โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

“กรุงศรี” อัปเกรดหุ้นโรงแรม Bullish รับนักท่องเที่ยวพุ่ง-อีเวนต์ดันกำไร พ่วงอัพไซด์สูง

ข่าวหุ้นธุรกิจ

อัพเดต 18 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา • ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์

บรรยากาศการลงทุนในหุ้นกลุ่มโรงแรมเริ่มกลับมาน่าสนใจอีกครั้ง หลังบริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด (มหาชน) ปรับเพิ่มมุมมองเชิงบวกต่อทั้งกลุ่ม สะท้อนการฟื้นตัวของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวโลกและไทยในปี 2569 ขณะที่ราคาหุ้นหลายตัวยังซื้อขายในระดับต่ำและไม่สะท้อนแนวโน้มกำไรที่เร่งตัวขึ้น

บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด (มหาชน) ระบุในบทวิเคราะห์เมื่อวันที่ 14 มกราคม 2569 ว่า ได้ปรับเพิ่มมุมมองต่อกลุ่มโรงแรมเป็น “Bullish” จากเดิม “Neutral” ภายใต้ธีมการฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยว โดยคาดว่าจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางเข้าประเทศไทยในปี 2569 จะเพิ่มขึ้นเป็น 35.5 ล้านคน เติบโต 8% เมื่อเทียบกับปีก่อน อ้างอิงการคาดการณ์ของ Krungsri Research และธนาคารแห่งประเทศไทย

ฝ่ายวิจัยประเมินว่า ผลประกอบการของกลุ่มโรงแรมในปี 2569 จะเติบโตเร่งขึ้นเป็น 10% เมื่อเทียบกับปีก่อน จากปี 2568 ที่เติบโตเพียง 3% สะท้อนการฟื้นตัวที่ชัดเจนของอัตราการเข้าพักและรายได้ต่อห้องพัก ขณะที่ราคาหุ้นในกลุ่มยังซื้อขายอยู่ในระดับมูลค่าต่ำสุดและยังไม่สะท้อนการฟื้นตัวดังกล่าว

ในภาพรวมอุตสาหกรรมท่องเที่ยวโลก UN Tourism คาดว่าจำนวนนักท่องเที่ยวทั่วโลกในปี 2569 จะเพิ่มขึ้น 2% สู่ระดับ 1.57 พันล้านคน โดยภูมิภาคเอเชียมีแนวโน้มเติบโตโดดเด่นจากฐานที่ยังต่ำ ขณะที่การท่องเที่ยวไทยในปี 2568 ชะลอตัวจากประเด็นความกังวลด้านความปลอดภัย ทำให้นักท่องเที่ยวอยู่ที่ราว 32.97 ล้านคน ลดลง 7% แต่ในปี 2569 คาดว่าจะกลับมาเติบโต 6–10% สู่ระดับ 35.5–36.7 ล้านคน

ปัจจัยหนุนสำคัญมาจากการฟื้นตัวของนักท่องเที่ยวจีน รวมถึงการขยายตัวของตลาดเอเชียใต้และยุโรป ตลอดจนแรงหนุนจากการจัดงานระดับนานาชาติ เช่น IMF–World Bank Annual Meetings in Bangkok ระหว่างวันที่ 12–18 ตุลาคม 2569 และ Tomorrowland Thailand 2026 ระหว่างวันที่ 11–13 ธันวาคม 2569 ซึ่งคาดว่าจะช่วยกระตุ้นการเดินทางเข้าประเทศอย่างมีนัยสำคัญ

สำหรับผลประกอบการกลุ่มโรงแรมในปี 2569 ฝ่ายวิจัยคาดว่ากำไรรวมจะอยู่ที่ประมาณ 1.52 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้นจาก 1.38 หมื่นล้านบาทในปี 2568 จากการฟื้นตัวของอัตราการเข้าพักที่คาดว่าจะกลับมาใกล้ระดับปี 2567 ที่ 68–80% ขณะที่ค่าห้องพักมีโอกาสปรับเพิ่มเล็กน้อย 2–3% อีกทั้งยังได้อานิสงส์จากการควบคุมต้นทุนต่อเนื่องและการเกิด operating leverage จากรายได้ที่เพิ่มขึ้น

ทั้งนี้ หุ้นที่คาดว่ากำไรจะเติบโตโดดเด่น ได้แก่ AWC ซึ่งคาดกำไรปี 2569 เติบโต 24% จากการเปิดโรงแรมใหม่และการฟื้นตัวของนักท่องเที่ยว และ CENTEL คาดกำไรเติบโต 15% จากการเติบโตของทุกพอร์ตโรงแรมทั้งในประเทศไทย ญี่ปุ่น และมัลดีฟส์ รวมถึงธุรกิจอาหารที่แข็งแกร่ง ขณะที่ ERW คาดกำไรเติบโต 12% ส่วน MINT และ SHR เติบโตในระดับเลขหลักเดียวจากกลยุทธ์ลดหนี้เป็นหลัก

จากปัจจัยดังกล่าว บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี จึงปรับคำแนะนำกลุ่มโรงแรมเป็น “Bullish” และเลือก AWC และ CENTEL เป็นหุ้นเด่น เนื่องจากมีสัดส่วนรายได้จากตลาดในประเทศสูง โดย AWC มีพอร์ตโรงแรมในประเทศ 100% และ CENTEL ประมาณ 73% ซึ่งจะได้รับประโยชน์โดยตรงจากการฟื้นตัวของนักท่องเที่ยวต่างชาติ โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวจีนที่คาดว่าจะเริ่มกลับมาเห็นการเติบโตตั้งแต่ช่วงเดือนกุมภาพันธ์ถึงมีนาคมนี้ อย่างไรก็ตามยังต้องติดตามความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์และเหตุการณ์ที่อาจกระทบต่อบรรยากาศการเดินทางท่องเที่ยวในระยะถัดไป

นอกจากนี้ ฝ่ายวิจัยบริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี ยังประเมินว่าหุ้นกลุ่มโรงแรมยังมีอัพไซด์จากมูลค่าที่น่าสนใจ เมื่อเทียบราคาปัจจุบันกับราคาเป้าหมายปี 2569 โดยเฉพาะหุ้นที่ได้รับคำแนะนำ “ซื้อ” (BUY) แทบทั้งกลุ่ม

บริษัท แอสเสท เวิรด์ คอร์ป จำกัด (มหาชน) หรือ AWC มีราคาเป้าหมายปี 2569 ที่ 2.75 บาท สูงกว่าราคาปัจจุบัน 1.98 บาท คิดเป็นอัพไซด์ราว 39% ขณะที่คาดกำไรสุทธิปี 2569 อยู่ที่ 6,338 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปี 2568 ที่ 5,882 ล้านบาท และมีอัตราการเติบโตของกำไรต่อหุ้น (EPS Growth) สูงถึง 24.2% ในปี 2568 แม้ค่า P/E ปี 2569 อยู่ที่ 27.1 เท่า แต่สะท้อนการเติบโตเชิงโครงสร้างของพอร์ตโรงแรมในประเทศเต็มรูปแบบ พร้อมอัตราเงินปันผลคาดการณ์ปี 2569 ที่ 3.8%

ด้าน บริษัท โรงแรมเซ็นทรัลพลาซา จำกัด (มหาชน) หรือ CENTEL ราคาเป้าหมายปี 2569 อยู่ที่ 37.50 บาท จากราคาปัจจุบัน 34.00 บาท มีอัพไซด์ราว 10% โดยคาดกำไรสุทธิปี 2569 อยู่ที่ 1,922 ล้านบาท แม้กำไรปี 2568 จะชะลอตัวเล็กน้อย แต่คาดฟื้นตัวชัดในปี 2569 จากทุกพอร์ตโรงแรมทั้งในประเทศและต่างประเทศ ขณะที่ค่า P/E ปี 2569 อยู่ที่ 23.9 เท่า และคาดอัตราเงินปันผลปี 2569 ที่ 1.9%

สำหรับ บริษัท ดิ เอราวัณ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ ERW มีอัพไซด์จากราคาเป้าหมายสูงถึง 59% โดยราคาเป้าหมายปี 2569 อยู่ที่ 3.30 บาท จากราคาปัจจุบัน 2.08 บาท คาดกำไรสุทธิปี 2569 อยู่ที่ 869 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 14.1% จากปีก่อน พร้อมค่า P/E ปี 2569 ที่ 11.7 เท่า และอัตราเงินปันผล 3.4%

ขณะที่บริษัท ไมเนอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) หรือ MINT คาดกำไรสุทธิปี 2569 อยู่ที่ 9,589 ล้านบาท เติบโต 5.7% จากปี 2568 โดยมีราคาเป้าหมาย 30.50 บาท คิดเป็นอัพไซด์ราว 31% ค่า P/E ปี 2569 อยู่ที่ 13.8 เท่า และอัตราเงินปันผล 2.9%

ส่วน บริษัท เอส โฮเทล แอนด์ รีสอร์ท จำกัด (มหาชน) หรือ SHR โดยคาดกำไรสุทธิปี 2569 เพิ่มขึ้นถึง 279% จากปี 2568 มาอยู่ที่ 664 ล้านบาท ราคาเป้าหมาย 2.10 บาท ให้อัพไซด์ราว 30% พร้อมค่า P/E ปี 2569 ที่ต่ำเพียง 8.7 เท่า และอัตราเงินปันผลสูงถึง 9.2%

ฝ่ายวิจัยจึงมองว่า ภายใต้สมมติฐานการฟื้นตัวของนักท่องเที่ยวต่างชาติในปี 2569 หุ้นกลุ่มโรงแรมยังอยู่ในช่วง กำไรฟื้น แต่ราคายังไม่สะท้อน” โดยเฉพาะ AWC และ CENTEL ที่ได้อานิสงส์โดยตรงจากดีมานด์ท่องเที่ยวในประเทศและอีเวนต์ระดับโลก ซึ่งยังเป็นตัวเลือกหลักสำหรับการลงทุนเชิงธีมท่องเที่ยวในรอบถัดไป

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...