พิษสุนัขบ้าในแมว อาการเป็นยังไง? วิธีสังเกตเจ้าเหมียวในบ้าน อันตรายถึงชีวิต!
"พิษสุนัขบ้า" ไม่ได้มีแค่ในหมา! รู้ไหมว่า "น้องแมว" ก็เป็นได้ และอันตรายกว่าที่เราคิด
หลายคนอาจจะเข้าใจผิดว่า "โรคพิษสุนัขบ้า" เป็นโรคที่เกิดขึ้นได้แค่กับน้องหมาตามชื่อโรคเท่านั้น จนทำให้ทาสแมวหลายคนเผลอประมาท คิดว่าเลี้ยงแมวคงไม่เป็นไรหรอก
แต่ความจริงแล้วไม่ใช่เลยครับ! ชื่อโรคอาจจะทำให้เราสับสน แต่จริงๆ แล้วไวรัสชนิดนี้ติดได้ในสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมทุกชนิด และ "น้องแมว" นี่แหละครับที่เป็นพาหะสำคัญที่แพร่เชื้อสู่คนได้ง่ายไม่แพ้กัน แถมยังอันตรายถึงขั้นเสียชีวิตทั้งคนและแมว วันนี้เรามาปรับความเข้าใจกันใหม่ และเช็กไปพร้อมๆ กันครับว่า ภัยเงียบที่มากับน้องแมวตัวนี้มีอะไรที่เราต้องระวังบ้าง!
"โรคพิษสุนัขบ้าในแมว" ภัยเงียบใกล้ตัวที่ทาสแมวต้องระวัง!
โรคพิษสุนัขบ้าในแมว คือ โรคติดต่อร้ายแรงที่เกิดจากเชื้อไวรัสที่มีชื่อว่า "ราบีส์ ไวรัส" (Rabies Virus) ซึ่งเป็นไวรัสในตระกูล Lyssavirus ซึ่งจริง ๆ แล้ว โรคพิษสุนัขบ้าในแมวก็คือโรคเดียวกับที่พบในสุนัขเลยครับ เพราะเกิดจากเชื้อไวรัสตัวเดียวกันเป๊ะ (Rabies Virus) ที่เข้าไปทำลายระบบประสาทและสมอง แต่ที่ต้องระวังเป็นพิเศษคือ แมวมักจะมีพฤติกรรมชอบซ่อนตัวเวลาป่วย หรือบางตัวอาจจะแสดงอาการ "แบบซึม" ที่ดูเหมือนแมวป่วยธรรมดา ๆ ทำให้เจ้าของแยกไม่ออกและเผลอไปคลุกคลีจนเสี่ยงติดเชื้อได้ง่ายกว่าเดิม
เช็กอาการพิษสุนัขบ้า แมวติดเชื้อดูยังไง?
แมวที่ติดเชื้อส่วนใหญ่จะแสดงอาการ 2 สไตล์หลักๆ ที่ทาสต้องสังเกตให้ดีครับ:
1. แบบดุร้าย
เป็นรูปแบบที่พบบ่อยที่สุด มี 3 ระยะที่ต้องเฝ้าระวัง:
- ระยะเริ่มแรก (1-2 วัน): น้องจะเริ่มเบื่ออาหาร มีไข้ อาเจียน หรือนิสัยเปลี่ยนไปกะทันหัน เช่น จากที่เคยเงียบๆ กลับมาร้องเสียงดังผิดปกติ
- ระยะตื่นเต้น: เริ่มหวาดกลัว ก้าวร้าวผิดหูผิดตา ไล่กัดสิ่งของหรือคนรอบข้างแบบคุมตัวเองไม่ได้
- ระยะอัมพาต: ทรงตัวไม่ได้ เดินเซ ชัก และเสียชีวิตในที่สุด
2. แบบซึม
แบบนี้อันตรายและสังเกตยากมาก! เพราะน้องจะดูซึมๆ อ่อนแรงเหมือนป่วยทั่วไป และเข้าสู่ ระยะอัมพาต ทันที ก่อนจะจากไปอย่างรวดเร็ว
สิ่งที่ต้องระวัง: เมื่อน้องแมวเริ่มแสดงอาการออกมาแล้ว มักจะเสียชีวิตภายใน 10 วัน และที่น่ากลัวคือระยะฟักตัวอาจนานตั้งแต่ 2 สัปดาห์ไปจนถึง 1 ปีเลยทีเดียวครับ
วิธีป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าในแมว
เนื่องจากโรคนี้ไม่สามารถรักษาได้ เพราะฉะนั้น เกราะป้องกันที่ดีที่สุดคือ "วัคซีน" ในประเทศไทย วัคซีนพิษสุนัขบ้าถือเป็น วัคซีนหลัก (Core Vaccine) ที่แมวทุกตัวต้องได้รับ:
- เริ่มเข็มแรก: เมื่อแมวอายุได้ 12 สัปดาห์ (3 เดือน) ขึ้นไป
- การฉีดกระตุ้น: ต้องฉีดซ้ำ เป็นประจำทุกปี เพื่อรักษาระดับภูมิคุ้มกัน
หากในกรณที่แมวของคุณถูกสัตว์ที่ไม่ทราบประวัติกัด หรือสัตว์ต้องสงสัยทำร้าย:
- รีบพาไปพบสัตวแพทย์ทันที เพื่อขอคำปรึกษา
- หากแมวไม่ได้ฉีดวัคซีนนานเกิน 6 เดือน สัตวแพทย์อาจพิจารณาฉีดวัคซีนกระตุ้นภูมิคุ้มกันให้ทันที
- หมั่นสังเกตอาการอย่างใกล้ชิดตามคำแนะนำของหมอ
สรุปสั้นๆ สำหรับทาสแมว
เพราะชื่อโรคอาจทำให้เราเข้าใจผิด แต่ความจริงคือแมวก็ติดและตายได้เหมือนสุนัขครับ การฉีดวัคซีนทุกปีไม่ใช่แค่เรื่องของกฎหมาย แต่คือการสร้างเกราะคุ้มกันให้ทั้งเจ้าเหมียวและทุกคนในครอบครัว อย่ารอให้สายเกินแก้ เพราะโรคนี้ไม่มีโอกาสครั้งที่สองครับ
ขอบคุณข้อมูลจาก