โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

จับสองผัวเมียวัย 20 ริเป็นแก๊งทวงหนี้ดอกสุดโหด กู้ 4.6 หมื่น จ่ายไปกว่า 2 แสนยังไม่จบ

แนวหน้า

เผยแพร่ 26 พ.ย. 2567 เวลา 17.00 น.

จนท.ฝ่ายปกครองอำเภอนางรอง จ.บุรีรัมย์ รวบสองผัวเมียวัย 20 ริเป็นแก๊งทวงหนี้ และแอบปล่อยกู้เองดอกสุดโหด หลังแม่เจ้าอาวาสที่เป็นหนึ่งในลูกหนี้เข้าร้องศูนย์ดำรงธรรมช่วยเหลือเพราะทนไม่ไหวทั้งที่ยอดเงินต้นสะสม 46,000 จ่ายไปแล้วกว่า 2 แสน ยังถูกตามทวงกดดันข่มขู่ทั้งกลางวันกลางคืนจนหวาดกลัว วันไหนหาเงินจ่ายไม่ได้ก็จะถูกบังคับให้เอาของมีค่าในบ้านมาให้แทน

27 พ.ย.67 นางรัชนีกร สวัสดิ์พูน ปลัดอำเภอหัวหน้ากลุ่มบริหารงานปกครอง รักษาการนายอำเภอนางรอง จังหวัดบุรีรัมย์ ได้มอบหมายให้นายธนธรณ์พล ไขว้พันธ์ ปลัดอำเภอฝ่ายความมั่นคง และนายจักร์กฤษ ร่วมกูล ปลัดอำเภอฝ่ายศูนย์ดำรงธรรม นายชาญวิทย์ วงศ์สัมพันธุชัย ปลัดอำเภอ นำเจ้าหน้าที่กองร้อย อส.นางรอง ติดตามจับกุมแก๊งทวงหนี้นอกระบบ และนายทุนที่ปล่อยเงินกู้ดอกเบี้ยเกินกว่ากฎหมายกำหนด หลังจากที่นางประภาวัลย์ อายุ 60 ปี (ขอสงวนนามสกุล) ซึ่งเป็นแม่ของเจ้าอาวาสวัดแห่งหนึ่ง ในอำเภอนางรอง เข้าร้องขอความช่วยเหลือกับศูนย์ดำรงธรรมอำเภอนางรองว่า ถูกแก๊งทวงหนี้ข่มขู่บังคับเรียกเก็บดอกเบี้ยสูงกว่าอัตรากฎหมายกำหนด หากวันไหนหาเงินจ่ายไม่ได้ก็จะมากดดันทวงถามทั้งกลางวันกลางคืนและบังคับให้นำทรัพย์สินมีค่ามาให้แทนเพื่อเป็นหลักทรัพย์ค้ำประกัน

โดยป้าประภาวัลย์ กล่าวว่า เมื่อช่วงเดือนกุมภาพันธ์ 2567 ที่ผ่านมา ตนได้กู้เงินกับสองสามีภรรยา ที่มาตระเวนปล่อยกู้ เพื่อนำไปหมุนเวียนใช้จ่ายรวมยอดสะสม จำนวน 46,000 บาท เขาจะเก็บแบบดอกลอย โดยเก็บดอกเบี้ยไปเรื่อยๆ ทุกวัน วันละ 920 บาท จนกว่าจะมีเงินก้อนไปปิดต้นถึงจะหยุดเก็บ ซึ่งตนก็จ่ายดอกเบี้ยมาตลอด วันละ 920 บาท เป็นระยะเวลา 7 เดือน จากนั้นต้นเดือนตุลาคม 2567 ก็ได้นำเงินก้อนไปจ่ายให้เขา 10,000 บาท เขาก็บอกว่า ยังเหลือยอดอีก 36,000 บาท ทั้งที่ตนจ่ายทั้งต้นและดอกเบี้ยรวมกันไปแล้วเกือบ 200,000 บาท แต่ทั้งสองผัวเมียก็ยังเรียกเก็บดอกเบี้ยต่ออีกวันละ 720 บาท มาตั้งแต่เดือนตุลาคม ถึงพฤศจิกายน รวมทั้งสิ้นกว่า 200,000 บาทแล้ว ทั้งที่เงินต้นเพียง 46,000 บาท แต่ก็ยังถูกตามทวงทั้งกลางวันกลางคืนข่มขู่บังคับจะเอาเงินให้ได้ จนเกิดความหวาดกลัว จึงตัดสินใจไปบอกลูกชายซึ่งเป็นเจ้าอาวาสวัดแห่งหนึ่ง และเข้าร้องขอความช่วยเหลือที่ศูนย์ดำรงธรรม

หลังรับเรื่องร้องเรียนเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองก็ได้วางแผนจับกุมนายเอ และ น.ส.บี อายุเพียง 20 ปี ซึ่งเป็นสามีภรรยากันภูมิลำเนาอยู่ที่อำเภอปะคำ จ.บุรีรัมย์ ขณะที่ทั้งคู่ขับรถยนต์มาติดตามทวงหนี้ในเขตเทศบาลเมืองนางรอง ก่อนจะนำตัวทั้งคู่ไปสอบถามรายละเอียดที่ศูนย์ดำรงธรรม โดยทั้งคู่อ้างว่า เป็นเพียงคนติดตามทวงเงินให้กับนายทุนเท่านั้น โดยได้ค่าจ้างเดือนละ 6 พันบาท แต่พอเจ้าหน้าที่แจ้งว่ามีหลักฐานว่าบางส่วนมีการปล่อยกู้เอง ทั้งคู่จึงยอมรับว่าพอเก็บทั้งเงินต้นและดอกเบี้ยให้นายทุนครบตามยอดแล้ว หากรายยังไม่มีเงินก้อนปิดก็จะเก็บต่อเอง และอ้างว่าเพิ่งจะเก็บต่อเพียงป้าที่ไปร้องเรียนรายเดียว

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง ได้ทำบันทึกที่ศูนย์ดำรงธรรม เข้าระบบศูนย์อำนวยการการแก้ปัญหาหนี้นอกระบบ ซึ่งทั้งคู่ก็รับปากกับเจ้าหน้าที่ว่าจะหยุดเก็บทั้งต้นและดอกเบี้ยจากป้ารายดังกล่าว และจะไม่ยุ่งเกี่ยวหรือบังคับข่มขู่เรียกเงินจากป้าอีก หากไม่ทำตามที่ข้อตกลงก็จะดำเนินคดีตามกฎหมาย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...