The Ghost in the Machine: เมื่อ แมนยูไนเต็ด ค้นพบ 'เด เคอา' ในร่างของ เซนเน่อ ลัมเมนส์
ตลอดหนึ่งทศวรรษที่ผ่านมา ลมหายใจของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ผูกติดอยู่กับชายที่ชื่อ ดาบิด เด เคอา นายทวารผู้เปลี่ยนการเซฟประตูให้เป็นงานศิลปะ และเปลี่ยนความพ่ายแพ้ให้กลายเป็นปาฏิหาริย์ แต่เมื่อเขาก้าวเดินออกไป สโมสรแห่งนี้ก็ตกอยู่ในภาวะ "วิกฤตอัตลักษณ์" ในตำแหน่งมือหนึ่งอย่างรุนแรง
ความพยายามในการนำเข้า อ็องเดร โอนาน่า เพื่อตอบโจทย์ "ฟุตบอลสมัยใหม่" กลับกลายเป็นฝันร้าย ขณะที่ อัลตาย บายินดีร์ ก็พิสูจน์แล้วว่ายังไม่ใช่คำตอบในระยะยาว จนกระทั่งในวันสุดท้ายของตลาดซื้อขายช่วงซัมเมอร์ ชื่อของ เซนเน่อ ลัมเมนส์ มือกาววัย 23 ปีจาก รอยัล อันท์เวิร์ป ก็ถูกดึงเข้ามาแบบสายฟ้าแลบด้วยค่าตัว 18 ล้านปอนด์
อะไรคือเหตุผลที่ทำให้ บอร์ดปีศาจแดง ยอมเดิมพันกับดาวรุ่งที่แทบไม่มีประสบการณ์ในเวทีระดับสูง? และทำไมแฟนบอลถึงเริ่มเห็นเงาของ "หลวงพ่อเด" ซ้อนทับอยู่ในตัวชายคนนี้?
ศิลปะแห่งการ 'ใช้เท้า' และปฏิกิริยาดั่งลิ้นตุ๊กแก
หากจะหาคำนิยามที่ชัดเจนที่สุดถึงความคล้ายคลึงระหว่าง ลัมเมนส์ กับ เด เคอา คงหนีไม่พ้นเทคนิคการเซฟประตู ลัมเมนส์ ไม่ได้พยายามฝืนใช้มือในจังหวะที่ "เท้า" ทำงานได้เร็วกว่า เขาเชี่ยวชาญเทคนิค "Long Barrier" หรือการกางขาเพื่อบล็อกลูกยิงเลียด ซึ่งเป็นเครื่องหมายการค้าที่เด เคอา เคยใช้จนเป็นตำนานที่โอลด์ แทรฟฟอร์ด
คาร์ล อันก้า นักข่าวจาก ดิแอธเลติก วิเคราะห์ว่านี่คือสิ่งที่ โอนาน่า ไม่มี ในขณะที่ โอนาน่า มักจะพยายามพุ่งตัวลงไปใช้มือเซฟลูกยิงใกล้ตัวจนช้าเกินไป ลัมเมนส์ กลับเลือกที่จะยื่นขาออกมาทำลายจังหวะได้อย่างสัญชาตญาณ ปฏิกิริยาของเขาถูกเปรียบเทียบว่ารวดเร็วราวกับ "ลิ้นตุ๊กแก" ที่ตะปบเหยื่อได้ในเสี้ยววินาที
เมื่อข้อมูลสถิติยืนยันความ 'หนึบ'
ฟุตบอลยุโรปยุคใหม่ไม่ได้วัดกันแค่สายตา แต่ตัวเลข xG คือบรรทัดฐานสำคัญ ในฤดูกาลสุดท้ายกับอันท์เวิร์ป ลัมเมนส์ เผชิญกับลูกยิงที่มีค่า xG รวม 45 ประตู แต่เขากลับเสียไปเพียง 32 ประตู นั่นหมายความว่า เขาช่วยเซฟประตูที่ควรจะเสียไปได้ถึง 13 ลูก ซึ่งเป็นสถิติที่ไม่มีนายทวารคนไหนใน 5 ลีกใหญ่ยุโรปทำได้ดีไปกว่านี้
เมื่อย้ายมาสวมยูนิฟอร์มปีศาจแดง สถิติของเขาก็ยังข่มรุ่นพี่ร่วมทีมอย่างชัดเจน ลัมเมนส์ มีอัตราการเซฟ อยู่ที่ 66.7% สูงกว่า บายินดีร์ ที่ทำได้เพียง 54.2% นอกจากนี้ เขายังมีค่าการป้องกันประตู เป็นบวกที่ 1.51 ในขณะที่ บายินดีร์ ติดลบอยู่ที่ -0.84 ซึ่งนัยสำคัญของตัวเลขนี้คือ ความเชื่อมั่นของแผงหลังที่กลับมามั่นคงอีกครั้ง
สงบนิ่งดั่ง ฟาน เดอร์ ซาร์ แต่ทรงประสิทธิภาพดั่ง เด เคอา
ความน่าสนใจของ ลัมเมนส์ คือบุคลิกที่ดูจะ "แก่เกินวัย" เขาไม่ได้เป็นโกลสายวาทศิลป์หรือชอบเล่นท่ายาก แต่เขามีความเยือกเย็นที่แผ่ซ่านออกมาจนแฟนบอลสัมผัสได้ แม้แต่ เอ็ดวิน ฟาน เดอร์ ซาร์ ตำนานรุ่นพี่ ยังต้องออกมายกย่องว่า ลัมเมนส์ มีความนิ่งและตัดสินใจได้ดีเยี่ยมในการรับมือกับลูกกลางอากาศ ซึ่งเป็นจุดที่เด เคอา เคยถูกปรามาสในช่วงแรก
ตัว ลัมเมนส์ เองก็ยอมรับว่า เขาเติบโตมาโดยมี เด เคอา เป็นแรงบันดาลใจในช่วงพีค แต่ในเชิงบุคลิกภาพ เขารู้สึกคล้ายคลึงกับ ฟาน เดอร์ ซาร์ มากกว่า
เขาเชื่อว่าหน้าที่ของโกลไม่ใช่แค่การเซฟที่สวยงาม แต่คือการเป็น "หินผาหลังแนวรับ" เพื่อให้ผู้เล่นคนอื่นในทีมมีโอกาสได้เฉิดฉาย
การเปลี่ยนผ่านทางยุทธวิธี
ภายใต้การคุมทีมของ อโมริม (และ คาร์ริค ในเวลาต่อมา) แมนฯ ยูไนเต็ด เริ่มปรับเปลี่ยนวิธีการเล่นจากแดนหลัง ลัมเมนส์ ไม่ได้ถูกบังคับให้ต้องส่งสั้นเสี่ยง ๆ เหมือนในยุคเอริค เทน ฮาก สถิติระบุว่าเขาส่งบอลยาวเกิน 40 หลาอย่างต่อเนื่อง และมีสัดส่วนการส่งบอลสั้นเพียง 16% เท่านั้น
การปรับสไตล์ให้เข้ากับจุดแข็งของนายทวารรายนี้ ทำให้ยูไนเต็ดลดความผิดพลาดที่นำไปสู่การเสียประตู จาก 3 ครั้งในยุคก่อนหน้า เหลือ 0 ครั้ง นับตั้งแต่ ลัมเมนส์ ก้าวขึ้นมาเป็นตัวจริง