โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ขึ้นภาษี VAT ไทยพร้อมหรือยัง? จีดีพีปี 69 เติบโต 3% เป็นไปได้แค่ไหน

เดลินิวส์

อัพเดต 23 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 20.31 น. • เผยแพร่ 4 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เดลินิวส์
นักเศรษฐศาสตร์ ชี้ขึ้นภาษี VAT 10% ไทยพร้อมหรือยัง? เศรษฐกิจ (จีดีพี) ปี 69 หวังโตถึง 3% เป็นไปได้ไหม ต้องทำยังไง เปิดปัจจัยสนับสนุน จับตาความเสี่ยงภาษีทรัมป์

วันที่ 23 ก.พ. ดร.อมรเทพ จาวะลา ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ ผู้บริหารสำนักวิจัย ธนาคารซีไอเอ็มบีไทย เปิดเผยว่า ประเมินเศรษฐกิจไทย (จีดีพี) ในปี 69 จะขยายตัวได้สูงถึง 2.1% ปรับเพิ่มจากคาดเดิม 1.6% เนื่องจากมีแรงส่งของเศรษฐกิจตั้งแต่ไตรมาส 4 ปี 68 ที่ขยายตัวได้ดีกว่าคาด จากการจัดตั้งรัฐบาลที่มีเสถียรภาพ และต้องเร่งครึ่งปีหลัง แต่การจะให้ จีดีพีถึง 3% ต้องลดทุจริตคอร์รัปชัน, เร่งเจรจาการค้า, ผ่อนคลายกฎระเบียบลงทุนให้สะดวก และส่งเสริมการจ้างงาน

ขณะที่แนวโน้มดอกเบี้ยนโยบายคาดว่าคงดอกเบี้ยทั้งปีไว้ที่ 1.25% และธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) จะมีมาตรการอื่นในการดูแลเฉพาะจุด ซึ่งการลดดอกเบี้ยเห็นผล 6-12 เดือน ส่วนส่งออกไตรมาสแรกคาดว่าเป็นบวก หลังจากนั้นระวังติดลบ ผลกระทบจากทรัมป์ โดยจีดีพีครึ่งปีแรกและครึ่งปีหลัง เฉลี่ยจีดีพี 2.1% โดยครึ่งปีแรกทรงตัว และครึ่งปีหลังเศรษฐกิจฟื้นตัว จากฟอร์มทีมรัฐบาล มีมาตรการต่างๆ เริ่มออกมา การเบิกจ่ายงบรัฐมีประสิทธิภาพขึ้น, กระตุ้นใช้จ่ายครัวเรือน มาตรการลดค่าครองชีพ สิทธิประโยชน์ภาษี และกระตุ้นลงทุน โครงสร้างพื้นฐาน ฟื้นเชื่อมั่นดึงเอฟดีไอ

ทั้งนี้ จับตาวิกฤติภาษีสหรัฐ ปี 69 เพราะเป็นความไม่แน่นอนใหม่ กระทบส่งออก-ลงทุน-ค่าเงิน แม้ล่าสุดคำวินิจฉัยศาลฎีกาจะทำให้สินค้าไทย เช่น ยานยนต์ ยาง และอิเล็กทรอนิกส์ ยังไม่ถูกเก็บภาษีเพิ่ม 19% แต่สถานการณ์ยังไม่แน่นอน มีความเป็นไปได้ที่ฝ่ายบริหารสหรัฐ จะใช้มาตรา Section 122 เก็บภาษี 15% เป็นมาตรการชั่วคราว 150 วัน และผลักดันให้กลายเป็นกฎหมายถาวร หากเกิดขึ้นจริง อาจเปลี่ยนโฉมระบบการค้าโลกและสร้างแรงกระแทกต่อเศรษฐกิจไทย

ประเมินผลกระทบหลัก 3 ด้าน 1) ส่งออกชะลอ จากความเสี่ยงภาษี 2) FDI ชะลอตัว จากภาวะ “Wait and See” ของนักลงทุน 3) ค่าเงินบาทแข็งค่า หากดอลลาร์อ่อน กดดันกำไรผู้ส่งออก

ขณะเดียวกัน มาตรการภาษีต่อจีน (Section 301) อาจทำให้สินค้าจีนทะลักเข้าสู่ไทยและอาเซียน เพิ่มการแข่งขันด้านราคาอย่างรุนแรง ไทยควรเร่งกระจายตลาดส่งออก เสริมมาตรการป้องกันการทุ่มตลาด และดึงดูดการลงทุนคุณภาพสูง เพื่อลดผลกระทบและรักษาเสถียรภาพเศรษฐกิจในระยะยาว

ด้านทีมเศรษฐกิจของรัฐบาลพรรคภูมิใจไทย เข้ามาคุมเศรษฐกิจทั้งกระทรวงการคลัง, พาณิชย์, เกษตรฯ หรืออุตฯ และคมนาคม เชื่อว่าหลายหน่วยงานส่งผลแรงขับเคลื่อนจากนโยบายเศรษฐกิจ 10 พลัส แก้ปัญหาเฉพาะหน้าและระยะกลาง ดูแลปัญหาปากท้อง สร้างความเข้มแข็งโครงสร้างเศรษฐกิจ จะทำให้จีดีพีอยู่ที่ 2.5% ได้ แต่ถ้าต้องเพิ่มการลงทุนโดยตรงต่างประเทศ หรือเอฟดีไอ และเจรจาการค้าเสรี หรือเอฟทีเอ รวมถึงปรับทักษะแรงงานในประเทศ ให้เข้ากับเทรนด์เอไอ จะทำให้ จีดีพีมีโอกาสเหนือ 3% ในอีก 2-3 ปี

“คาดหวังมีคณะรัฐมนตรี (ครม.) มืออาชีพ คนมีความรู้ความสามารถ ที่สำคัญคือเรื่องความเชื่อมั่น ภาพลักษณ์ ครม. ตอบโจทย์นักลงทุนต่างชาติ มีความสามารถได้ผลักดันได้จริง ทำงานได้ต่อเนื่อง และเอกชน หรือหน่วยงานต่างๆ เชื่อหวังจะประสานกันได้”

ส่วนกรณี นโยบายการขึ้นภาษีมูลค่าเพิ่ม (แวต) หรือ VAT จาก 7% เป็น 10% นั้น ประเทศไทยมีความพร้อมหรือไม่ ซึ่งถ้าเศรษฐกิจไทยเติบโตได้ 2.5% และเห็นสัญญาณเติบโตทางเศรษฐกิจได้ต่อเนื่องและยั่งยืน เวลานั้นไทยถึงพร้อมขึ้นภาษี VAT ที่ไม่ทำให้การบริโภคหยุดชะงัก โดยภาษีในไทยมีสามตัวหลัก คือ ภาษี VAT, ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา และภาษีนิติบุคคล ซึ่งที่ปรับได้คือ VAT และภาษีเงินได้ ต้องขยายฐานภาษีมากขึ้น

ดร.นงนุช ตันติสันติวงศ์ ผู้อำนวยการอาวุโส ผู้บริหารกลุ่มงาน Enterprise Risk and Infrastucture สายงานบริหารความเสี่ยง ธนาคารซีไอเอ็มบีไทย กล่าวว่า ภาวะเศรษฐกิจภายในประเทศมีโอกาสเร่งตัวขึ้นได้ในครึ่งหลังของปีนี้หลังมีรัฐบาลใหม่ ด้วยมาตรการส่งเสริมการลงทุนและการค้า รวมถึงช่วยเหลือกลุ่มเอสเอ็มอี ผ่านแผน 10 พลัส การปรับโครงสร้างภาษีและมาตรการเพิ่มรายได้ภาษีอาจทำให้การใช้จ่ายภาคครัวเรือนไม่เติบโตแบบก้าวกระโดดแต่จะช่วยลดการขาดดุลทางการคลัง

ส่วนการปรับใช้เอไอ และเทคโนโลยีเพื่อลดการปล่อยคาร์บอนหากมีการจัดเก็บภาษีคาร์บอน อาจมีส่วนช่วยให้มีการลงทุนภาคเอกชนเพิ่มขึ้นในปีนี้และปีหน้า ทั้งนี้ การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน การควบคุมคุณภาพการก่อสร้าง และการบังคับใช้กฎหมาย ยังคงมีความสำคัญที่จะช่วยดึงดูดเม็ดเงินลงทุนจากต่างประเทศ

“หนี้สาธารณะ ตามนโยบายออกมา รักษาความสมดุลการค้า หรือขาดดุลการคลังไม่เกิน 3% การเติบโตหนี้สาธารณะยังโตแต่ช้ากว่าในอดีต มองว่าแตะเพดานในอีก 2 ปี มีอย่างเดียวไม่ถึงคือ ไม่กู้เพิ่ม ปล่อยให้หนี้ครบกำหนด ไม่มีการออกมาทดแทน rollover”

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...