หนุ่มโดยสารเปิดใจ รับลงมือทำร้าย หลังมีเรื่องทะเลาะวิวาท
จากกรณีผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่งโพสต์ร้องขอความเป็นธรรม อ้างว่าถูกคนขับรถที่เรียกจากแอพพลิเคชันหนึ่งเรียกเก็บเงินเกินจริง ไล่ลงจากรถกลางทาง แย่งโทรศัพท์ และข่มขู่เรียกเงินจากแม่ จนเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในโลกออนไลน์อย่างหนัก ล่าสุดฝ่ายผู้โดยสารออกมาเปิดใจเล่าข้อเท็จจริงในมุมของตนเอง
ต่อมาเมื่อเวลา 12.30 น. วันที่ 20 ม.ค. เจ้าของโพสต์ดังกล่าว เปิดใจกับว่า เหตุการณ์เกิดขึ้นหลังตนเรียกรถจากพื้นที่จังหวัดปทุมธานี เพื่อเดินทางไปยังสถานีกลางบางซื่อ (กรุงเทพอภิวัฒน์) เพื่อขึ้นรถไฟกลับบ้านที่จังหวัดปัตตานี ระบุว่า ตนป่วยเป็นโรคซึมเศร้า และต้องการกลับไปหาแม่ที่ต่างจังหวัดเพื่อพักฟื้นสภาพจิตใจ โดยในช่วงแรกที่ขึ้นรถ ได้มีการพูดคุยกับคนขับตามปกติ ไม่มีปัญหาใด ๆ
กล่าวต่อว่า ก่อนหน้านี้ตนเคยประสบอุบัติเหตุรถจักรยานยนต์ จึงได้โทรศัพท์พูดคุยกับบริษัทประกันเกี่ยวกับขั้นตอนการดำเนินการ ซึ่งระหว่างการสนทนาอาจมีการใช้ถ้อยคำรุนแรง โดยตนมองว่าเป็นเรื่องส่วนตัว และไม่คิดว่าคนขับควรเข้ามายุ่งเกี่ยว ตนยอมรับว่ามีการด่าคนขับจริง แต่ด่าเพราะเขาเข้ามายุ่งเรื่องของตน พร้อมอ้างว่า คนขับมีท่าทีง้างมือจะเข้ามาทำร้าย ทำให้ตนรู้สึกกลัวและเปิดกระจกรถเพื่อขอความช่วยเหลือ
ภายหลังเมื่อเดินทางมาได้ประมาณครึ่งทาง คนขับได้บอกให้ตนลงจากรถ ตนจึงลงจากรถตามคำสั่ง แต่ระหว่างนั้นคนขับได้โยนกระต่ายเลี้ยงของตนออกจากรถ ทำให้ตนโกรธอย่างมาก เนื่องจากรักกระต่ายตัวดังกล่าวเหมือนลูก นายณรัญธร ยอมรับว่า จากความโกรธ เพราะว่ารักกระต่ายเหมือนลูก จึงถอดรองเท้าและลงมือทำร้ายร่างกายคนขับจริง โดยยืนยันว่าเป็นการกระทำที่เกิดจากอารมณ์ชั่ววูบ
กล่าวอีกว่า หลังเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าระงับเหตุ ตนไม่ได้รับความช่วยเหลือเท่าที่ควร ขณะที่ผู้ขับขี่รถคันอื่นที่เห็นเหตุการณ์ก็ไม่มีใครลงมาช่วยเหลือ ทำให้รู้สึกเสียใจและมองว่าคนกรุงเทพฯ ส่วนใหญ่ขาดน้ำใจ
สำหรับประเด็นค่าโดยสาร นายณรัญธร ยืนยันว่า คนขับเรียกเก็บเงินจริง โดยค่าโดยสารในแอปพลิเคชันแสดงราคา 339 บาท แต่คนขับเรียก 500 บาท และภายหลังมีการเรียกเงินจากแม่ของตนเพิ่มเติม รวมเป็นเงิน 700 บาท โดยอ้างว่าจะนำไปล้างรถ ณรัญธร ยืนยันว่า ตนไม่ได้ถ่มน้ำลาย สั่งน้ำมูก หรือเช็ดน้ำมูกภายในรถ แต่เป็นเพียงการร้องไห้และใช้ทิชชู่เช็ดน้ำตาเท่านั้น
ในส่วนข้อกล่าวหาที่ว่าพยายามขึ้นไปเหยียบคันเร่งรถ ชี้แจงว่า ต้องการขอความช่วยเหลือ ไม่ได้มีเจตนาทำลายทรัพย์สิน พร้อมยืนยันอีกครั้งว่าตนป่วยเป็นโรคซึมเศร้าจริง แม้จะมีชาวเน็ตบางส่วนตั้งข้อสงสัย ทั้งนี้ นายณรัญธร ฝากขอความเป็นธรรมให้กับตนเอง โดยระบุว่า หลังเรื่องราวถูกเผยแพร่ออกไป มีผู้เข้ามาแสดงความคิดเห็นด่าทอจำนวนมาก ทั้งที่หลายคนไม่ได้ทราบข้อเท็จจริงทั้งหมด และอยากให้สังคมรับฟังข้อมูลจากทุกฝ่ายก่อนตัดสิน