โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

"สศช." ชี้หนี้ครัวเรือน 86.8% ยังทรงตัว แต่คนเงินเดือนหลักแสนเริ่มค้างจ่าย จับตาแรงงาน–AI กระทบตลาดงาน

สยามรัฐ

อัพเดต 13 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 13 ชั่วโมงที่ผ่านมา

">

หนี้ครัวเรือนไตรมาส 3/68 ยังทรงตัว ขณะที่สัญญาณเสี่ยงเริ่มขยายไปยังกลุ่มรายได้ระดับกลางถึงสูง โดยเฉพาะคนเงินเดือนหลักแสนที่เริ่มมีปัญหาค้างชำระมากขึ้น ด้านสถานการณ์แรงงานไตรมาส 4/68 อัตราว่างงานยังอยู่ในระดับต่ำ แม้ภาพรวมการจ้างงานหดตัวเล็กน้อย

เมื่อวันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2569 นายดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสภาพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) หรือสภาพัฒน์ เปิดเผยรายงานสถานการณ์หนี้สินครัวเรือน ไตรมาส 3/2568 พบว่า หนี้ครัวเรือนอยู่ที่ระดับ 86.8% ของ GDP ทรงตัวจากไตรมาสก่อนหน้า โดยมีมูลค่ารวม 16.31 ล้านล้านบาท อย่างไรก็ตาม ความสามารถในการชำระหนี้ของประชาชนอ่อนแอลงในทุกประเภทสินเชื่อ

ข้อมูลจากเครดิตบูโรระบุว่า สินเชื่อส่วนบุคคลที่ค้างชำระเกิน 90 วันขึ้นไป (NPLs) มีมูลค่า 1.3 ล้านล้านบาท หรือคิดเป็นสัดส่วน 9.4% ของสินเชื่อรวม เพิ่มขึ้นจาก 9.1% ในไตรมาสก่อนหน้า สะท้อนความเสี่ยงด้านคุณภาพหนี้ที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด

ประเด็นสำคัญที่ต้องให้ความสำคัญ ได้แก่ การกำกับดูแลสินเชื่อผ่านแอปพลิเคชันและสินเชื่อแบบซื้อก่อนจ่ายทีหลัง (BNPL) ซึ่งเป็นสินเชื่อที่เข้าถึงง่ายและมีความเสี่ยงต่อการกลายเป็นหนี้เสียในอนาคต โดยเสนอให้ผู้ให้บริการเข้าร่วมระบบเครดิตบูโรอย่างครบถ้วน เพิ่มมาตรการกำกับสินเชื่อออนไลน์ให้เข้มงวดขึ้น และกำหนดเพดานหนี้ร่วมเพื่อลดความเสี่ยงในระบบการเงิน

ขณะเดียวกัน กลุ่มรายได้ระดับกลางถึงสูงเริ่มมีสัญญาณผิดนัดชำระหนี้เพิ่มขึ้น โดยข้อมูลจาก SCB EIC ระบุว่า ผู้มีรายได้มากกว่า 100,000 บาทต่อเดือน ราว 21% เริ่มประสบปัญหาการชำระหนี้ เช่นเดียวกับกลุ่มรายได้ต่ำกว่า 50,000 บาทต่อเดือน ที่ประมาณ 31% มีภาระหนี้เกิน 60% ของรายได้ ส่วนกลุ่มรายได้ 15,000–30,000 บาทต่อเดือน ยังคงเป็นกลุ่มที่มีปัญหาการชำระหนี้มากที่สุด จึงจำเป็นต้องเร่งสร้างวินัยทางการเงินเชิงรุก เช่น ระบบแจ้งเตือนก่อนถึงกำหนดชำระ และมาตรการจูงใจสำหรับผู้ชำระหนี้ตรงเวลา

ด้านสถานการณ์แรงงาน ไตรมาส 4/2568 พบว่าจำนวนผู้มีงานทำอยู่ที่ 39.8 ล้านคน ลดลง 0.9% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยแรงงานนอกภาคเกษตรกรรมมีจำนวน 28.3 ล้านคน ขยายตัว 0.2% ซึ่งเติบโตมากที่สุดในสาขาการขนส่งและจัดเก็บสินค้า 3.2% รองลงมาเป็นสาขาการผลิต 1.2% ขณะที่แรงงานภาคเกษตรกรรมอยู่ที่ 11.5 ล้านคน หดตัว 3.4% ส่วนหนึ่งได้รับผลกระทบจากอุทกภัยภาคใต้ช่วงเดือนพฤศจิกายน 2568 ที่สร้างความเสียหายต่อพื้นที่เพาะปลูกกว่า 2.1 แสนไร่ และแรงงานบางส่วนอยู่ระหว่างรอฤดูเพาะปลูก

ภาพรวมชั่วโมงการทำงานเฉลี่ยอยู่ที่ 42.9 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ โดยภาคเอกชนเฉลี่ย 47.3 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ จำนวนผู้ทำงานล่วงเวลาอยู่ที่ 6.4 ล้านคน หรือ 5.7% ขณะที่ผู้ทำงานต่ำระดับอยู่ที่ 1.5 แสนคน ลดลง 34.4%

ในไตรมาส 4/2568 มีผู้ว่างงานประมาณ 2.8 แสนคน คิดเป็นอัตราการว่างงาน 0.7% ลดลงจาก 0.88% ในช่วงเดียวกันของปีก่อน ส่วนค่าจ้างแรงงานเฉลี่ยอยู่ที่ 15,912 บาทต่อคนต่อเดือน เพิ่มขึ้น 1.1% ขณะที่ค่าจ้างเฉลี่ยภาคเอกชนอยู่ที่ 14,711 บาทต่อคนต่อเดือน เพิ่มขึ้นเพียง 0.08%

สำหรับภาพรวมทั้งปี 2568 อัตราการมีงานทำอยู่ที่ 99.1% เพิ่มขึ้นจากปี 2567 โดยมีผู้มีงานทำรวม 39.6 ล้านคน ลดลง 0.5% จากปีก่อนหน้า และมีอัตราการว่างงานเฉลี่ยทั้งปีอยู่ที่ 0.81%

ทั้งนี้ สศช.ระบุประเด็นที่ต้องเฝ้าระวัง ได้แก่ การเชื่อมโยงการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศกับธุรกิจไทย เพื่อสร้างงานคุณภาพและยกระดับทักษะแรงงาน โดยอาจขยายมาตรการจ้างงานในท้องถิ่นและส่งเสริมการใช้ชิ้นส่วนในประเทศให้ครอบคลุม SMEs มากขึ้น ควบคู่กับการจูงใจให้เกิดการถ่ายทอดเทคโนโลยี

นอกจากนี้ ยังต้องให้ความสำคัญกับความกังวลด้านความมั่นคงในการจ้างงานจากบทบาทของเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) โดยควรกำหนดแนวทางการใช้ AI อย่างชัดเจน เป็นธรรม และเร่งลงทุนพัฒนาทักษะดิจิทัลและ AI ให้แรงงานทุกระดับ เพื่อรองรับการเปลี่ยนผ่านของตลาดแรงงานในอนาคต

#หนี้ครัวเรือน #สศช #เศรษฐกิจไทย #NPL #ตลาดแรงงาน #อัตราว่างงาน #รายได้แรงงาน #SCBEIC #เศรษฐกิจ2569 #ข่าวเศรษฐกิจ #วิเคราะห์เศรษฐกิจ #AIกับแรงงาน #SEOข่าวเศรษฐกิจ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...