เศษผ้า เป็นได้มากกว่าของเหลือทิ้ง ชวนไปนิทรรศการ FWB: Fashion With Benefits
เมื่อ ‘เศษผ้า’ ไม่ใช่จุดจบ แต่คือจุดเริ่มต้นของรักยั่งยืนในโลกแฟชั่น
ท่ามกลางกระแสอุตสาหกรรมแฟชั่นที่หมุนเวียนเปลี่ยนผ่านอย่างรวดเร็ว เสื้อผ้ามากมายเกิดขึ้นมา แต่ไม่หายไปไหน กลายเป็นหนึ่งในปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมที่ยิ่งใหญ่ของโลก
วัธ-จิรโรจน์ พจนาวราพันธุ์ ทายาทรุ่นที่ 3 ของบริษัท แสงเจริญแกรนด์ จำกัด หรือ SC GRAND ในฐานะผู้นำนวัตกรรมสิ่งทอหมุนเวียน (Sustainable Textile) จึงอยากชวนทุกคนมาหยุดทบทวน และร่วมออกแบบประสบการณ์ความสัมพันธ์ครั้งใหม่ระหว่าง ‘มนุษย์ สิ่งแวดล้อม และอุตสาหกรรมแฟชั่น’ ในงาน นิทรรศการ ‘FWB: Fashion With Benefits’
งานในครั้งนี้ จะไม่ได้มองผ้าหรือเศษวัสดุเหลือทิ้งในฐานะขยะที่ต้องกำจัด แต่จะตีความใหม่ผ่านความสัมพันธ์ของมนุษย์ สิ่งแวดล้อม และอุตสาหกรรมแฟชั่น ที่สะท้อนกระบวนการผลิต การใช้ทรัพยากร ตลอดจนผลที่ส่งต่อถึงสิ่งแวดล้อมในวงกว้าง
โดยวัธได้เล่าว่า จุดเริ่มต้นของงานนิทรรศการในครั้งนี้มาจากความต้องการที่จะแสดงคนทั่วได้เห็นว่าเสื้อผ้าที่มุ่งเน้นเรื่องความยั่งยืนก็สามารถมีสไตล์ (stylish) ได้ ผ่านการร่วมมือกับแบรนด์เสื้อผ้าหลากหลายสไตล์ ไม่ว่าจะเป็น Indigoskin, Circular, Mango Mojito, Selvedgework, Manii, Venus Flytrap, Bromantic, Sartoria Katia, Jintonic, TEEMA RUCKSAJIT, Arthur And Ackhman, BTNC, The Primary Haus, Rough Cut และ The woven BKK ซึ่งทุกแบรนด์ล้วนมีสไตล์ มีเอกลักษณ์ที่แตกต่าง แต่ก็สามารถทำเสื้อผ้าให้มีความยั่งยืน และทันสมัยไปพร้อมกันได้
เหตุผลที่แฟชั่นต้องสนใจเรื่องความยั่งยืน นั่นเพราะปีๆ หนึ่ง กิจกรรมทุกอย่างที่มนุษย์ทำจะปล่อย CO2 หรือคาร์บอนไดออกไซด์ออกมา 51 พันล้านตันต่อปี ซึ่งกว่า 10% ของการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์นี้ มีสาเหตุหลักมาจากอุตสาหกรรมแฟชั่น เพราะของเสียที่เกิดขึ้นจากอุตสาหกรรมนี้ก็มีมากถึง 90-100 ล้านตันต่อปี
วัธมองว่า วงการแฟชั่นก็ถือเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้เกิดภาวะโลกร้อน แต่เราก็ไม่ได้หมดทางแก้เสียทีเดียว เพราะเราก็ยังมีตัวเลือกที่จะใช้ผลิตภัณฑ์ที่เน้นความยั่งยืน มีความเป็นออร์แกนิค หรือรีไซเคิลได้
“หลังจากนี้เทรนด์ความยั่งยืนจะกลายเป็นบรรทัดฐาน (norm) ในวงการแฟชั่นมากขึ้น SC GRAND จึงเป็นเพียง 1 ทางเลือกที่ต้องการเข้ามาสนับสนุนในเรื่องนี้” วัธบอกถึงความสัมพันธ์ระหว่างแฟชั่นกับความยั่งยืน
สิ่งสำคัญที่วัธคาดหวังในงานนิทรรศการครั้งนี้ คือการแสดงให้ทุกคนได้เห็นว่า ต่อให้เราจะแต่งตัวอย่างไร มีสไตล์แบบไหน ก็สามารถมีส่วนร่วมลดผลกระทบที่ไม่ดีต่อสิ่งแวดล้อม และสร้างความยั่งยืนไปพร้อมกันได้
นิทรรศการนี้จึงเป็นเสมือนบทสนทนาระหว่าง แฟชั่น สิ่งแวดล้อม และอนาคตที่มุ่งมั่นที่จะพิสูจน์ว่า แฟชั่นที่ยั่งยืนไม่ได้เป็นเพียงกระแสตามยุคสมัย แต่คือมาตรฐานใหม่ของไลฟ์สไตล์ที่สามารถผสมผสานเข้ากับวิถีชีวิตของผู้คนได้อย่างลงตัวและถาวร
และถ้าใครที่สงสัยว่า ผ้ารีไซเคิลนั้นจะไปได้ไกลขนาดไหน สามารถมาหาคำตอบกันได้ที่นิทรรศการ “FWB: Fashion With Benefits” ตั้งแต่วันที่ 21 กุมภาพันธ์ ถึง 15 พฤษภาคม 2569 ณ ตึก CIRCULAR สยามสแคว์ ซอย 2