โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทั่วไป

ปฏิมา แห่ง 'สื่อ' รุ่งอรุณ ประชาธิปไตย ราษฎร ทั้งหลาย

มติชนสุดสัปดาห์

อัพเดต 1 วันที่แล้ว • เผยแพร่ 1 วันที่แล้ว

บทความพิเศษ

ปฏิมา แห่ง ‘สื่อ’

รุ่งอรุณ ประชาธิปไตย

ราษฎร ทั้งหลาย

การเคลื่อนไหววิพากษ์และโจมตีรัฐบาลและเรียกร้องการปกครองระบอบประชาธิปไตยที่ดังจากวงการนักเขียน นักหนังสือพิมพ์รุนแรงมากยิ่งขึ้นจนรัฐบาลต้องประกาศยกเลิก พ.ร.บ.ว่าด้วยสมุดเอกสารการพิมพ์ พ.ศ.2465

ขณะเดียวกัน ก็ประกาศและบังคับใช้ พ.ร.บ.ว่าด้วยสมุดเอกสารและหนังสือพิมพ์ พ.ศ.2470 เพื่อควบคุมหนังสือพิมพ์หนักมือยิ่งขึ้น

จากการศึกษาของ สุรัตน์ นุ่มนนท์ แห่งคณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในหนังสือ “โซ่ตรวนหนังสือพิมพ์” ระบุเหตุผลในการแก้ไข พ.ร.บ.ว่าด้วยสมุดเอกสารการพิมพ์เดิมเป็นว่าด้วยสมุดเอกสารและหนังสือพิมพ์ว่า

เพื่อควบคุมหนังสือพิมพ์หนักมือยิ่งขึ้น

โดยกำหนดให้ผู้ที่จะเป็นบรรณาธิการต้องขออนุญาตจากสมุหเทศาภิบาล การถอนใบอนุญาตหนังสือพิมพ์เป็นอำนาจของสมุหพระนครบาล หรือสมุหเทศาภิบาล

ขณะที่วิทยานิพนธ์ของ พรภิรมณ์ เอี่ยมธรรม แห่งบัณฑิตศึกษา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ระบุด้วยว่า ทั้งยังมีข้อห้ามข้าราชการเขียนบทความลงหนังสือพิมพ์ตามเข้ามาด้วย

แต่วงการหนังสือพิมพ์ก็มิได้หวาดกลัวและยอมจำนน

จากการศึกษาของ ป.วัชราภรณ์ จะเห็นได้ว่า ในขณะที่สมัยรัชกาลที่ 4 มีหนังสือพิมพ์เพียง 6 ฉบับ สมัยรัชกาลที่ 5 มีหนังสือพิมพ์ 59 ฉบับ สมัยรัชกาลที่ 6 มีหนังสือพิมพ์ 133 ฉบับ

แต่สมัยรัชกาลที่ 7 มีเพิ่มขึ้นถึง 166 ฉบับ

และส่วนใหญ่ก็เป็นหนังสือพิมพ์แนวการบ้านเมือง จากบทความของ รุ่งวิทย์ สุวรรณอภิชน ในนิตยสาร “โลกหนังสือ” ระบุว่า แม้แต่หนังสือพิมพ์ “สยามยุพดี” อันเป็นหนังสือพิมพ์สำหรับผู้หญิง

“ก็พยายามกระตุ้นและสร้างจิตสำนึกทางการเมือง”

หลักเมือง ซุนยัดเซ็น

หนังสือ ซามิ่นจูหงี

กระแสการเรียกร้องประชาธิปไตยทั้งทางตรงและทางอ้อมยังดำเนินต่อไปและดังกึกก้องยิ่งขึ้นเป็นลำดับ

มี “รูปธรรม” ปรากฏผ่าน “การเคลื่อนไหว” มากมาย

นาย ต. บุญเทียม อังกินันทน์ แห่งหนังสือพิมพ์ “หลักเมือง” ได้แปล “ลัทธิไตรราษฎร์” จากหนังสือ “ซามิ่นจูหงี” ของ ดร.ซุนยัดเซ็น ตีพิมพ์ออกมาและกลายเป็นหนังสือ “ต้องห้าม”

ถูกทางการในสมัยนั้นสั่งเก็บและทำลายเสียเกือบหมด

หนังสือ “ไทยใหม่” ของคนหนุ่มรุ่นใหม่ได้นำบทความ “ชีวิตของประเทศ” โดย “ศรทอง” อันเป็นนามปากกาของ พระยาศราภัยพิพัฒน์ ลงตีพิมพ์เมื่อปี พ.ศ.2474

ปีเดียวกันนี้ หนังสือพิมพ์ “ศรีกรุง” ได้ลงบทความชื่อ “มนุษยภาพ” ของ กุหลาบ สายประดิษฐ์ จนหนังสือพิมพ์ต้องอำนาจแห่ง พ.ร.บ.สมุดเอกสารและหนังสือพิมพ์ลงทัณฑ์อย่างรุนแรง

มีคำสั่งปิดหนังสือพิมพ์ “ศรีกรุง” และแท่นดูเปล็กซ์อันทันสมัยเป็นอย่างยิ่งในยุคนั้นถูกล่ามโซ่

กลายเป็นรูปแบบหนึ่งในการคุกคามสิทธิเสรีภาพหนังสือพิมพ์

อุบัติ แห่ง สงครามชีวิต

อุบัติ แห่ง “ชาติชาย”

ในวงการนวนิยาย นอกจาก ยศ วัชรเสถียร จะนำเสนอนวนิยายขนาดสั้นเรื่อง “ชาติชาย” แล้ว

“ศรีบูรพา” ยังได้เขียน “สงครามชีวิต”

นวนิยายเรื่องนี้ในความเห็นของ สุภา ศิริมานนท์ อดีตบรรณาธิการนิตยสาร “อักษรสาส์น” และเจ้าของนามปากกา จิตติน ธรรมชาติ

ได้แสดงความเห็นผ่านบทความ “ชีวิตและการต่อสู้ของ กุหลาบ สายประดิษฐ์” ในนิตยสาร “โลกหนังสือ” ปีที่ 2 ฉบับที่ 2 (พฤศจิกายน 2521) ว่า ถ้าจะนับว่านวนิยายเรื่อง “สงครามชีวิต” เป็นนวนิยายเรื่องแรกที่แพร่กระจายความคิดและความรู้สึกของท่านผู้อ่านไปในทางเป็นธรรมแห่งสังคม

“ก็หมายถึงว่า กุหลาบ สายประดิษฐ์ ได้เป็นผู้ริเริ่มย่ำระฆังเพื่อให้เสียงเรียกร้องอันนี้ชำแรกแทรกซึมลงไปในจิตและสายเลือดแห่งการต่อสู้ในยุคใหม่ เสียงระฆังนั้นมีอิทธิพลอย่างไร

ก็ดูจะเป็นที่รับรองกันได้อยู่แล้วตราบจนถึงชั่วขณะนี้”

ภาพ ราษฎร ทั้งหลาย

ผ่านเงา แห่ง วรรณกรรม

เมื่อการเคลื่อนไหวทางด้านความคิดเพิ่มความรุนแรง กว้างขวางและแหลมคมมากยิ่งขึ้น ประสานกับสภาวะเศรษฐกิจและความไม่พอใจต่อการบริหารบ้านเมืองในขณะนั้น

และแล้วในที่สุดก็เกิดการยึดอำนาจเพื่อเปลี่ยนแปลงการปกครองโดยคณะผู้ก่อการที่เรียกตนเองว่า

“คณะราษฎร”

“ศรีบูรพา” ได้บันทึกเหตุการณ์ของเช้าวันที่ 24 มิถุนายน 2475 ในนวนิยายเรื่อง “แลข้างหน้า” อันเขียนขึ้นเมื่อประมาณปี พ.ศ.2498 ว่า

“หากจะเรียกว่าพระพรหมเป็นผู้ลิขิตประวัติศาสตร์บทใหม่ เป็นผู้ลิขิตความเปลี่ยนแปลงทางสังคมอันใหญ่หลวงในเช้ามืดวันนั้น พระพรหมก็เสด็จมาในขบวนรถบรรทุกทหาร

รถยนต์หุ้มเกราะสรรพด้วยอาวุธประหารนานาชนิด

พระพรหมทรงสวมหมวกเหล็กเสด็จมาในท่ามกลางสรรพอาวุธด้วยดวงหน้าอันเคร่งเครียดถมึงทึงเพื่อจะเข้าบดขยี้อำนาจเก่าให้แหลกเป็นผุยผง”

ประกาศของคณะราษฎร ฉบับที่หนึ่ง

ซึ่งเชื่อกันว่า หลวงประดิษฐ์มนูธรรม (ปรีดี พนมยงค์) เป็นผู้เขียนย้ำอย่างหนักแน่นว่า

“ราษฎรทั้งหลาย

พึงรู้เถิดว่า ประเทศเรานี้เป็นของราษฎรไม่ใช่ของกษัตริย์ตามที่เขาหลอกลวง บรรพบุรุษของราษฎรเป็นผู้กู้ให้ประเทศมีอิสรภาพพ้นมือข้าศึก พวกเจ้ามีแต่ชุบมือเปิบและกวาดทรัพย์สมบัติเข้าไว้ตั้งหลายร้อยล้าน

เงินเหล่านี้เอามาจากไหน

ก็เอามาจากราษฎรเพราะวิธีทำนาบนหลังคนนั่นเอง!

ความจริง ควรเอาเงินที่กวาดรวบรวมไว้มาจัดบ้านเมืองให้มีงานทำจึงจะสมควรที่จะสนองคุณราษฎรซึ่งได้เสียภาษีให้แก่พวกเจ้าได้ร่ำรวยมานาน

แต่พวกเจ้าก็หาได้ทำอย่างใดไม่ สูบเลือดกันเรื่อยไป

เงินมีเหลือเท่าไรก็เอาฝากต่างประเทศคอยเตรียมหนีเมื่อบ้านเมืองทรุดโทรมปล่อยให้ราษฎรอดอยาก

การเหล่านี้ย่อมชั่วร้าย”

ข้อสังเกต ปรีดี พนมยงค์

วรรณกรรม ประชาธิปไตย

เมื่อเขียน “บางเรื่องเกี่ยวกับการก่อตั้งคณะราษฎรและระบอบประชาธิปไตย” นายปรีดี พนมยงค์ อันถือกันว่าเป็น “มันสมอง” สำคัญของคณะผู้ก่อการเมื่อเดือนมิถุนายน 2475

ได้เขียนว่า

“เมื่อข้าพเจ้ากลับประเทศไทยใน พ.ศ.2470 หลังจากที่ได้ไปอยู่ในฝรั่งเศสเกือบ 7 ปีนั้นแล้ว ปรากฏว่าชนรุ่นหนุ่มสมัยนั้นชนิดที่ไม่เคยไปเห็นระบบประชาธิปไตยในต่างประเทศ

แต่ก็มีความตื่นตัวที่ต้องการเปลี่ยนแปลงระบบสมบูรณาญาสิทธิราชย์

ทั้งนี้ ก็แสดงถึงว่าผู้ที่มิได้มีความเป็นอยู่อย่างระบบศักดินาเกิดจิตสำนึกที่เขาประสบแก่ตนเองถึงความไม่เหมาะสมของระบบนั้น และอิทธิพลที่เขาได้รับจากสื่อมวลชนที่มีลักษณะก้าวหน้าในสมัยนั้น”

นั่นเท่ากับเป็นการประเมินและให้บทบาทแห่งอำนาจของ “วรรณกรรม” เป็นอย่างสูงในทางการเมือง

https://twitter.com/matichonweekly/status/1552197630306177024

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ปฏิมา แห่ง ‘สื่อ’ รุ่งอรุณ ประชาธิปไตย ราษฎร ทั้งหลาย

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th/weekly

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...