โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

เลิกค้ำ "ตระกูลฮุน" เจ้านโรดม จักราวุธ ทางเลือกใหม่ของ "จีน"

Thai PBS

อัพเดต 8 นาทีที่แล้ว • เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา • Thai PBS

การเดินสายของ “ฮุน มาเนต” นายกรัฐมนตรีกัมพูชา ระหว่างเข้าร่วมประชุมคณะกรรมการสันติภาพ (Board of Peace ) จัดขึ้นที่สถาบันสันติภาพโดนัลด์ เจ. ทรัมป์ (Donald J. Trump Peace Institute) กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. เป้าหมายส่งเสริมการฟื้นฟูกาซา การสร้างสันติภาพ และหารือประเด็นเสถียรภาพในระดับภูมิภาคและโลก ให้สัมภาษณ์สำนักข่าวต่างประเทศ เมื่อวันที่ 19 ก.พ.2569 อ้างกองทัพไทยยึดครองดินแดนในเขตอธิปไตยเขมรหลายพื้นที่

ไม่เพียงทำให้ “สีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว” รมว.ต่างประเทศ ซึ่งอยู่ระหว่างเดินทางปฏิบัติภารกิจที่ฝรั่งเศสและสวิตเซอร์แลนด์ มีโอกาสพบ “ฌ็อง-นอแอล บาร์โร” รมว.กิจการยุโรปและการต่างประเทศของฝรั่งเศส ออกมาชี้แจงทันควัน

“เราอยากให้การหยุดยิงเกิดขึ้นอย่างยั่งยืน เพื่อฟื้นฟูความสัมพันธ์ เป็นเพื่อนบ้านกันก็ต้องอยู่ด้วยกัน ได้รับประโยชน์ระหว่างกันแต่กัมพูชาก็ต้องมีท่าที่ ตอบสนองด้วย เราจะก้าวข้ามไม่ได้ถ้าเขาไม่มีท่าทีตอบสนอง แต่ถ้าไม่ตอบสนอง เราก็พร้อมที่จะเดินหน้า เราไม่ได้กลัว”

คำพูดและท่าทีของ “ฮุนมาเนต” นายกฯกัมพูชา ต่อประเทศไทย ขณะที่ไทย-เขมร ยังอยู่ในช่วงเจรจาหยุดยิง ทำให้ “ทรงฤทธิ์ โพนเงิน” ผู้เชี่ยวชาญกลุ่มประเทศลุ่มน้ำโขง มองว่า ไม่ได้อยู่เหนือความคาดหมาย พื้นที่ใดก็ตามหากกัมพูชาสามารถแสดงออกเพื่อให้คนอื่นเห็นตัวตนก็จะต้องเดินทางไป

“ต้องเข้าใจว่าการประชุม Board of Peace โดยมี 62 ประเทศเข้าร่วม เป็นกลไกที่สหรัฐอเมริกาต้องการจะจัดตั้งให้ตัวเองเป็นผู้นำและป็นกลไกที่สหรัฐฯ อยากสร้างขึ้นมาเพื่อให้ตัวเองเป็นใหญ่แต่เพียงผู้เดียว แม้กระทั่งบอร์ดคณะผู้บริหาร 7 คนแรกก็เป็นคนอเมริกัน และหากสังเกตประเทศที่แสดงตัวตน ล้วนแล้วแต่ต้องการจะพึ่งพาสหรัฐฯทั้งในเชิงของอำนาจการลงทุนและผลประโยชน์ที่มีร่วมกันอยู่แล้ว มีจุดประสงค์สำคัญ คือ อยากจะลดทอนภาษีทรัมป์”

แนวรบต่างประเทศ “กัมพูชา” ใช้เวทีโลกลวงสร้างภาพ

ปฏิเสธไม่ได้ว่า “ความเพลี่ยงพล้ำ” ปัจจุบัน เป็นผลพวงความขัดแย้งที่เกิดขึ้นจากกัมพูชาทำเองทั้งสิ้น โดยเห็นได้จากการสู้รบระลอกที่สอง แม้สื่อกัมพูชาพยายามจะปกปิดปัญหาการปะทะระหว่างทหารไทย-เขมร ช่วงแรกด้วนการสื่อทางเดียวของ “ตระกูลฮุน เซน” แต่สื่อของ “สม รังสี” อดีตผู้นำพรรคฝ่ายค้านกัมพูชา ได้นำข้อมูลที่เกิดขึ้นสวนกลับฝั่งฮุนเซน ในเรื่องของการเสียดินแดนให้กับประเทศไทย

ขณะที่รัฐบาลกัมพูชาไม่กล้าเผยแพร่ความจริงให้กับประชาชนรับรู้ หากมองในแง่ของการเมืองในกัมพูชา โดยที่ฝ่าย “สม รังสี” เป็นคนเติมเชื้อไฟเข้าไปว่าตระกูลฮุน นำประเทศไปสู่การล่มสลาย นี่คือสิ่งที่หอกทิ่มแทงกลับเข้าไป ดังนั้นไม่ต้องแปลกใจว่าทำไม “ฮุนมาเนต” จึงต้องเดินทางไปร่วมประชุม

อาจารย์ทรงฤทธิ์ ตั้งข้อสังเกตว่า จากภาพในคลิปจะเห็น ฮุน มาเนต นั่งอยู่ด้านหลังตัวเล็ก ๆ และโดนัลด์ ทรัมป์ เดินไปจับมือ หรือเรียกว่า แค่สัมผัสมือโดยไม่พูดไม่อะไร หลังจากนั้นก็ไปคุยกับคนอื่น และย้อนกลับมาก็แค่นั้น แต่สิ่งที่กัมพูชาได้ คือ ภาพที่นำมาเสนอข่าวให้กับประชาชนกัมพูชารับรู้ว่ามีโอกาสได้พูดคุยกับทรัมป์ตัวต่อตัว

สอดคล้องกับภาพในเฟซนิวส์ “ฮุน มานา” ลูกสาวของฮุนเซน และเป็นน้องสาวของฮุนมาเนต ได้มีการตัดต่อภาพออกมาเผยแพร่ โดยภาพแรกเป็นภาพที่ ฮุนมาเนต อยู่ในเฟรมร่วมกับทรัมป์ ซึ่งเป็นภาพที่อยู่ในการประชุม Board of Peace วันที่ 19 ก.พ. ที่ผ่านมา ส่วนภาพที่สองเป็นภาพ ฮุน มาเนต และทรัมป์ นั่งคู่กันเพื่อลงนาม ซึ่งเป็นภาพที่เกิดขึ้นที่เวทีกรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย แต่การเอาภาพทั้งสองวาระมาใส่ในเฟรมเดียวกันก็เพื่อทำให้ประชาชนกัมพูชา เข้าใจได้ว่าได้เข้าพบและสื่อสารเป็นการส่วนตัว หรือเรียกว่า “เป็นการต่อภาพเพื่อสร้างภาพ และสามารถหลอกคนกัมพูชาได้”

และหากดูทั้งหมดจะเห็นได้ว่า ข้อเท็จจริง ทรัมป์ ก็ไม่ได้ให้ความสำคัญเพราะที่สุดแล้วก็ไม่ได้คุยกับ ฮุน มาเนต โดยให้ฮุน มาเนต ไปคุยกับผู้ช่วยรัฐมนตรีว่าการต่างประเทศแทน

“จีน” ไม่ค้ำบัลลังก์ 2 พ่อ-ลูก “ตระกูลฮุน” ?

แม้ชาวกัมพูชาจะถูกรัฐบาลตระกูลฮุนหลอกมาเป็นเวลานาน จากการรับข้อมูลข่าวสารเพียงด้านเดียว โดยการปิดหู ปิดตา ปิดสื่อ ด้วยระบบการสื่อสารช่องทางเดียว (Single Gateway) ด้วยเทคโนโลยีจากประเทศจีน ที่สามารถรับข่าวสารเฉพาะที่รัฐป้อนข้อมูลให้ แต่เมื่อเดือนต.ค. 2568 พบว่ามีการใช้เครือข่าย Sky Net เทคโนโลยีของอเมริกัน เข้ามาแทรก

มีการคาดการณ์ว่าเป็นฝีมือของกลุ่ม “สม รังสี” อดีตผู้น้ำฝ่ายค้านของกัมพูชา จึงทำให้เห็นปรากฎการณ์ของคลิปต่าง ๆ ที่ออกมาโจมตีตระกูลฮุน โดยเฉพาะคลิปการปราบและจับต่าง ๆ ทำให้คนได้เห็นข้อเท็จจริงอีกด้านที่ปิดมานาน ดังนั้นตระกูลฮุน จึงต้องพยายามเดินเกมเพื่อดึงประเทศมหาอำนาจเข้ามากอบกู้ช่วยเหลือตัวเอง เพื่อรักษาอำนาจในบ้านของตัวเองไว้ให้ได้ บนพื้นฐานที่จีนก็ไม่ไว้วางใจ และไม่ค้ำจุนอีกต่อไปแล้ว”

สมเด็จเจ้านโรดม จักราวุธ

ภาพเห็นชัดเจน คือ จีนกำลังสร้างบารมีให้กับ “สมเด็จเจ้านโรดม จักราวุธ”หัวหน้าพรรค FUNCINPEC ซึ่งเป็นพระวงศ์พระองค์หนึ่งของกัมพูชา เนื่องจากจีนเข้าไปมีอิทธิพลในกัมพูชาอยู่แล้ว การลงทุนจำนวนมากยิ่งแสดงออกในเชิงผลประโยชน์ที่มี จึงจำเป็นต้องสร้างกลุ่มกำลังใหม่ที่ต่างจาก “ตระกูลฮุน” แต่ต้องมีบารมี

“สัญญาณมันชัดเจนแล้ว จีนไม่ค้ำจุนตระกูลฮุน ทั้งที่เข้าไปลงทุนมีมูลค่าทรัพย์สินมากมาย ไม่ต้องแปลกใจเพราะมีกลไกการเมืองอื่น จึงไม่จำเป็นต้องมีตระกูลฮุนก็ได้”

หากสังเกตตั้งแต่จีนสืบทราบว่า ฮุน เซน เปิดบ้านเลี้ยงสแกมเมอร์แล้วมีผลประโยชน์ร่วมกับสแกมเมอร์ โดยส่วนใหญ่เป็นคนจีนที่เดือดร้อน เหมือนเป็นการตบหน้าจีน ในลักษณะที่คล้ายว่า ฉันค้ำจุนแล้ว ฉันก็ปราบอาชญากรที่บ้านฉัน อยู่มาวันหนึ่งทำไมประเทศคุณถึงเปิดบ้านต้อนรับสแกมเมอร์เหล่านี้และยังมาโกงคนของฉันอีก

ดังนั้นจะค้ำจุนไปทำไม นี่จึงเป็นสาเหตุที่ทำให้ หลิว จงอี้ (Liu Zhongyi) ผู้ช่วยรัฐมนตรีกระทรวงความมั่นคงสาธารณะจีนและมือปราบคอลเซ็นเตอร์ชื่อดัง ลงพื้นที่กัมพูชาในการกวาดล้างแก๊งสแกมเมอร์ การพนันออนไลน์ และทุนสีเทา โดยที่ไม่ให้กัมพูชาสร้างภาพจับกุมเหมือนที่ผ่านมา

ไทย-เขมร เปลี่ยนตัวผู้นำ ต้องกำหนดกติกาชายแดน

หากในอนคตมีการเปลี่ยนแปลงผู้นำกัมพูชา ทั้งจากที่สหรัฐอเมริกาส่งมาก็ดี หรือจีนส่งมาก็ดี ถามว่าจะมีผลเปลี่ยนแปลงอะไรกับไทย – กัมพูชา หรือไม่

ผู้เชี่ยวชาญกลุ่มประเทศลุ่มแม่โขง อธิบายว่า หากมองตามความเป็นจริง ความสัมพันธ์ที่ย่ำแย่ ไม่ได้เกิดจากประชาชน แต่มาจากกลุ่มก้อนผลประโยชน์ทางการเมืองระหว่างสองประเทศ กระทั่งวันที่คนไทยได้รับรู้เรื่องจริงก็หูตาสว่างขึ้น แล้วก็เลือกว่าจะไม่มีสัมพันธ์ที่ดีต่อกันเหมือนเดิม แต่จะบอกว่าเป็นไปได้ยาก เพราะมีพื้นที่ชายแดนติดกัน

ดังนั้นอาจจะต้องกำหนดกฎกติกามารยาทในเรื่องชายแดน การเปิดปิดการค้าการท่องเที่ยว หรือแม้กระทั่งบ่อนคาสิโนว่า จะจัดการอย่างไร?

“ต้องมองด้วยว่า “ตระกูล ฮุน เซน” ไม่ได้อยู่ตลอดไป แต่คนกัมพูชารุ่นลูกรุ่นหลานยังต้องอยู่เช่นเดียวกับบ้านเรา มองแค่นี้สั้น ๆ ไม่ได้ ถ้าตระกูลฮุนเป็นปัญหาก็ต้องโฟกัสตรงนี้ ปัญหาในไทยก็เช่นเดียวกัน”

ปิดท้าย อาจารย์ทรงฤทธิ์ อยากจะให้นำภาพยนตร์เรื่อง “รักข้ามขอบฟ้า” กลับมาฉายอีกครั้ง หลังเคยฉายครั้งแรกเมื่อปี 2514 เพราะอาจจะทำให้ความขัดแย้งลดลง เนื่องจากช่วงที่ไทย-กัมพูชา มีข้อพิพาทเรื่องปราสาทเขาพระวิหารนานกว่า 10 ปี ภาพยนตร์เรื่องนี้ได้หยุดความขัดแย้งในอดีตมาแล้ว และมีข่าวว่าไทยกำลังจะนำภาพยนตร์กลับมาปัดฝุ่นอีกครั้ง โดยหวังจะเห็นสันติภาพระหว่างสองประเทศผ่านบนแผ่นฟิล์ม

ทรัมป์แถลงนโยบายประจำปี ชูเศรษฐกิจเฟื่องฟู หลังกลับสู่อำนาจสมัย 2

ร้อง "จรูญเกียรติ" ดำเนินคดี "ครูบาชัยวัฒน์" รุกที่ สปก.

“ธรรมนัส” ถอย มีโอกาสพรรคแตก “กล้าธรรม” ไม่ได้ตั้งเพื่อเป็นฝ่ายค้าน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...

ล่าสุดจาก Thai PBS

"กกต." โชว์สถานที่ เตรียมรับรอง 396 ส.ส.

23 นาทีที่แล้ว

"2 ทีมดัง" วอนรื้อระบบ ลูกยางไทยลีก เพื่อดึงฐานแฟนท้องถิ่น

44 นาทีที่แล้ว

"วินธัย" ชี้เหตุไฟไหม้คลังกระสุน ตชด.21 เป็นไปได้ยากจากก่อวินาศกรรม

1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

"บิ๊กเล็ก" ไปต่อยาก เก้าอี้ รมว.กลาโหม

1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

วิดีโอแนะนำ

ข่าว การเมือง อื่น ๆ

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...