โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

7วันแล้ว! คนแห่ร้องกกต.ไม่หยุด! จี้ลาออกยกก๊วน

INN News

อัพเดต 8 นาทีที่แล้ว • เผยแพร่ 4 ชั่วโมงที่ผ่านมา • INN News

ความเคลื่อนไหวที่ กกต. หลังผ่านการเลือกตั้งมาแล้ว 7 วัน ยังมีผู้สมัครและกลุ่มร้องเรียนเข้ามายื่นหนังสือถึง กกต. อย่างต่อเนื่องไม่ขาดสาย มีหลักหลายประเด็นทั้งการขอให้นับคะแนนใหม่ ขอให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะ รวมถึงการให้ กกต. แสดงความรับผิดชอบด้วยการลาออกยกคณะ

เริ่มจาก กระแสตั้งคำถามต่อความโปร่งใสของการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและการออกเสียงประชามติ ปี 2569 ยังคงร้อนแรง เมื่อกลุ่ม We Watch พร้อมภาคประชาชน เดินทางเข้ายื่นหนังสือต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต. เรียกร้องให้แสดงความรับผิดชอบต่อความผิดพลาดและปัญหาที่เกิดขึ้น พร้อมขอให้ชี้แจงข้อเท็จจริงต่อข้อกล่าวหาทุกประเด็นอย่างโปร่งใส ตรวจสอบได้ และนำไปสู่การแก้ไขในการเลือกตั้งครั้งต่อไป

ตัวแทนกลุ่ม We Watch ระบุว่า แม้การเลือกตั้งจะเป็นกลไกสำคัญในการสะท้อนเจตจำนงของประชาชน แต่การจัดการเลือกตั้งครั้งนี้กลับพบข้อผิดพลาด ความผิดปกติและปัญหาจำนวนมาก จนขัดต่อหลักการพื้นฐานของการจัดการเลือกตั้ง ส่งผลให้เกิดความเคลือบแคลงสงสัยในวงกว้าง และนำไปสู่การเคลื่อนไหวเรียกร้องให้ตรวจสอบและนับคะแนนใหม่ในหลายพื้นที่ทั่วประเทศ สะท้อนถึง “วิกฤตความเชื่อมั่น” ต่อองค์กรจัดการเลือกตั้งในปัจจุบัน

ทั้งนี้ กลุ่ม We Watch เสนอข้อเรียกร้องสำคัญ 5 ประการ เริ่มจากการเปิดเผยข้อมูลผลคะแนนอย่างเป็นทางการครบ 100% ผ่านระบบ ECT Report พร้อมเอกสารสรุปผลคะแนนรายหน่วยและข้อมูลบัตรเลือกตั้งล่วงหน้าอย่างโปร่งใส รวมถึงการชี้แจงปัญหาการจัดการบัตรเลือกตั้งอย่างเป็นระบบ ประการที่สอง คือการชี้แจงข้อสงสัยของสังคมโดยมีหลักฐานรองรับโดยเฉพาะกรณีคะแนนไม่ตรงกัน ระบบรายงานผลขัดข้อง และโครงสร้างการทำงานของระบบคอมพิวเตอร์

ประเด็นการใช้บาร์โค้ดและคิวอาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้ง ซึ่งประชาชนกังวลว่าอาจกระทบหลักการลงคะแนนโดยลับ กลุ่ม We Watch เรียกร้องให้ กกต. ชี้แจงอย่างเป็นรูปธรรมทั้งวัตถุประสงค์ ขอบเขตการใช้งาน มาตรการป้องกันการเชื่อมโยงข้อมูลกับตัวบุคคล และแผนรับมือกรณีข้อมูลรั่วไหล

นอกจากนี้ ยังเรียกร้องให้ กกต. สั่งนับคะแนนใหม่ในหน่วยหรือเขตที่มีข้อสงสัย โดยเปิดกระบวนการต่อสาธารณะ ให้ประชาชน ผู้สังเกตการณ์ และสื่อมวลชนร่วมตรวจสอบ รวมถึงเปิดพื้นที่ให้ภาคประชาชนมีส่วนร่วมในการตรวจสอบอย่างจริงจัง พร้อมระบุว่า หากมาตรการทั้งหมดไม่สามารถฟื้นฟูความเชื่อมั่นได้ ผู้ดำรงตำแหน่งควรพิจารณาความรับผิดชอบของตนเอง รวมถึงการลาออก

ด้านนางสาวภัสราวลี ธนกิจวิบูลย์ผล นักเคลื่อนไหวทางการเมือง ระบุว่า ความเชื่อมั่นต่อ กกต. ซึ่งมีอยู่อย่างจำกัดอยู่แล้ว ลดลงอย่างมากหลังการเลือกตั้ง พร้อมตั้งคำถามว่า ใครจะเป็นผู้รับผิดชอบต่อสิ่งที่เกิดขึ้น หากไม่ใช่ กกต. เอง

ขณะเดียวกัน นายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคทางเลือกใหม่ ยื่นเรื่องต่อผู้ตรวจการแผ่นดิน กรณีการติดบาร์โค้ดในบัตรเลือกตั้ง ซึ่งอาจขัดต่อหลักการลงคะแนนโดยตรงและลับตามรัฐธรรมนูญ พร้อมชี้ถึงความผิดปกติหลายประเด็น เช่น จำนวนบัตรไม่ตรงกัน คะแนนที่บันทึกไม่สอดคล้องกับป้ายหน้าหน่วย และข้อมูลในระบบออนไลน์ โดยเชื่อว่าประเด็นดังกล่าวอาจต้องไปสิ้นสุดที่การวินิจฉัยของศาล

ในอีกด้านหนึ่ง นายสนธิญา สวัสดี นักเคลื่อนไหวทางการเมือง เข้ายื่นหนังสือต่อ กกต. เรียกร้องให้ดำเนินการตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด พร้อมเตือนว่าการเคลื่อนไหวหรือชุมนุมต้องอยู่ภายใต้ กรอบกฎหมาย โดยเห็นว่าการวินิจฉัยว่าการเลือกตั้งสุจริตหรือไม่ เป็นอำนาจของศาล และไม่ควรเหมารวมให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะทั้งประเทศ

ขณะเดียวกัน ผู้สมัคร สส. พรรคประชาชน 2 คน จากจังหวัดสมุทรปราการและปทุมธานี เข้ายื่นร้องเรียนต่อ กกต. กรณีพบเอกสารเลือกตั้งและใบขีดคะแนนถูกทิ้งในบ่อขยะ รวมถึงข้อกังวลการใช้บาร์โค้ดและคิวอาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้งที่อาจละเมิดกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล โดยเรียกร้องให้มีการนับคะแนนใหม่หรือจัดการเลือกตั้งใหม่ เพื่อฟื้นฟูความเชื่อมั่นของประชาชนต่อระบบการเลือกตั้ง

สถานการณ์ทั้งหมดสะท้อนให้เห็นว่า การเลือกตั้งปี 2569 ไม่ได้เป็นเพียงการแข่งขันทางการเมือง แต่กลายเป็นบททดสอบสำคัญของความโปร่งใส ความน่าเชื่อถือ และความไว้วางใจ
ของประชาชนต่อกลไกประชาธิปไตยไทยในระยะยาว

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่

Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th

Twitter : https://twitter.com/innnews

Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN

TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news

LINE Official Account : @innnews

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...