมุนไพรผงสำหรับชงเป็นเครื่องดื่ม หดตัวลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 85.89% จากกาแฟสำเร็จรูป เนื่องจากผู้ผลิตรายใหญ่หยุดผลิตต่อเนื่องตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. 2568.

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...