“เบนยามิน เชชโก” ฟอร์มร้อนขนาดนี้เป็นตัวจริงได้หรือยัง?
เบนยามิน เชชโก หัวหอกก้านยาวของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด กลายเป็นหนึ่งในหัวหอกที่ทำผลงานได้อย่างร้อนแรงที่สุดในพรีเมียร์ลีกไปแล้ว หลังกระหน่ำไป 3 ตุงจากการลงเล่น 4 นัดหลังสุด รวมทั้งเพิ่งกระทุ้งประตูชัยให้ "ผีแดง" บุกไปล้างตา เอฟเวอร์ตัน ถึงบ้าน 1-0 อีกต่างหาก
2 ประตูหลังสุดของ เชชโก ทั้งในเกมบุกเสมอ เวสต์แฮม ยูไนเต็ด 1-1 และเกมสยบ "ทอฟฟีสีน้ำเงิน" เมื่อคืนวันจันทร์ที่ผ่านมา ล้วนมีความสำคัญอย่างยิ่งยวดเพราะต่างช่วยให้ แมนฯ ยูไนเต็ด ขยับเข้าใกล้เป้าหมายในการคว้าตั๋วกลับไปลุย แชมเปี้ยนส์ ลีก เป็นหนแรกในรอบ 3 ปีเต็มที โดยรั้งอยู่ในอันดับ 4 มีแต้มนำหน้า 2 ผู้ล่าอย่าง เชลซี และ ลิเวอร์พูล 3 คะแนน และตามหลัง แอสตัน วิลลา ทีมอันดับ 3 แค่ 2 คะแนนเท่านั้น
ประตูตีเสมอในช่วงทดเจ็บของ เชชโก ในเกมบุกเจ๊า เวสต์แฮม เมื่อวันที่ 10 ก.พ.แสดงให้เห็นถึงสัญชาตญาณดาวยิงที่มีอยู่เต็มเปี่ยม หลังดีดลูกเปิดของ ไบรอัน เอ็มเบอโม ลอยผ่านมือ แมดส์ เฮอร์มันเซน นายทวารขุนค้อน เข้าไปตุงตาข่ายแบบไม่ต้องจับ
ขณะที่ประตูปลิดชีพ เอฟเวอร์ตัน ในเกมล่าสุด บิ๊กเบน แสดงให้เห็นถึงความอึดทึกทน และความเด็ดขาด เมื่อวิ่งด้วยท็อปสปีดเป็นระยะทางร่วม 80 หลา ก่อนจะเอี่ยวตัวหวดลูกเปิดของ เอ็มเบอโม เจ้าเก่า ผ่านมือ จอร์แดน พิคฟอร์ด เข้าไปอย่างเหี้ยมเกรียม
"มันเป็นการปิดบัญชีที่ยอดเยี่ยม และเหี้ยมเกรียมเลยทีเดียว ผมชอบที่เขายิงด้วยความมั่นใจ" ไมเคิล คาร์ริค ผู้จัดการทีม แมนฯ ยูไนเต็ด กล่าวถึงประตูของ เชชโก ในเกมบุกถอนแค้นทอฟฟีสีน้ำเงิน
ส่วน เจมี คาร์ราเกอร์ ตำนานกองหลัง ลิเวอร์พูล และ กูรูของ สกาย สปอร์ตส์ ก็อดที่กล่าวชม เชชโก ไม่ได้เช่นกัน "เชชโก วิ่งยาวกว่า 80 หลา และยิงเข้าไป คุณต้องคิดว่า เขาน่าจะต้องยืนหอบ แต่เปล่า เขายังมีแรงเหลือไปฉลองต่อเฉยเลย"
ถึงตอนนี้ เชชโก ยิงให้ แมนฯ ยูไนเต็ด ไปแล้ว 8 ประตู แต่ที่น่าสังเกตก็คือ เบน ยิงได้แค่ 2 ประตูเท่านั้นภายใต้การคุมทัพของ รูเบน อโมริม ที่เป็นคนคว้าเขามาจาก แอร์แบ ไลป์ซิก ด้วยค่าตัว 73 ล้านปอนด์ เมื่อเดือนส.ค.ปี 2025
ทว่ากลับยิงไปถึง 6 ประตูจากการลงเล่น 7 นัดหลังสุด เริ่มจากยิง 3 ประตูจาก 2 นัดในช่วงที่ ดาร์เรน เฟล็ทเชอร์ คุมทีมแบบขัดตาทัพ หลังจาก อโมริม โดนไล่ออกเมื่อช่วงต้นเดือนม.ค. และยิงอีก 3 ประตูหลังการเข้ามาคุมทีมของ คาร์ริค
ด้วยฟอร์มการเล่นอันร้อนแรงดังกล่าวทำให้เริ่มมีการตั้งคำถามว่า ถึงเวลาที่ เชชโก จะได้ออกสตาร์ตเป็นตัวจริงหรือยัง? และ คาร์ริค ก็เข้าใจดี แต่ไม่ได้มองว่า เป็นเรื่องที่มีความสำคัญอะไรนัก
"ผมเข้าใจว่า ทำไมทุกคนถึงพูดถึงเรื่องนี้ และกำลังทำให้มันกลายเป็นเรื่องใหญ่ขึ้นมา แต่มันไม่จำเป็นต้องสุดโต่งขนาดนั้นเสมอไป ผมมีความสัมพันธ์ที่ดีกับ เบน เรามีการสนทนาที่ดี และเขาก็มีความสุขดีด้วย แน่นอนล่ะ เขาอยากลงสนาม แต่เรายังมีกองหน้าชั้นดีอีกหลายคน และผมก็ไม่รู้จะพูดชมเขายังไงให้ดีพอกับสิ่งที่เขาเป็นมาตลอด" นายใหญ่ผีแดง กล่าว
ส่วน เชชโก ก็ดูจะยังไม่ได้มีปัญหากับบทบาทซูเปอร์ซับมากนัก โดยยืนยันว่า พร้อมจะทำผลงานเพื่อทีมอย่างเต็มที่ทุกครั้งที่ได้โอกาสลงสนาม ไม่ว่าจะแค่ 5 นาที หรือ 90 นาทีก็ตาม
"ผมเชื่อมั่นในตัวเอง และเชื่อมั่นในเพื่อนร่วมทีม พวกเขารู้ว่า จะได้อะไรเมื่อผมลงสนาม ไม่ว่าจะเป็นแค่ 5 นาที หรือ 90 นาที มันไม่สำคัญเลย มันเป็นเรื่องของการแสดงให้เห็นว่า ถ้ามีโอกาสผมก็ทำได้ และผมก็แฮปปี้กับเรื่องนั้น" เชชโก ยืนยัน.