โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทำไมคน Toxic มักไม่รู้ตัว มองในมุมจิตวิทยา "ตัวตึงดราม่า" ชอบโทษคนอื่น แต่ลืมส่องกระจกดูตัวเอง

Thairath - ไทยรัฐออนไลน์

อัพเดต 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา
ภาพไฮไลต์

เคยสงสัยไหม ทำไมคน Toxic ถึงมองไม่เห็นความผิดตัวเอง? แท้จริงแล้วพฤติกรรม "โยนบาป" เป็นกลไกป้องกันตัวทางจิตวิทยา พร้อมวิธีรับมืออย่างมีชั้นเชิง

ในสังคมปัจจุบัน คำว่า "Toxic" กลายเป็นคำยอดฮิตที่ใช้อธิบายความสัมพันธ์ที่เป็นพิษ แต่ที่น่าแปลกใจคือ "ตัวต้นเรื่อง" มักเป็นคนสุดท้ายที่รู้ตัว (หรืออาจไม่รู้เลยตลอดไป) ซ้ำร้ายยังมักใช้กลไกป้องกันตัวด้วยการสวมบทบาท "เหยื่อ" แล้วชี้หน้าบอกว่าคนอื่นต่างหากที่เป็นฝ่ายทำร้ายเขา เราจะพาไปสำรวจก้นบึ้งของจิตวิทยาว่าทำไมคนกลุ่มนี้ถึงมีโลกทัศน์ที่บิดเบี้ยว และเราจะมีวิธีรับมืออย่างไรไม่ให้ใจพัง

ทำไมคน Toxic ถึงมองไม่เห็น "พิษ" ในตัวเอง?

กลไกทางจิตวิทยาที่สำคัญที่สุดคือ Lack of Self-Awareness หรือการขาดความตระหนักรู้ในตนเอง คนกลุ่มนี้มักมีระบบป้องกันทางใจที่แข็งแกร่งเกินไป จนมองเห็นแต่ข้อผิดพลาดของผู้อื่น แต่กลับตาบอดต่อพฤติกรรมของตัวเอง

1. กลไกการปัดความรับผิดชอบ

ในทางจิตวิทยาเรียกพฤติกรรมนี้ว่า "การฉายภาพ" (Projection) คือการนำความรู้สึกผิด หรือสันดานลบๆ ของตัวเองไปโยนให้คนอื่น เช่น หากเขาเป็นคนชอบโกหก เขาจะระแวงและด่าคนอื่นว่า "ทำไมชอบโกหก" เพื่อให้ตัวเองรู้สึกเป็นคนดีและเป็นผู้ถูกกระทำ

2. ติดกับดัก "ผู้ถูกกระทำ"

คน Toxic มักจะสร้าง Story ให้ตัวเองเป็นเหยื่อเสมอ (Playing the Victim) เพื่อเรียกคะแนนความสงสารและเบี่ยงเบนประเด็นจากความผิดที่ตัวเองก่อ การทำตัวเป็นเหยื่อช่วยให้เขาไม่ต้องแก้ไขตัวเอง เพราะในความคิดของเขา "โลกนี้ใจร้ายกับเขา" เขาจึงมีสิทธิ์ที่จะตอบโต้กลับแรงๆ

3. อีโก้ที่เปราะบาง

คนเหล่านี้ลึกๆ แล้วมักมีความมั่นใจในตนเองต่ำ (Low Self-Esteem) การยอมรับว่าตัวเอง "ผิด" หรือ "Toxic" เปรียบเสมือนการทำลายตัวตนที่เขาสร้างไว้ ดังนั้นเขาจึงเลือกที่จะโทษฟ้า โทษฝน หรือโทษเพื่อนร่วมงาน แทนการยอมรับความจริง

5 สัญญาณเตือน เมื่อคุณกำลังถูก "คน Toxic" ป้ายสี

สิ่งที่คน Toxic มักจะทำหรือแสดงออกต่อฝ่ายตรงข้ามคือ "การแปะป้าย" ให้อีกฝ่ายรู้สึกผิด โดยมีพฤติกรรมที่สังเกตได้ดังต่อไปนี้

ภาพจาก iStock
  • Gaslighting: ทำให้คุณสงสัยในความทรงจำหรือสติปัญญาของตัวเอง จนคุณเริ่มเชื่อว่า "เราผิดเองจริงๆ"
  • Deflection: เมื่อคุณตักเตือน เขาจะขุดเรื่องเก่าของคุณมาข่ม หรือพูดว่า "เธอก็เคยทำแบบนี้" เพื่อจบการสนทนา
  • Drama Magnet: ชีวิตมักจะมีเรื่องดราม่าและคนใจร้ายรายล้อมเสมอ (ซึ่งเขามักเป็นพระเอก/นางเอกผู้น่าสงสาร)
  • No Apology: ไม่เคยได้รับคำขอโทษที่จริงใจ นอกจากคำว่า "ขอโทษก็ได้ถ้าเธอจะคิดแบบนั้น"
  • Empathy Gap: ไม่มีความเห็นอกเห็นใจผู้อื่น แต่มักเรียกร้องให้คนอื่นต้องเห็นใจตัวเองอย่างสูงสุด

วิธีจัดการและรับมือคน Toxic อย่างได้ผล

การเปลี่ยนคนอื่นเป็นเรื่องยาก แต่การปกป้องตัวเองเป็นเรื่องที่ทำได้ทันที

  • ตั้งกำแพง: ลดการปฏิสัมพันธ์ที่ไม่อันเป็นประโยชน์ หากต้องทำงานร่วมกัน ให้สื่อสารผ่านตัวอักษรหรือหลักฐานที่ชัดเจนเพื่อป้องกันการบิดเบือนข้อมูล
  • อย่าลงไปเล่นในเกมดราม่า: เมื่อเขาเริ่มโวยวายหรือโทษคนอื่น ให้ใช้เทคนิค "Grey Rock" หรือการทำตัวเป็นก้อนหินสีเทาที่จืดชืด ไม่ตอบสนองต่ออารมณ์ ไม่โต้เถียง เพื่อให้เขารู้สึกเบื่อและไปหาเป้าหมายใหม่
  • รักษาความจริงของคุณ: อย่าปล่อยให้คำพูดป้ายสีมาสั่นคลอนความเชื่อมั่นในตัวเอง จดจำข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น และปรึกษาบุคคลที่สามที่ไว้ใจได้เพื่อขอความเห็นที่เป็นกลาง
  • ถอยออกมาเมื่อถึงเวลา: หากความสัมพันธ์นั้นเริ่มส่งผลต่อสุขภาพจิตและร่างกาย การ "ตัดขาด" อาจเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดเพื่อรักษาชีวิตของคุณเอง

การรับมือกับคน Toxic ที่ไม่รู้ตัวว่าตัวเองเป็นพิษ คือการยอมรับความจริงว่า "เราไม่สามารถซ่อมใครได้" หากเจ้าตัวไม่คิดจะซ่อมตัวเอง การทำความเข้าใจจิตวิทยาเบื้องหลังพฤติกรรมเหล่านี้ไม่ได้มีไว้เพื่อให้เรายอมเขามากขึ้น แต่เพื่อให้เรา "รู้ทัน" และวางตัวได้อย่างเหมาะสม เพื่อไม่ให้สารพิษเหล่านั้นซึมลึกเข้ามาทำลายความสุขในชีวิตของเรา

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ทำไมคน Toxic มักไม่รู้ตัว มองในมุมจิตวิทยา "ตัวตึงดราม่า" ชอบโทษคนอื่น แต่ลืมส่องกระจกดูตัวเอง

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ตามข่าวก่อนใครได้ที่
- Website : www.thairath.co.th
- LINE Official : Thairath

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...