โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทั่วไป

กรมทรัพยากรน้ำ ชู ‘ภูมิปัญญาดั้งเดิม’ กู้ระบบนิเวศ

The Bangkok Insight

อัพเดต 4 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 5 ชั่วโมงที่ผ่านมา • The Bangkok Insight

กรมทรัพยากรน้ำ ชู "ภูมิปัญญาดั้งเดิม" กู้ระบบนิเวศ เตรียมปักหมุดสวนเบญจกิติจัดงานวันพื้นที่ชุ่มน้ำโลก 2569

กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยกรมทรัพยากรน้ำ แถลงข่าวการจัดงานวันพื้นที่ชุ่มน้ำโลก ประจำปี 2569 “พื้นที่ชุ่มน้ำและภูมิปัญญาดั้งเดิม : ร่วมฉลองมรดกทางวัฒนธรรม” มุ่งเน้น การมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนในการอนุรักษ์และฟื้นฟูพื้นที่ชุ่มน้ำ โดยบูรณาการระบบความรู้ดั้งเดิม ไว้ด้วยกัน

กรมทรัพยากรน้ำ

วันนี้ (23 ม.ค.) นายธีระชุณ บุญสิทธิ์ อธิบดีกรมทรัพยากรน้ำ เป็นประธานในงานแถลงข่าว การจัดงานวันพื้นที่ชุ่มน้ำโลก ประจำปี พ.ศ. 2569ณ ห้องประชุม War room ศูนย์เมขลา ชั้น 11 กรมทรัพยากรน้ำ

นายธีระชุณ บุญสิทธิ์ อธิบดีกรมทรัพยากรน้ำ กล่าวว่า วันที่ 2 กุมภาพันธ์ ของทุกปี เป็นวันพื้นที่ชุ่มน้ำโลก มุ่งหวังให้ประชาชนตระหนักและเห็นความสำคัญของพื้นที่ชุ่มน้ำ ซึ่งในปีนี้ สำนักเลขาธิการอนุสัญญาแรมซาร์ ได้กำหนดหัวข้อ “Wetlands and traditional knowledge : celebrating cultural heritage - พื้นที่ชุ่มน้ำและภูมิปัญญาดั้งเดิม : ร่วมฉลองมรดกทางวัฒนธรรม” ส่งเสริมการมีส่วนร่วมจาก ทุกภาคส่วนในการอนุรักษ์และฟื้นฟูพื้นที่ชุ่มน้ำ โดยให้ความสำคัญกับบทบาทของภูมิปัญญาดั้งเดิมและมรดกทางวัฒนธรรมในการรักษาระบบนิเวศพื้นที่ชุ่มน้ำ พื้นที่ที่หล่อเลี้ยงทุกชีวิต เปรียบเสมือนมรดกหรือสมบัติ ที่ทุกคนต้องร่วมกันปกป้องกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยกรมทรัพยากรน้ำ เล็งเห็นถึงความสำคัญของระบบนิเวศพื้นที่ชุ่มน้ำที่มีบทบาทการบริการทางระบบนิเวศและการใช้ประโยชน์ของมนุษย์ จึงกำหนดจัดงาน

กรมทรัพยากรน้ำ

วันพื้นที่ชุ่มน้ำโลก ประจำปี 2569 ในวันจันทร์ที่ 2 ก.พ. 2569 ณ บริเวณอัฒจันทร์กลาง สวนเบญจกิติ เขตคลองเตย กรุงเทพฯ เน้นย้ำถึงความเชื่อมโยงระหว่างพื้นที่ชุ่มน้ำกับแนวปฏิบัติทางวัฒนธรรม ประเพณีซึ่งภูมิปัญญาดั้งเดิมจะเป็นสะพานเชื่อมอดีตสู่ปัจจุบัน มีความสำคัญกับการบริหารจัดการระบบนิเวศพื้นที่ชุ่มน้ำอย่างยั่งยืน กิจกรรมภายในงานประกอบด้วย

  • การเสวนา หัวข้อ “เชื่อมภูมิปัญญา สู่การอนุรักษ์พื้นที่ชุ่มน้ำอย่างยั่งยืน” ร่วมแลกเปลี่ยนแนวคิดการบริหารจัดการพื้นที่ชุ่มน้ำ แนวปฏิบัติทางภูมิปัญญา ความรู้ดั้งเดิมกับการอนุรักษ์ฟื้นฟูพื้นที่ชุ่มน้ำ
  • พิธีมอบใบประกาศให้กับศูนย์ศึกษาธรรมชาติกองทัพบก (บางปู) จังหวัดสมุทรปราการ ที่ได้รับการประกาศเป็นพื้นที่ชุ่มน้ำที่มีความสำคัญระหว่างประเทศ (Ramsar Sites) ลำดับที่ 16 ของประเทศไทย
  • กิจกรรมฐานการเรียนรู้ด้านการอนุรักษ์พื้นที่ชุ่มน้ำของประเทศไทย ที่ส่งเสริมให้เยาวชนได้เรียนรู้ในการร่วมอนุรักษ์พื้นที่ชุ่มน้ำ ผ่านความคิดสร้างสรรค์
  • การจัดนิทรรศการให้ความรู้เกี่ยวกับพื้นที่ชุ่มน้ำและภูมิปัญญาท้องถิ่น

กิจกรรมในครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์ให้ภาครัฐ ภาคเอกชน ประชาชนและเยาวชน ตระหนักถึงความสำคัญของพื้นที่ชุ่มน้ำ เชื่อมโยงบทบาทระหว่างพื้นที่ชุ่มน้ำกับวิถีชีวิตวัฒนธรรม ประเพณี และภูมิปัญญาดั้งเดิมที่ สืบทอดกันมาจากรุ่นสู่รุ่นมาอย่างยาวนานในการดูแลรักษาระบบนิเวศพื้นที่ชุ่มน้ำ คงไว้ซึ่งอัตลักษณ์ทางวัฒนธรรม

คำถาม

“การหายไปของพื้นที่ชุ่มน้ำ ” พื้นที่ชุ่มน้ำหายไปไหน มีแนวทางปกป้องพื้นที่ชุ่มน้ำอย่างไร

คำตอบ

• จากข้อมูลรายงาน Global Wetland Outlook 2025 ซึ่งเป็นรายงานสถานการณ์พื้นที่ ชุ่มน้ำของโลก ระบุชัดเจนว่า การสูญเสียพื้นที่ชุ่มน้ำทั่วโลกกว่าร้อยละ 22 นับตั้งแต่ปี ค.ศ. 1970 (หรือ พ.ศ. ๒๕๑๓) มีสาเหตุหลักมาจากการเปลี่ยนแปลงการใช้ประโยชน์ ที่ดินโดยเฉพาะในภาคการเกษตรที่เป็นสาเหตุอันดับหนึ่งของโลก

• สำหรับในภูมิภาคเอเชียและประเทศไทย แรงกดดันสำคัญยังมาจากการการขยายตัวของ ความเป็นเมือง และการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน เพื่อตอบสนองต่อความต้องการที่พัก อาศัยและระบบสาธารณูปโภค ซึ่งเป็นกลไกจำเป็นในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและการพัฒนาประเทศ

• แนวทางการปกป้องพื้นที่ชุ่มน้ำให้อยู่คู่กับระบบนิเวศที่สมดุล กรมทรัพยากรน้ำ ในฐานะ หน่วยงานหลักในการกำกับดูแลการบริหารจัดการพื้นที่ชุ่มน้ำ จึงมุ่งมั่นขับเคลื่อนภารกิจ โดยปรับเปลี่ยนยุทธศาสตร์จากการอนุรักษ์เชิงรับ สู่การบริหารจัดการทรัพยากรพื้นที่ ชุ่มน้ำแบบบูรณาการ ด้วยการใช้ประโยชน์อย่างชาญฉลาด (Wise Use) ผ่านกลไกสำคัญ 3 ประการ ได้แก่:

  • การสร้างฐานข้อมูลที่แม่นยำ จัดทำทะเบียนและจำแนกสถานะพื้นที่ชุ่มน้ำ เพื่อให้ทราบถึงขอบเขตที่ชัดเจนและประเมินคุณค่าที่แท้จริงของทรัพยากร
  • การกำหนดมาตรการและฟื้นฟู มุ่งเน้นการบังคับใช้มาตรการทางกฎหมายเพื่อ คุ้มครองพื้นที่เปราะบาง ควบคู่กับการประยุกต์ใช้แนวทางแก้ปัญหาโดยอาศัย ธรรมชาติ (Nature-based Solutions: NbS) ในการฟื้นฟูระบบนิเวศให้ กลับมาสมบูรณ์
  • การขับเคลื่อนกลยุทธ์ CEPA ซึ่งเป็นแนวทางของอนุสัญญาแรมซาร์ ที่มุ่งเน้น กระบวนการสื่อสาร (Communication) การเสริมสร้างสมรรถนะ (Capacity Building) การศึกษา (Education) และการสร้างความตระหนักรู้ (Awareness) ในการขับเคลื่อนงานอนุรักษ์ เพื่อถ่ายทอดองค์ความรู้เกี่ยวกับ คุณค่าของนิเวศบริการสู่สาธารณชน ส่งเสริมให้ภาคประชาชนและชุมชนเข้า มามีบทบาทในกระบวนการตัดสินใจและบริหารจัดการทรัพยากร เพื่อให้ประชาชนเป็นกลไกหลักในการดูแลรักษาพื้นที่ชุ่มน้ำได้อย่างมีประสิทธิภาพ และสอดคล้องกับบริบทของพื้นที่อย่างแท้จริง

อ่านเพิ่มเพิ่มเติม

ติดตามเราได้ที่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...