โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

แนวโน้ม SET อ่อนตัว รับแรงกดดันเงินเฟ้อสหรัฐ-น้ำมันพุ่ง เฟดส่งซิกลดดอกเบี้ยครั้งเดียว

ข่าวหุ้นธุรกิจ

อัพเดต 19 มี.ค. เวลา 02.39 น. • เผยแพร่ 19 มี.ค. เวลา 02.37 น. • ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์

นางสาววราภรณ์ วิบูลคณารักษ์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ สายงานวิจัย บล.กรุงไทย เอ็กซ์สปริง กล่าวว่า แนวโน้มตลาดหุ้นไทยวันนี้คาดว่าแกว่งตัวลง หลังบรรยากาศของตลาดหุ้นมีแรงกดดันเข้ามาจากเมื่อคืนนี้สหรัฐรายงานตัวเลขดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) ออกมาสูงกว่าคาด สะท้อนภาพของเงินเฟ้อสหรัฐที่มีโอกาสสูงขึ้น รวมทั้งราคาพลังงานที่ปรับเพิ่มขึ้นเป็นปัจจัยที่หนุนต่อการเพิ่มขึ้นของเงินเฟ้อ

ขณะที่การประชุมธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) คงอัตราดอกเบี้ยไว้ตามคาด แต่ประธานเฟดส่งสัญญาณในการชะลอลดดอกเบี้ย จากสงครามในตะวันออกกลาง ที่จะกระทบต่อเงินเฟ้อที่อาจเร่งตัวขึ้น และ Dot Plot ของเจ้าหน้าที่เฟดก็คาดว่าจะลดดอกเบี้ยในปีนี้เพียง 1 ครั้ง ส่งผลให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตร (Bond Yield) สหรัฐปรับเพิ่มขึ้น และเป็นปัจจัยกดดัน Sentiment ตลาดหุ้นในวันนี้ ซึ่งตลาดหุ้นเอเชียเช้านี้ที่เปิดมาก็ปรับตัวลงตามตลาดหุ้นสหรัฐเมื่อคืนนี้ โดยให้แนวรับ 1,410 จุด แนวต้าน 1,450 จุด

ขณะที่บทวิเคราะห์ บล.ฟินันเซีย ไซรัส คาด SET Index จะแกว่งตัวในแดนลบหากกรอบ 1,410-1,430 จุด โดยถูกกดดันจากสถานการณ์สงครามที่ตึงตัวและเริ่มเห็นการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานในแต่ละประเทศมากขึ้น หนุนราคาน้ำมันดีดตัวขึ้น ล่าสุด Brent อยู่ที่ราว 110 เหรียญ/บาร์เรล ขณะที่ตัวเลขเศรษฐกิจ PPI เดือนก.พ.สหรัฐออกมาสูงกว่าคาดมาก (+0.7%m-m,+3.4%y-y) สะท้อนความเสี่ยงด้านต้นทุนที่สูงขึ้น

ด้านราคาน้ำมันในประเทศติดตามว่าจะขยับเพิ่มราคาขึ้นสู่เพดานน้ำมันดีเซลที่ 33 บาทเร็วมากน้อยเพียงใด โดยหากราคาน้ำมันดิบยังปรับตัวขึ้นและยืนสูงต่อเนื่องจะเป็นความเสี่ยงเศรษฐกิจในประเทศอย่างมีนัยต่อภาวะ Stagflation ยังเน้นเก็งกำไรในกลุ่มพลังงานต้นน้ำและพักเงินในกลุ่ม Consumer Staple และ Defensive Play

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...