โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อ.อัจฉราวดี ชี้จุดจบอำนาจ! ทักษิณ ปลงตกบทเรียนในคุก เห็นสัจธรรมชีวิต

แนวหน้า

เผยแพร่ 01 มี.ค. เวลา 17.00 น.

2 มีนาคม 2569 อ.อัจฉราวดี วงศ์สกล ประธานมูลนิธิโรงเรียนแห่งชีวิต และมูลนิธิโนอิ้ง บุดด้า เป็นอีกบุคคลหนึ่งที่ต้องยกให้เป็น อินฟลูเอนเซอร์ ที่ออกมาแสดงจุดยืนแถวหน้าในฝ่ายของผู้รักชาติ โพสต์ข้อความระบุว่า ผู้ต้องขังที่จำคุกช่วงสั้น การสิ้นอิสรภาพยังไม่ทำให้ศักดิ์ศรีความเป็นคนสิ้นไป เท่ากับ การต้องถือจานเข้าคิวรอรับอาหารที่อยู่ในถังใหญ่ ๆ มีผู้คุมตักให้ ลักษณะอาหารพอกินกันตาย ข้าวเป็นปลายข้าวหักแข็ง ๆ ถ้าเป็นแกงเขียวหวานไก่ก็มีเพียงวิญญาณไก่ เน้นมะเขือและน้ำแกง

..

ข่าวที่ว่า หากคุณทักษิณพ้นโทษแล้วจะวางมือทางการเมือง อาจารย์คิดว่าเป็นไปได้สูงมาก เพราะจากชีวิตที่เคยรุ่งโรจน์เรืองอำนาจสุด ๆ จนมักใหญ่ใฝ่สูง แต่กลับต้องมาอยู่ในเรือนจำ ย่อมทำให้ที่คิดว่าเงินคืออำนาจที่บันดาลได้ทุกสิ่ง ได้พบสัจธรรม

..

17 ปีที่หนีคดีไปเสวยสุขที่ดูไบแต่กลับทุกข์ทางใจอันสาหัส แม้กลับมาเมืองไทยได้ก็ยังเหลิงอำนาจ เพราะคุณทักษิณกลับมาอยู่ในสภาพแวดล้อมเดิม ๆ ที่เต็มไปด้วยบริวารล้อมหน้าล้อมหลัง พร้อมจะทำทุกอย่างให้ขอเพียงแค่สั่งการ
ที่บอกว่าจะกลับไปเลี้ยงหลาน จึงกลายเป็นประโยคหลอกคนในชาติ
ที่เหิมสุดคือการผลักดันลูกสาวสุดที่รักผู้โง่เขลา ขึ้นมาเป็นนายกรัฐมนตรี ข้ามหัวทุกคน เพียงเพราะต้องการให้นายกมีนามสกุลชินวัตร จนเมื่อเรื่องอังเคิลอยากได้อะไรขอให้บอก แดงขึ้นมา ทำให้พรรคถูกตราหน้าว่าเป็นพรรคขายชาติ และนำไปสู่จุดตกต่ำที่สุดของพรรค

.

คุณทักษิณเองก็เปลี่ยนสถานะไปเป็นนักโทษชาย ต้องถูกกร้อนผม ใส่ชุดนักโทษมอซอ ต้องไปเจออดีตนักการเมืองที่ตนเคยชี้นิ้วสั่งการที่ถูกจองจำไปก่อนหน้านี้ จากชีวิตที่มีแต่ออกคำสั่งมาสู่ชีวิตที่ต้องถูกออกคำสั่ง และอาจต้องเข้าคิวทุกอย่างไม่ว่าจะเป็นการใช้ห้องน้ำ อาบน้ำ การกินอาหาร การทำกิจกรรมใด
ชีวิตหักมุมยิ่งกว่าดาวอับแสง ย่อมทำให้ชายวัย 70 ปีปลงในความไม่เที่ยงแท้ ไม่มากก็น้อย

..

อาจารย์เคยเข้าไปสอนธรรมะในทัณฑสถานหญิงกลางคลองเปรมหลายครั้ง แน่นอนว่า ความรู้สึกของผู้ไปเยือน ย่อมแตกต่างจากผู้ต้องถูกจองจำ แต่กระนั้นทันทีที่เข้าไปด้านในประตูซี่กรงเหล็กขนาดใหญ่ 2 ชั้น ก็รู้สึกหดหู่ไม่น้อย
ในฐานะผู้ไปสอน จะมีผู้คุมออกมาต้อนรับด้วยใบหน้าที่เป็นมิตร แตกต่างจากผู้เข้าไปในฐานะนักโทษแน่นอน กว่าจะเข้าไปถึงชั้นในก็ต้องถูกตรวจตราหลายชั้น เสียงปิดเปิดประตูเหล็กขนาดใหญ่ก้องสะท้านดูน่าหวาดเกรง ที่ชั้นในได้พบเจอผู้คุมที่หน้าตาเข้มงวด ถือกระบองติดตัวเป็นอาวุธประจำกาย
ด้านในมีกระดานบอกไว้ว่าเรือนจำนี้มีผู้ต้องขังหญิง 4,000 กว่าคน ส่วนใหญ่ 85% เป็นคดีค้ายาเสพติด เมื่อแหงนมองออกไปด้านนอกจะเห็นกำแพงสูงใหญ่มากมีลวดหนามล้อมไว้อีกชั้น เป็นป้อมปราการที่ตอกย้ำว่า โลกภายในนี้คือที่จองจำ ส่วนโลกภายนอกคือดินแดนแห่งอิสรภาพ ที่คนส่วนใหญ่มักไม่เห็นคุณค่า

..

พื้นที่ทัณฑสถานแบ่งออกเป็นหลายโซน ซึ่งเป็นจุดสำหรับทำกิจกรรม เช่น ฝึกอบรมงานอาชีพ ไปจนถึงทักษะต่าง ๆ ผู้ต้องขังสาว ๆ ส่วนใหญ่แต่งหน้าทาปากเหมือนคนทั่วไป ราวกับว่าแต่งแต้มสีสันบนใบหน้า คือเครื่องชูกำลังใจที่ทำให้มีชีวิตอยู่ต่อไปในแต่ละวันได้

..

เวลามีใครผู้ต้องขังเข้าใหม่ ผู้ที่ติดอยู่เก่าแก่ ก็จะให้กำลังใจกันและกัน ส่วนใหญ่ร้องไห้จนตาบวมและคิดอยากจะจบชีวิตตัวเอง บทสนทนาแรกพบหนีไม่พ้น “ติดคุกคดีอะไรมา” “โดนข้อหากี่ปี” หลายคนใช้เวลานับเดือนกว่าจะทำใจได้ ใครที่ต้องพรากจากลูกใจก็แทบขาดรอน ความรู้สึกผิดที่สุดของผู้ต้องขังที่ได้สัมผัสคือการทำให้พ่อแม่เสียใจ เมื่อใดที่มีการมาสอนธรรม จึงเป็นกิจกรรมที่ผู้ต้องขังกระตือรือล้นอยากมาฟังกันมาก เพราะหวังจะได้รับธรรมเยียวยาหัวใจ

..

อาจารย์ไปสอนในนามของกลุ่มสตรีสากลที่ทำงานเพื่อสังคม ไปเทศน์สอนเรื่องศีล 5 ลึกซึ้งแต่ทันสมัย ยกเอาเรื่องราวในชีวิตที่พบเห็นจริง มาชี้ให้เห็นโทษของการทำผิดศีล ที่คนส่วนใหญ่เห็นว่า ทำผิดศีลก็ไม่เห็นเป็นไร จนกว่าจะได้เห็นว่านรกมีจริง
เมื่อแรกแววตาของทุกคนจะแข็ง ๆ แต่พอสอนจบ แววตาของเขาจะอ่อนโยนลง เมื่อได้ให้แต่ละคนได้พูดระบายความรู้สึก ผู้ต้องขังคนหนึ่งกล่าวด้วยตาแดง ๆ ว่า “หากมีใครมาสอนหนูแบบนี้ หนูคงไม่ต้องติดอยู่ในนี้”
บางคนติดคุกเพราะขโมยโทรศัพท์มือถือเครื่องเดียวแล้วถูกจับได้ ส่วนที่ค้ายาเสพติดโทษก็หนักหลายปี คนที่ค้ายาเสพติดเพียงเพราะอยากรวย โดยไม่คำนึงถึงว่าเขาได้ทำลายชีวิตของใครไปบ้าง

..

สิ่งที่ติดตาและติดใจมากที่สุดคือ ที่ริมทางเดินจุดหนี่ง อาจารย์เห็นถังขนาดใหญ่ ในนั้นคืออาหารที่เป็นน้ำที่ไม่แน่ใจว่าคืออะไร แต่กลิ่นเหม็นฉุนตลบอบอวลจนอยากเอามืออุดจมูก สอบถามแล้วได้ความว่าเป็นจุดที่ผู้ต้องขังมาเข้าคิวถือจานยื่นมาให้ผู้คุมตักให้
ใจคิด “อาหารหรือนั่น กลิ่นเหม็นโชยเหมือนอาหารหมู ใครจะกินได้ลง”

..

นักโทษหญิงแรกเข้าเขาจะมีชุดนักโทษให้ 1 ชุด ขัน 1 ใบ สบู่ 1 ก้อน และแปรงสีฟันขนหยาบ พร้อมยาสีฟันหลอดเล็กให้ ผ้าขนหนูสามารถไปซื้อได้ที่ร้านค้าในเรือนจำ รวมทั้งชุดนักโทษหากต้องการเพิ่ม ซึ่งต้องมีญาติฝากเงินไว้ให้ มีกฎเรื่องขนาดของผ้าขนหนู ที่จะไม่ยาวพอเอามารัดคอ

..

เวลาประมาณ 4 โมงเย็น ก็ต้องขึ้นเรือนนอน ในเรือนนั้นอยู่กันห้องละ 30 คน มีห้องน้ำ 2 ห้อง เป็นประตูปิดแบบครึ่งเดียว เสียงและกลิ่นจากธุระส่วนตัวในห้องน้ำนั้นกระทบคนทั้งห้อง และด้วยความที่ห้องแคบมาก เวลานอนต้องนอนตะแคงเรียงกันเป็นแบบนี้ทุกวันจนพ้นโทษ
คำกล่าวที่ว่า ติดคุกไม่เห็นเดือนไม่เห็นตะวัน ก็เพราะเมื่อขึ้นตึกนอนแล้ว ก็หมดสิทธิ์ออกมาข้างนอก

..

คนระดับที่เคยมีอำนาจล้นฟ้า เมื่อต้องมาเจอสภาพแบบนั้น ศักดิ์ศรีมันไม่เหลือแล้ว เมื่อมองไปข้างนอกไม่เห็นฟ้า เห็นแต่กำแพงสูงใหญ่ ย่อมรู้สึกปลงในความขึ้นและดิ่งลงของชีวิต

..

สำหรับนักโทษอายุ 70 กว่า ยากที่จะมีจุดรีเทิร์น อีกทั้งที่ผ่านมาก็ย่อมรู้อยู่แก่ใจว่า ทำอะไรกับใครเอาไว้บ้าง ข่าวที่ว่าเมื่อออกจากคุกแล้วคุณทักษิณจะวางมือทางการเมือง จึงมีความเป็นไปได้สูงเพราะปลง

.

อีกนัยหนึ่งนี่อาจเป็นวิธีกล่าวคำ “ขอโทษ” ต่อบริวารมากมายที่สวามิภักดิ์ ผู้ที่คุณทักษิณเห็นว่าเป็นเพียงขันทีและลิ่วล้อประจำพรรค ไว้คอยสนองอำนาจที่ไม่จำเป็นต้องเห็นหัว จึงดันลูกขึ้นเป็นนายกจนกลายเป็นจุดดับและจุดหักเหของชีวิตตนเอง
การหยามหมิ่น ฆ่าโอกาสและสรรพสิ่งให้ตายได้โดยไม่ต้องใช้อาวุธ หมิ่นประเทศตัวเอง หมิ่นผู้ที่พร้อมยอมพลีให้ หมิ่นประชาชน ราคาที่ต้องจ่ายคือการที่พรรคพ่ายแพ้ยับเยิน เพราะแม้แต่ในบ้านตัวเองที่เชียงใหม่ ก็ยังไม่ใครอยากให้ที่ยืนแก่ “ชินวัตร” อีกแล้ว

..

อยากแนะนำคุณทักษิณว่า หากพ้นโทษให้ไปกราบขอขมาต่อหลวงตามหาบัว ที่เคยกระทำการอันไม่สมควรเอาไว้ บางทีการขอขมาด้วยใจที่เห็นผิดอย่างแท้จริง อาจช่วยทำให้บั้นปลายชีวิตมีความสงบสุขได้บ้าง อย่างน้อยก็ก่อนจะไปเจอนรกของจริงที่ปรโลก
ธรรมะนั้นยุติธรรมเสมอ ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานเท่าไหร่

..

อ.อัจฉราวดี วงศ์สกล
1 มีนาคม 2569

- 006

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...