โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

นักวิทย์ชี้สัญญาณปริศนาจากอวกาศ อาจไม่ใช่ “หลุมดำ” แต่เป็น “ดาวสสารมืด” ที่ซ่อนตัวอย่างแนบเนียน

SPACEMAN

อัพเดต 24 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 15.16 น. • เผยแพร่ 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา • SPACEMAN มนุษย์อวกาศ

ย้อนกลับไปเมื่อปี พ.ศ. 2562 วงการดาราศาสตร์ได้บันทึกเหตุการณ์สำคัญจากการตรวจพบคลื่นความโน้มถ่วงรหัส GW190521 ซึ่งในขณะนั้นถูกระบุว่าเป็นผลจากการรวมตัวกันของหลุมดำขนาดยักษ์สองดวง แต่ล่าสุด ทีมนักวิจัยนำโดยผู้เชี่ยวชาญจากยุโรปได้นำเสนอทฤษฎีใหม่ที่น่าสนใจ โดยระบุว่าสัญญาณที่ตรวจจับได้นั้น แท้จริงแล้วอาจไม่ได้เกิดจากหลุมดำตามที่เข้าใจกัน แต่อาจมาจากวัตถุลึกลับชนิดใหม่ที่เรียกว่า "ดาวโบซอน" (Boson stars) หรือดาวสสารมืด ซึ่งมีคุณสมบัติพิเศษในการเลียนแบบลักษณะทางกายภาพของหลุมดำได้อย่างใกล้เคียงที่สุด

คาร์ลอส เฮอร์เดโร นักฟิสิกส์จากมหาวิทยาลัยอาไวโร ประเทศโปรตุเกส และทีมงานในโครงการ NewFunFiCO กำลังดำเนินการตรวจสอบข้อมูลย้อนหลังที่ได้จากเครือข่ายหอสังเกตการณ์คลื่นความโน้มถ่วงระดับโลกอย่าง ไลโก (LIGO), เวอร์โก (Virgo) และ คากระ (KAGRA) โดยทีมวิจัยตั้งข้อสังเกตว่า ในบรรดาเหตุการณ์การชนกันของวัตถุในอวกาศกว่า 150 ครั้งที่เคยบันทึกไว้ อาจมีบางเหตุการณ์ที่สัญญาณมีความผิดปกติและไม่สอดคล้องกับทฤษฎีหลุมดำมาตรฐาน ซึ่งนำไปสู่สมมติฐานที่ว่า ต้นตอของสัญญาณอาจมาจากวัตถุที่มีความหนาแน่นสูงประเภทอื่น

วัตถุต้องสงสัยที่นักวิจัยให้ความสนใจเป็นพิเศษคือ "ดาวโบซอน" ซึ่งเป็นวัตถุสมมติทางทฤษฎีที่ประกอบขึ้นจากอนุภาคสสารมืด หากสังเกตจากระยะไกล ดาวโบซอนจะมีมวลและขนาดใกล้เคียงกับหลุมดำจนแทบแยกไม่ออก แต่จุดแตกต่างสำคัญคือ ดาวโบซอนไม่มี "ขอบฟ้าเหตุการณ์" (Event Horizon) หรือขอบเขตที่แรงโน้มถ่วงสูงจนแม้แต่แสงก็ไม่อาจหนีพ้นเหมือนหลุมดำ โดยโครงสร้างของดาวชนิดนี้จะไม่มีพื้นผิวที่คมชัด แต่จะมีลักษณะฟุ้งกระจายและอัดแน่นไปด้วยสสารมืดอยู่ภายใน ซึ่งเป็นสสารลึกลับที่นักวิทยาศาสตร์เชื่อว่าเป็นองค์ประกอบส่วนใหญ่ของเอกภพ

ประเด็นที่น่าจับตามองคือ เมื่อทีมวิจัยนำข้อมูลสัญญาณคลื่นความโน้มถ่วงจากเหตุการณ์เมื่อปี 2562 มาเปรียบเทียบกับแบบจำลองคอมพิวเตอร์ พบว่ารูปแบบคลื่นที่เกิดจากการชนกันของดาวโบซอนมีความสอดคล้องกับข้อมูลจริงมากกว่าแบบจำลองการชนกันของหลุมดำปกติเสียอีก ข้อมูลนี้ชี้ให้เห็นความเป็นไปได้ว่า วัตถุเหล่านี้อาจมีตัวตนอยู่จริงและล่องลอยอยู่ในจักรวาล รอคอยการค้นพบ

หากสมมติฐานนี้ได้รับการพิสูจน์ว่าเป็นความจริง จะถือเป็นการค้นพบครั้งประวัติศาสตร์ของวงการฟิสิกส์ดาราศาสตร์ เพราะไม่เพียงแต่จะยืนยันการมีอยู่ของดาวรูปแบบใหม่ แต่ยังเป็นกุญแจสำคัญในการไขปริศนาเรื่อง "สสารมืด" ที่นักวิทยาศาสตร์พยายามค้นหาคำตอบมานานหลายทศวรรษ โครงการวิจัยนี้จะดำเนินต่อไปจนถึงสิ้นปี พ.ศ. 2569 ซึ่งผลลัพธ์ที่จะได้ในอนาคตอาจเปลี่ยนความเข้าใจพื้นฐานที่เรามีต่อโครงสร้างของจักรวาลไปอย่างสิ้นเชิง

ข้อมูลอ้างอิง: Daily Galaxy

  • Researchers probe dark matter stars that resemble black holes
ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...