เปิดแผนล่า “ดวงจันทร์นอกระบบสุริยะ” นาซาเตรียมใช้กล้องโทรทรรศน์รุ่นใหม่เฟ้นหาโลกใบที่สองที่โคจรรอบดาวเคราะห์ยักษ์
ทีมนักดาราศาสตร์จากสหรัฐอเมริกาและสหราชอาณาจักรเสนอวิธีการใหม่ในการตรวจจับ "ดวงจันทร์นอกระบบสุริยะ" (Exomoons) โดยใช้กล้องโทรทรรศน์อวกาศรุ่นถัดไปของนาซาอย่าง Habitable Worlds Observatory (HWO) เพื่อค้นหาดวงจันทร์ที่มีลักษณะคล้ายโลกซึ่งโคจรรอบดาวเคราะห์ก๊าซยักษ์ในระบบดาวอื่น ซึ่งอาจเป็นกุญแจสำคัญในการค้นหาสิ่งมีชีวิตนอกโลกที่ไม่ได้อาศัยอยู่บนดาวเคราะห์หลัก
ปัจจุบันระบบสุริยะของเราเป็นที่อยู่ของดวงจันทร์ที่รู้จักแล้วเกือบ 900 ดวง โดยมีมากกว่า 400 ดวงที่โคจรรอบดาวเคราะห์หลักทั้ง 8 ดวง ส่วนที่เหลือโคจรรอบดาวเคราะห์แคระ ดาวเคราะห์น้อย และวัตถุพ้นวงโคจรเนปจูน ในบรรดาดวงจันทร์เหล่านี้ มีเพียงไม่กี่ดวงที่เป็นเป้าหมายสำคัญของวิชาชีวดาราศาสตร์ เช่น ยูโรปาและแกนีมีดของดาวพฤหัสบดี หรือไททันและเอนเซลาดัสของดาวเสาร์ ซึ่งมีศักยภาพในการเอื้อต่อการดำรงชีวิต อย่างไรก็ตาม แม้ว่านักวิทยาศาสตร์จะยืนยันการค้นพบดาวเคราะห์นอกระบบสุริยะไปแล้วกว่า 6,000 ดวง แต่เรายังไม่เคยยืนยันการมีอยู่ของดวงจันทร์นอกระบบสุริยะได้เลยแม้แต่ดวงเดียว
งานวิจัยล่าสุดที่ได้รับการตอบรับให้ตีพิมพ์ในวารสาร The Astrophysical Journal ได้นำเสนอแบบจำลองคอมพิวเตอร์ที่แสดงให้เห็นว่า กล้องโทรทรรศน์อวกาศ HWO ซึ่งมีกำหนดการส่งขึ้นสู่อวกาศประมาณปี พ.ศ. 2584 จะสามารถตรวจจับดวงจันทร์นอกระบบสุริยะได้ผ่านเทคนิคการสังเกตการณ์แสงสะท้อน ทีมวิจัยระบุว่าเมื่อดวงจันทร์เคลื่อนที่ไปทางด้านหลังของดาวเคราะห์ยักษ์ แสงจากดาวฤกษ์ที่ตกกระทบชั้นบรรยากาศของดวงจันทร์จะเกิดการสะท้อนออกมา ซึ่งกล้อง HWO มีความไวเพียงพอที่จะดักจับสัญญาณแสงที่ริบหรี่นี้ได้
จากการคำนวณพบว่า กล้อง HWO อาจตรวจพบดวงจันทร์ที่มีขนาดพอๆ กับโลก ซึ่งโคจรรอบดาวเคราะห์ก๊าซยักษ์ที่มีระยะห่างจากดาวฤกษ์ 1 หน่วยดาราศาสตร์ (เทียบเท่าระยะห่างจากโลกถึงดวงอาทิตย์) ได้ในระยะไกลถึง 12 พาร์เซก หรือประมาณ 39 ปีแสงจากโลก วิธีการนี้ถือเป็นการคิดนอกกรอบจากการล่าดาวเคราะห์แบบเดิมๆ เพราะดวงจันทร์ที่มีขนาดเพียงครึ่งหนึ่งของรัศมีโลกก็อาจถูกตรวจพบได้หากระบบตรวจวัดมีความแม่นยำสูงพอ
ในปัจจุบันมีวัตถุหลายดวงที่เข้าข่ายเป็นดวงจันทร์นอกระบบสุริยะ เช่น Kepler-1625b I และ Kepler-1708b I ซึ่งยังคงเป็นหัวข้อถกเถียงในแวดวงวิทยาศาสตร์ โดยผลการศึกษาในปี พ.ศ. 2566 และ พ.ศ. 2568 ยังคงมีความเห็นที่แตกต่างกันเกี่ยวกับสถานะการมีอยู่จริงของพวกมัน แผนการใช้กล้อง HWO ในอนาคตจึงไม่ได้เป็นเพียงการค้นหาดาวเคราะห์ที่อยู่อาศัยได้เท่านั้น แต่ยังรวมถึงการสำรวจดวงจันทร์บริวารที่อาจซ่อนความลับของสิ่งมีชีวิตเอาไว้เช่นกัน
ภารกิจหลักของ Habitable Worlds Observatory คือการค้นหาดาวเคราะห์ขนาดเท่าโลกในเขตที่อยู่อาศัยได้รอบดาวฤกษ์คล้ายดวงอาทิตย์ แต่การขยายขอบเขตการสำรวจมายังดวงจันทร์นอกระบบสุริยะจะช่วยให้เราเข้าใจความหลากหลายของระบบดาวเคราะห์ในจักรวาลได้ดียิ่งขึ้น แม้ว่าเราจะต้องรอไปจนถึงช่วงทศวรรษ ปี พ.ศ. 2580 เพื่อให้เทคโนโลยีนี้พร้อมใช้งานจริง แต่ช่วงเวลาที่เหลืออยู่นี้คือกาลเวลาสำคัญที่นักวิทยาศาสตร์จะเตรียมความพร้อมเพื่อไขปริศนาว่า "โลกใบอื่น" อาจไม่ใช่ดาวเคราะห์เสมอไป แต่อาจเป็นดวงจันทร์ที่กำลังโคจรอยู่อย่างเงียบเชียบในห้วงอวกาศอันไกลโพ้น
ข้อมูลอ้างอิง: Universe Today
- Exomoons Could Reveal Themselves Through Lunar Eclipses