โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เจาะลึกประโยชน์ที่คนไทยจะได้รับ หลังผู้อำนวยการ GISTDA นั่งแท่นประธาน STSC สมัยที่ 63

SPACEMAN

อัพเดต 20 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 23.14 น. • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • SPACEMAN มนุษย์อวกาศ

ในเดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569 ประเทศไทยได้สร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ในวงการอวกาศระดับนานาชาติ เมื่อ ดร.ปกรณ์ อาภาพันธุ์ ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ หรือ GISTDA ได้รับฉันทามติจาก 110 ชาติสมาชิก ให้ดำรงตำแหน่งประธานคณะอนุกรรมการด้านวิทยาศาสตร์และวิชาการ (STSC) ของสหประชาชาติ ในการประชุมครั้งที่ 63 ณ กรุงเวียนนา สาธารณรัฐออสเตรีย ความสำเร็จครั้งนี้ไม่เพียงแต่เป็นการยกระดับบทบาทของไทยในเวทีโลก ท่ามกลางมหาอำนาจอย่างสหรัฐอเมริกา รัสเซีย และจีน แต่ยังเปิดประตูสู่โอกาสทางเศรษฐกิจ เทคโนโลยี และการศึกษาที่คนไทยจะได้รับอย่างมหาศาล

บทบาทสำคัญของ STSC และความท้าทายในยุคปัจจุบัน

คณะอนุกรรมการด้านวิทยาศาสตร์และวิชาการ หรือ STSC (Scientific and Technical Subcommittee) เป็นกลไกสำคัญภายใต้คณะกรรมการว่าด้วยการใช้อวกาศส่วนนอกในทางสันติแห่งสหประชาชาติ (UN COPUOS) มีหน้าที่หลักในการกำกับดูแลกิจการอวกาศในภาคปฏิบัติ ครอบคลุมตั้งแต่การจัดการจราจรอวกาศ การติดตามสภาพอวกาศ ไปจนถึงการรักษาความยั่งยืนของห้วงอวกาศ ท่ามกลางสถานการณ์โลกปัจจุบันที่มีความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ การทำหน้าที่ประธานของประเทศไทยจึงมีความท้าทายอย่างยิ่ง เพราะต้องอาศัยทักษะการทูตที่เป็นกลางและการประนีประนอม เพื่อเป็นสะพานเชื่อมให้ตัวแทนจากหลากหลายประเทศสามารถหารือและหาข้อสรุปที่เป็นประโยชน์สูงสุดร่วมกันได้

ในการประชุมครั้งนี้ คณะผู้แทนจากประเทศไทยได้เข้าไปมีส่วนร่วมแลกเปลี่ยนวิสัยทัศน์ในคณะทำงานหลายกลุ่ม เริ่มตั้งแต่กลุ่มที่ดูแลเรื่องความยั่งยืนของกิจกรรมอวกาศ ซึ่งให้ความสำคัญกับนโยบายและการปฏิบัติการในห้วงอวกาศอย่างปลอดภัย ถัดมาคือกลุ่มการแพทย์อวกาศที่มุ่งเน้นการผสานองค์ความรู้ด้านสุขภาพเข้ากับเทคโนโลยีอวกาศเพื่อนำมาพัฒนาเป็นหลักสูตรการศึกษา รวมถึงกลุ่มที่ต้องอาศัยการเจรจาอย่างละเอียดอ่อนอย่างการใช้แหล่งพลังงานนิวเคลียร์ในอวกาศ ซึ่งทุกประเทศต้องร่วมกันหาทางออกเพื่อความปลอดภัยและผลประโยชน์ที่สมดุล

นอกจากนี้ ประเด็นที่กำลังเป็นที่จับตามองทั่วโลกคือความเคลื่อนไหวของกลุ่มคณะทำงานด้านกิจกรรมบนดวงจันทร์ (ATLAC) ในยุคที่หลายประเทศกำลังส่งยานอวกาศกลับไปสำรวจดาวบริวารของเรา การพัฒนาระบบเฝ้าระวังและตระหนักรู้สถานการณ์อวกาศรอบดวงจันทร์จึงเป็นเรื่องเร่งด่วน เพราะในปัจจุบันเรายังไม่มีระบบติดตามวัตถุในวงโคจรของดวงจันทร์ที่ครอบคลุมมากพอ ซึ่งอาจก่อให้เกิดอันตรายต่อภารกิจการสำรวจในอนาคตได้

ประเทศไทยไม่ได้เข้าร่วมเพียงเพื่อรับฟังนโยบาย แต่เราได้แสดงความพร้อมเชิงประจักษ์ให้ประชาคมโลกเห็นผ่านเทคโนโลยีที่พัฒนาขึ้นเอง ประเทศไทยได้นำเสนอระบบเฝ้าระวังและติดตามวัตถุอวกาศ (GARNET) และระบบการจัดการจราจรอวกาศ (ZIRCON) ซึ่งเป็นระบบที่มีความแม่นยำสูงในการติดตามวัตถุในวงโคจรรอบโลก กลไกเหล่านี้ทำหน้าที่สำคัญในการแบ่งปันข้อมูลและประสานงานกรณีฉุกเฉิน เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการชนกันที่อาจสร้างความเสียหายต่อดาวเทียมและทรัพย์สินทางอวกาศอื่น ๆ

บทสรุปและก้าวต่อไปของประเทศไทย

การก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งประธาน STSC เปรียบเสมือนการปักหมุดประเทศไทยลงบนแผนที่สมรภูมิอวกาศโลกอย่างเป็นทางการ ผ่านการผนึกกำลังของ "Team Thailand" ที่ผสานทั้งนวัตกรรม องค์ความรู้ และการทูตเข้าด้วยกัน ทำให้ไทยได้รับการยอมรับในฐานะพันธมิตรที่น่าเชื่อถือ

สิ่งที่ประเทศไทยสามารถนำไปต่อยอดได้ทันที คือการขยายขีดความสามารถของเศรษฐกิจอวกาศไทย ภาคเอกชนและอุตสาหกรรมในประเทศจะมีโอกาสเข้าถึงและเชื่อมต่อกับห่วงโซ่อุปทานระดับโลก นอกจากนี้ ยังเป็นแรงบันดาลใจสำคัญให้เยาวชนคนรุ่นใหม่หันมาสนใจสายอาชีพด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (STEM) เพื่อเตรียมพร้อมรองรับตำแหน่งงานใหม่ ๆ ในอุตสาหกรรมอวกาศที่กำลังเติบโต

ในท้ายที่สุด GISTDA จะทำหน้าที่เป็นตัวกลางในการนำข้อมูลและองค์ความรู้ระดับสากลจากการประชุม STSC มาถ่ายทอดสู่ประชาชนและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อผลักดันให้เกิดการใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศอย่างคุ้มค่า พร้อมทั้งก้าวขึ้นเป็นผู้นำด้านความร่วมมือและโครงสร้างพื้นฐานอวกาศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เพื่อสร้างความยั่งยืนของกิจการอวกาศต่อไป

  • ข้อมูลอ้างอิง: สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน)
ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...