อนุทิน ลุยหาเสียงช่วย ลูกวิรัช มั่นใจได้ส.ส.โคราชมากกว่าครั้งก่อน ลั่น เน้นนโยบายไม่ใช้วาทกรรม
‘อนุทิน’ อ้อนขอเป็นนายกฯคนที่ 2 ของชาวโคราช จะทำงานไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย หวังปักธงโนนสูง ดัน ‘ทวิรัฐ’ เข้าสภาฯ ยึดคำคนโคราช ตัวแทนอีสานใต้ ไม่ให้เปิดด่าน ลั่น ‘ตามนั้น จัดไป’ ลั่น รัฐบาลชุดนี้ร่วมกับกองทัพทวงคืนผืนแผ่นดินทุกตารางนิ้ว จุดไหนเป็นที่สงสัย ถือว่าเป็นของไทยไว้ก่อน ด้าน ‘วิรัช’ โผล่ให้กำลังใจลูกชาย มั่นใจได้ส.ส.โคราช มากกว่าเลือกตั้งครั้งก่อน แต่ไม่ขอกดดันตัวเอง เน้นเสนอนโยบายไม่ใช้วาทกรรมฟาดงวงฟาดงา
เมื่อเวลา 10.50 น. วันที่ 22 มกราคม ที่เทศบาลตำบลโนนสูง อ.โนนสูง จ.นครราชสีมา นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ลงพื้นที่ช่วยนายทวิรัฐ รัตนเศรษฐ ผู้สมัคร ส.ส.นครราชสีมา พรรคภูมิใจไทย เขต 5 (อ.โนนสูง อ.เฉลิมพระเกียรติ และ อ.พิมาย) หาเสียง โดยนายอนุทิน เดินทางด้วยรถตู้โตโยต้าอัลพาร์ด สีขาว ทะเบียน งจ 191 นครราชสีมา
ทันทีที่เดินทางมาถึง นายอนุทิน ได้ทักทายพ่อแม่พี่น้องประชาชน ที่มารอฟังการปราศรัย ซึ่งบรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก
จากนั้น นายอนุทิน เริ่มเวทีการปราศรัย ด้วยการขอบคุณชาวโคราช อ.โนนสูง พิมาย และเฉลิมพระเกียรติ ที่ต้อนรับอย่างอบอุ่นยิ่ง ที่ผ่านมาภูมิใจไทยยังไม่เคยมีผู้แทนจากโนนสูง ขอว่าเลือกตั้งเที่ยวนี้ขอพ่อแม่พี่น้องมอบ สส.ให้กับพรรคภูมิใจไทยครั้งแรกได้หรือไม่ ตนคิดแล้วคิดอีก ไปขอคุณพ่อคุณแม่ของเขาสุดท้ายใจอ่อน มอบ “ทวิรัฐ รัตนเศรษฐ” น้องคลัง นามยังมงคล พี่น้องจะได้มีคลังใหญ่กันถ้วนหน้า
นายอนุทินกล่าวว่า ตนไม่ใช่คนอื่นไกล อยู่ปากช่อง ถือว่าเป็นคนโคราชได้ ก่อนหน้านี้อยู่กับ พล.อ.ชาติชาย ชุณหะวัณ เคยเป็นลูกน้อง ท่านสุวัจน์ ลิปตพัลลภ ดังนั้น จ.นครราชสีมา ไม่ใช่จังหวัดที่ไม่คุ้นเคยกัน
“โคราช เคยมีนายกฯ คือ นายกฯชาติชาย วันนี้ถ้าท่านจะพูดก็ไม่ผิดนะ นายกฯประเทศไทย ก็อยู่โคราช ปากช่องนี่เอง” นายอนุทิน กล่าว
นายอนุทินกล่าวว่า โคราชเป็นจังหวัดยุทธศาสตร์ ที่คนจะเข้ามาบริหารประเทศต้องให้ความสำคัญเป็นอย่างมาก ตนเข้ามา 3-4 เดือน ถือว่าโชคดี มีพี่น้องชาวนครราชสีมา บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ อุบลราชธานี อีสานใต้ ที่มีแนวเขตติดกับประเทศเพื่อนบ้าน คือ กัมพูชา ที่ตอนหลังไม่ค่อยจะเป็นเพื่อนบ้านเท่าไร เป็น “ศัตรูบ้าน” มากกว่า แต่ตนมั่นใจว่าพ่อแม่พี่น้องอยู่ข้างหลัง ตนจึงกล้าที่จะตัดสินใจ ให้กองทัพต่อสู้อย่างเต็มที่ เพื่อปกป้องบ้านเมืองเรา ตนทราบดีในที่นี้มีญาติของหลายคนไปเป็นทหารไปเป็นรั้วของชาติ ปกป้องบ้านเมืองเรา
“วันนี้ขอประกาศให้พี่น้องทั้งหลายได้ทราบว่า ในช่วง 4 เดือนตั้งแต่รับตำแหน่งนายกรัฐมนตรีมา รัฐบาลชุดนี้ร่วมกับกองทัพได้ทวงคืนผืนแผ่นดินทุกตารางนิ้วกลับคืนมา เป็นของไทยอย่างเรียบร้อย จุดไหนเป็นที่สงสัย ถือว่าเป็นของไทยไว้ก่อน จะได้ไม่ต้องวิตกกังวลว่าใครจะไปซ่อน รอบทำร้ายพวกเรา ตรงนี้มีความชัดเจนแล้ว และพ่อแม่พี่น้องที่โคราช เป็นตัวแทนของพี่น้องอีสานใต้ อยากเปิดด่านหรือปิดด่าน นายอนุทินถามว่า ใครอยากเปิดด่านให้ยกมือขึ้น ไม่ให้เปิดใช่หรือไม่ ประชาชนไม่ให้เปิด แล้วใครจะกล้าเปิด ดังนั้น ตามนั้น จัดไป” นายอนุทิน กล่าวอย่างหนักแน่น
นายอนุทินกล่าวว่า ตั้งแต่ปิดด่านมา ตอนแรกกลุ้มใจ เพราะถ้าเปิดด่าน คนค้าขายได้ แต่ประโยชน์ไปตบกับคนฝั่งโน้นมากกว่า แต่พอปิดด่านประโยชน์ตกกับไทยล้วนๆ แล้วนี่คือ รัฐบาลไทยใช่หรือไม่ ตั้งแต่ปิดด่าน มันสำปะหลังราคาดีใช่หรือไม่ แต่ที่ผ่านมา โรงงานมันแป้งรวย ตอนนี้ขอให้พี่น้องชาวโคราช รวยเท่าโรงงานมันแป้งได้หรือไม่ เพราะไม่มีมันเถื่อน ข้าวเถื่อน จากต่างประเทศ ทำราคาพืชผลทางการเกษตรสูงขึ้นโดยอัตโนมัติ ได้ทั้งเรื่องรายได้และความสงบสุข พวกเราขายมันไปถูก แต่ต้องไปซื้อแป้งแพง ยอมหรือไม่ ถ้าไม่ยอม ก็ต้องเอารัฐบาลนี้ไปทำให้ หลังจากที่เรามีนโยบายชัดเจนว่าจะยังไม่เปิดด่านก็มาคิดต่อว่า จากนี้ไปจะทำให้ราคาสินค้าขึ้นไปอีก ด้วยการหาตลาด โดยการให้นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รมว.พาณิชย์ ช่วงนี้เดินสายต่างประเทศเจรจาการค้า เราไปบอกกับเขาได้เต็มที่ว่า เราขายข้าวไปเป็นข้าว ไม่ใช่ขายข้าวไปเป็นแป้ง เป็นอาหารสัตว์ ถึงทำให้มีราคา
นายอนุทินกล่าวว่า หลายคนสามารถกลับมาใช้ชีวิตตามปกติได้เพราะเรามั่นใจว่า รั้วของเรามีคนดูแลอย่างดี ความมั่นคงทางเศรษฐกิจ ก็จะเกิดขึ้นได้ เมื่อประเทศไทยของเราสามารถให้โอกาสกับคนในพื้นที่ ประชาชนมีกินมีใช้ ผลิตอะไรมาได้ราคา แล้วความมั่นคงทางอาหารประเทศไทยก็มี เห็นอยู่แล้วว่าเหลือเพียงแค่ความมั่นคงทางเศรษฐกิจ หากเลือกพรรคภูมิใจไทยเข้าไปบริหารจะสามารถเติมเต็มทั้ง 3 ปัจจัยได้ ไม่มีใครสามารถกดขี่เราได้ไปทำอะไรที่ไหนค้าขายที่ไหนก็จะเป็นประโยชน์ของเรา เพราะพรรคภูมิใจไทย มีบุคลากร ที่มีมีความรู้มีความตั้งใจจะเข้ามาบริหารประเทศให้ประชาชนอยู่แล้วและมีโครงการที่จะส่งเสริมให้เราได้ใช้จ่าย ลดรายจ่ายเพิ่มรายได้ เช่นโครงการคนละครึ่งพลัส ตนเชื่อว่าทุกคนมีความพึงพอใจกับโครงการนี้ ถ้าเลือกพรรคภูมิใจไทยกลับเข้าไป โครงการคนละครึ่งพลัส เฟส 2 ก็จะกลับมาอีก และก็จะมีสิทธิประโยชน์ให้กับประชาชนมากขึ้น โครงการนี้จะทำให้เกิดการกระตุ้นเศรษฐกิจให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมและรัฐมีส่วนร่วม ทำให้เศรษฐกิจเกิดการหมุนเวียนได้ ไม่ได้เป็นการแจกเงินเอาเงินไปให้เฉย ๆ ถ้าประชาชนไม่จ่าย รัฐก็ไม่ได้สมทบ ไม่ได้เกิดการกระตุ้นให้กับประชาชน ถ้าแจกเงินเฉยๆ คนละ 10,000 บาท เข้าบัญชีธนาคาร ก็มีเจ้าหนี้มายืนรอเฝ้า
ช่วงท้าย นายอนุทิน ได้ให้คำมั่นสัญญาว่าสิ่งที่เป็นกำลังใจ เป็นความไว้เนื้อเชื่อใจ ที่พี่น้องประชาชนมีต่อพวกตนให้เข้าไปทำงานได้เป็นรัฐบาลรับใช้ประชาชน พวกเราจะมุ่งมั่นทุ่มเททำงานอย่างเต็มที่ไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย เพราะพวกเราต้องการให้ท่านเลือกเราอีกทุกครั้งในอนาคต ขอให้พวกเราได้มีวาสนาในการรับใช้พวกท่านทุกคนตลอดไป ก่อนจะให้พรประชาชนว่าขอให้ร่ำรวย ให้ได้คนละครึ่งพลัสเฟส 2 ขอให้มีกำแพงชายแดน โดยประชาชนขานรับว่า “สาธุ”
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะเดียวกันเป็นการปรากฏตัวครั้งแรก ของนายวิรัช รัตนเศรษฐ หลังจากหายหน้าจากวงการการเมืองไป เนื่องถูกศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง พิพากษาลงโทษจำคุกในทุจริตก่อสร้างสนามฟุตซอล ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างรอยื่นอุทธรณ์ โดยนายวิรัช นั่งรถเข็นพูดคุยกับประชาชน ช่วงหนึ่งระบุให้ ให้เลือกนายทวิรัฐ รัตนเศรษฐ และพรรคภูมิใจไทย เพราะพูดแล้วทำไม่เหมือนบางพรรคที่พูดแล้วไม่ทำ
ต่อมา เมื่อเวลา 11.35 น. นายอนุทิน ให้สัมภาษณ์ภายหลังเสร็จสิ้นการปราศรัย ว่า โคราชครั้งที่แล้วภูมิใจไทยได้มาแค่ที่เดียว ครั้งนี้มั่นใจจะได้มากกว่าเดิมก็โอเคแล้ว เราต้องไม่กดดันตัวเองไม่กดดันพรรคคู่แข่งจนเกินไป เราสรรหาผู้สมัครที่ดีที่สุดที่เรามีในแต่ละเขต และให้นำเสนอนโยบายต่อพี่น้องประชาชน ไม่ฟาดงวงฟาดงาไม่ใช้วาทกรรม แบบนั้นเราไม่ทำ
เมื่อถามว่า พื้นที่ จ.นครราชสีมา เจาะค่อนข้างยาก เพราะมีหลายพรรคการเมือง นายอนุทิน กล่าวว่า พื้นที่ อ.โนนสูง อ.เฉลิมพระเกียรติ และ อ.พิมาย พรรคภูมิใจไทยได้นายทวิรัฐ ซึ่งเป็นบุตรชายของนายวิรัช รัตนเศรษฐ ผู้ที่คร่ำหวอดในวงการการเมือง จ.นครราชสีมา ถือว่าได้ผู้สมัครที่มีความแข็งแรงความรู้ความสามารถมานำเสนอให้พี่น้องประชาชน
เมื่อถามว่า การเป็นบ้านใหญ่จะปักธงได้หรือไม่นายอนุทิน กล่าวว่า เราไม่ได้เสนอบ้านใหญ่ แต่นายทวิรัฐ มีความรู้ความสามารถด้วยตัวเอง รวมถึงความทุ่มเทตั้งใจทำงานให้กับพี่น้องประชาชน ซึ่งมีคุณสมบัติครบถ้วนในการเป็นผู้แทนราษฎร ไม่ใช่เพราะเขาเป็นลูกบ้านใหญ่
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : อนุทิน ลุยหาเสียงช่วย ลูกวิรัช มั่นใจได้ส.ส.โคราชมากกว่าครั้งก่อน ลั่น เน้นนโยบายไม่ใช้วาทกรรม
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th